วันที่ 27 มี.ค.69 เพชร-กรุณพล เทียนสุวรรณ รองโฆษกพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Karoonpon Tieansuwan ระบุว่า เมื่อถึงเวลาพักผ่อนจากการเมืองก็กลับมาดูแลธุรกิจของครอบครัวอีกครั้ง จากภาวะสงครามในตะวันออกกลางจนทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงไปไกลกว่าบั้งไฟพญานาคแบบนี้ คนทำธุรกิจทุกชนิดคงหนีไม่พ้น “ลูกค้าหายต้นทุนสูงขึ้น” และสำหรับคนที่ทำร้านอาหารมามากกว่า 40 ปี แบบครอบครัวเพชร คงทำได้เพียงแสดงออกผ่านตัวอักษรเพื่อสื่อไปถึงผู้มีส่วนรับผิดชอบทุกคนในการแก้ไขวิกฤตครั้งนี้
“เสียงสะท้อนจากเตาไฟที่กำลังมอด”
วิกฤตน้ำมันพุ่ง 6 บาท ดันร้านอาหารไทยสู่ทางตัน และความล้มเหลวของนโยบายรัฐ
การประกาศปรับขึ้นราคาน้ำมันรวดเดียว 6 บาทต่อลิตร หลังนโยบายตรึงราคาล้มเหลวไม่เป็นท่า กำลังกลายเป็นวิกฤตที่บีบให้ร้านอาหารนับแสนรายต้อง "เลิกขาย" หรือ "แบกหนี้" ทันที นี่ไม่ใช่แค่เรื่องน้ำมันแพง แต่คือความผิดพลาดระดับโครงสร้างที่รัฐบาลโยนภาระมาให้ประชาชนรับกรรม
1. หายนะ 3 ระดับ: จากสตรีทฟู้ดถึงห้างสรรพสินค้า
• รายย่อย (SMEs): ตายสนิท! ต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งพุ่งสูงจนกำไรที่เคยมีเพียงน้อยนิดหายวับไปกับตา หลายรายต้องปิดตัวเพราะสู้ราคาแก๊สหุงต้มและน้ำมันไม่ไหว
• รายกลาง: ถูกบีบหน้า-หลัง! ต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) สูงลิ่ว ขณะที่ลูกค้าหายหน้าเพราะต้องเก็บเงินไว้เติมน้ำมัน
• รายใหญ่: ระบบขนส่งอัมพาต! การขาดแคลนน้ำมันทำลายสายส่งวัตถุดิบ (Supply Chain) กระทบความเชื่อมั่นนักลงทุน
2. ประจานความล้มเหลว: นโยบาย "ขายผ้าเอาหน้ารอด"
การตรึงราคาไว้จนกองทุนน้ำมันติดลบมหาศาล แล้วมาปล่อยลอยตัว "แบบกระชาก" คือบทพิสูจน์ความไร้วิสัยทัศน์:
"การปรับราคาแบบช็อกตลาดคือการฆาตกรรมทางเศรษฐกิจ รัฐบาลเลือกที่จะฝืนกลไกตลาดจนพังทลาย แล้วทิ้งระเบิดใส่ผู้ประกอบการที่กำลังจะฟื้นตัว"
3. ทางรอดที่รัฐบาลต้องทำ (ไม่ใช่แค่พูด)
1. Stop Tax Bleeding: ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันทันที ไม่ใช่แค่ลดแบบผักชีโรยหน้า
2. Targeted Aid: อุดหนุนราคาพลังงานเฉพาะกลุ่ม "ผู้ผลิตอาหาร" เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาจานด่วนไม่ให้ประชาชนอดตาย
3. Restructure Now: เลิกนโยบายอุ้มทุนพลังงาน แล้วหันมาอุ้มกระเป๋าเงินประชาชน
4.ใช้โอกาสนี้ดึงผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบภาษีด้วยการช่วยเหลือด้านเงินทุนกับผู้ที่เข้าสู่ระบบ
5.เพิ่มสัดส่วนต้นทุนและลดกำไรสำหรับการเสียภาษีแบบเหมาจ่าย (60:40) เป็น (90:10) ให้ผู้ประกอบการเพื่อลดภาระภาษี
4. คำแนะนำถึงผู้ประกอบการ: "รัดเข็มขัดให้สุด"
• Lean Menu: ตัดเมนูที่กำไรน้อยและต้นทุนแฝงสูงทิ้งทันที
• Local Supply: เลิกง้อซัพพลายเออร์ไกลตัว หันหาแหล่งวัตถุดิบใกล้บ้านเพื่อตัดค่าขนส่ง
• Efficiency: ลดการใช้พลังงานในร้านทุกจุด เปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยีประหยัดไฟแบบจริงจัง
หากรัฐบาลยังคงบริหารแบบ "วัวหายล้อมคอก" อีกไม่นานร้านอาหารทั่วไทยจะกลายเป็นป่าช้า และความโกรธแค้นของประชาชนจะเป็นบทเรียนราคาแพงที่สุดที่รัฐต้องจ่าย








