การเมืองทั่วไป

"จตุพร" ท้า! พี่น้องทนวิกฤตน้ำมันขึ้น 6 บาทได้หรือไม่? ส่อขัดแย้งรัฐบาลเปราะบาง

แชร์ข่าว

วันที่ 27 มี.ค.69 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "Jatuporn Prompan - จตุพร พรหมพันธุ์" ระบุว่า...

เอาไงดี พี่น้องมวลหมู่ผู้ทุกข์ยาก เดือดร้อนน้ำมันขึ้น 6 บาท ยังทนกันได้หรือไม่ ถ้าทนได้เราก็ทนได้ เชื่อวิกฤตลากยาว 2 ด. ฟัดกระหน่ำใส่ รบ.เปราะบาง ส่อซ้ำเติมอารมณ์บาดหมางระอุ พ่อค้าร่ำรวยกับชาวบ้านทุกข์ระทมอยู่ร่วมกันยาก เมื่อ “อนุทิน”เอาไม่อยู่

เมื่อ 26 มี.ค. 2569 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์รายการประเทศไทยต้องมาก่อน ว่า การขึ้นราคาน้ำมันดีเซลธรรมดาพรวดพราดถึง 6 บาทต่อลิตร ทำให้รัฐบาลเปราะบางยิ่งขึ้น ส่วนโรงกลั่น พ่อค้าน้ำมันร่ำรวย มั่งมีศรีสุขบนความเดือดร้อน ทุกข์ยากของประชาชน

อีกทั้งกล่าวว่า ขณะนี้ราคาน้ำมันมั่วเหมือนกับรัฐบาลทำอะไรกันไม่ได้ สถานการณ์แบบนี้ราคาน้ำมันส่อแนวโน้มขึ้นไปเกิน 50 และถึง 60 บาทต่อลิตรแน่นอน และกว่าจะได้ รมว.พลังงานใหม่เข้ามาจัดการ พ่อค้าได้กอบโกยผลประโยชน์รอบนี้ได้ไปเรียบร้อยแล้ว ดังนั้น ถ้าทำอะไรไม่ได้ โรงกลั่น แก๊ส ไฟฟ้า ย่อมเป็นรัฐอิสระอยู่เหนือการควบคุมราคาจากรัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์

อย่างไรก็ตาม นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ มาจากภาคเอกชน ถึงแปลงรูปย้อมผม ใส่วิก ยังเจอข้าราชการหลอกต้มเปื่อยเอาได้ จึงพูดออกมาว่า ไม่มีอำนาจควบคุมราคาพลังงาน ทั้งที่เป็นสินค้าในข้อ 16 ของกฎหมายควบคุมราคาปี 2542 สมัยนายชวน หลีกภัย เป็นนายกฯ

เมื่อน้ำมันดีเซลธรรมดาขึ้นราคาพรวด 6 บาทและดีเซลพรีเมียมขึ้นเป็น 8 บาท แต่การขึ้นราคาครั้งนี้ย่อมรู้กันดีว่า เป็นน้ำมันล็อตเก่าซื้อมาก่อนเกิดสงครามตะวันออกกลาง แล้วยังกลั่นเพิ่มอ้างส่งให้ปั๊มและนำการกลั่นแบบลมๆ นั้นไปขึ้นเงินกินเปล่าชดเชยกำไรตามจำนวนกลั่นมาหลายวัน

"กลั่นเพิ่มแล้วส่งไปไหน กลั่นลมหรือเปล่า หรือมีเพียงตัวเลขเอาไปอ้างชดเชยกำไรเหมือนการคืนภาษี เมื่อกลั่นลมเพิ่มยังบอกน้ำมันหายไป 18 ล้านลิตรต่อวันซึ่งเป็นตัวเลขมาเบิกเงินอุดหนุนอีก ได้ทั้งขึ้นและร่อง กินสองต่อ"

นายจตุพร กล่าวว่า สิ่งที่ประหลาดอย่างมากคือ เมื่อขึ้นราคา 6 บาทต่อลิตรแล้ว น้ำมันกลับเหลือเฟือ พ่อค้าฟาดกำไรสองขยัก จนน้ำมันล็อตนี้หมดสต๊อกและจะขยับราคาไปถึง 60 กว่าบาท ดังนั้น อาจได้ประโยชน์จากเงินอุดหนุนกินเปล่าการกลั่นลมมากถึงแสนล้านบาท กระทั่งน้ำมันล็อตใหม่มา จึงจะเล่นละครแสดงความเห็นใจประชาชนอีก

ส่วนนางศุภจี มาจากภาคเอกชน ยังถูกหลอก ไม่รู้ว่าตัวเองมีอำนาจควบคุมราคาน้ำมัน และยังกลับลำว่า ปุ๋ยมีพอใช้ถึงเมษายนนี้เท่านั้น (แต่ก่อบบอกถึงสิงหาคม) ดังนั้น สถานการณ์น้ำมันได้เพิ่มความเปราะบางรัฐบาลเป็นอย่างยิ่ง

ขณะที่ภาคประชาชนคงรออย่างใจเย็น ถ้าน้ำมันพุ่งไปถึง 100 บาทต่อลิตร สินค้าหลากหลายชนิดปรับขึ้นราคา กระทรวงพาณิชย์ควบคุมไม่ได้และรัฐไม่คิดจัดการกับบรรดาพวกโรงกลั่นและพ่อค้าน้ำมัน ย่อมเป็นภาระของประชาชนและประเทศชาติ ซึ่งคาดว่า ไม่เกิน 2 เดือนนี้

นอกจากนี้ ไฟฟ้าเริ่มขยับขึ้นอีก โดยประชาชนจ่ายกินเปล่าให้ค่าไฟฟ้าสำรอง รัฐบาลยังไม่พูดถึง ทั้งที่ถึงเวลาต้องนำมาช่วยประชาชนในยามเดือดร้อนจากวิกฤตน้ำมันลม หน่ำซ้ำยังไม่คิดไปตรวจโรงงานไฟฟ้าสำรองกันบ้างเลยหรือ? ว่ามีไฟสำรองจริงหรือไม่

"เมื่อรัฐบาลไม่คิดยึดผลประโยชน์ของบ้านเมือง ของประชาชนแล้ว สถานการณ์แบบนี้ประชาชนไม่ต้องทำอะไรเลย รอดูสัก 2 เดือน นั่งพูดแบบนี้ หน้าตารัฐบาลเครียดกันทุกคน ส่วนนางศุภจี เครียดหนัก ผมงอกขาวต้องใส่วิก ชีวิตผ่านมาบริหารเอกชนมีแต่ความสำเร็จ แต่มาเป็นรัฐมนตรีถูกรถทัวร์โซเชียลกระหน่ำ ส่วนนายกฯ หลบเอาตัวรอด แทบไม่อยากพูดกับสื่อมวลชนแล้ว"

พร้อมทั้งกล่าวว่า ในสถานการณ์ประชาชนเดือดร้อนนั้น องค์กรอิสระ ทั้ง ปปช. และ สตง. กลับเงียบ ไม่ตรวจสอบหรือเตือนรัฐบาลทั้งที่มีอำนาจทำได้และเคยทำมาหลายรัฐบาล อย่างไรก็ตาม ในช่วงสงกรานต์ที่จะถึงนี้ ไม่มีใครการันตีว่า น้ำมันจะไม่ขึ้นอีกรอบ แม้น้ำมันจะไม่ขาดในช่วงนั้น แต่เอาแต่กับราคาไม่ได้ ซึ่งจะขึ้นทะลุไปถึง 40-50 บาทต่อลิตรหรือไม่

นายจตุพร เชื่อว่า ความหิวจะกำหนดทุกสถานการณ์ หากรัฐบาลประกาศภาวะฉุกเฉินแล้วเอาไม่อยู่ก็เป็นเรื่องใหญ่ เมื่อคนอยู่ยากลำบากยิ่งขึ้น ส่วนสงครามยังอีกยาว ไม่ยุติง่ายๆ ดังนั้น ภายใต้วิกฤตน้ำมันของไทยยังต้องยาวอีกต่อไป

“ถ้าประชาชนทนได้ เราก็ทนได้ ไม่รีบร้อน เพราะคนส่วนหนึ่งมั่งมีศรีสุข แต่คนส่วนใหญ่ทุกข์ระทม อย่างไรก็ไปด้วยกันไม่ได้อยู่แล้ว ถ้ารัฐไม่เตรียมการรับมือกับผู้ทุกข์ยาก ก็ไม่มีวันเอาสถานการณ์อยู่ได้”

#จตุพร #น้ำมันขึ้น6บาท #วิกฤตน้ำมัน #รัฐบาลเปราะบาง #อนุทิน #ความยากจน #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline