วันที่ 25 มี.ค.2569 นายกรณ์ จาติกวณิชย์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความภายหลังจากที่กบน.ประกาศขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิด ลิตรละ 6 บาท ระบุว่า
" วันนี้อยู่สภาถึง 4 ทุ่ม พอกลับถึงบ้านเห็นข่าวออกพอดีว่าพรุ่งนี้ราคาดีเซลจะปรับขึ้นรวดเดียว 6 บาท!
วันนี่ 33 บาทต่อลิตร จะกลายเป็น 39 บาททันที!
ดูเหมือนรัฐบาลรอให้สภาฯ ปิดก่อนปล่อยข่าวนี่ ซึ่งประเด็นนี้ตรงกับที่ผมอภิปราย ว่ารัฐบาลอย่าผลักภาระให้ประชาชนฝ่ายเดียว แต่แล้วนี่ก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วคืนนี้
วันนี้กองทุนนํ้ามันต้องชดเชยราคาอยู่ถึงลิตรละ 27 บาท เพราะฉนั้นผมเห็นด้วยว่า เราไม่ควรต้องอุ้มไว้มากถึงขนาดนั้น
แต่อีกสาเหตุสำคัญที่รัฐบาลปรับขึ้นราคานํ้ามัน ก็เพราะรัฐบาลหาวิธีแก้ปัญหาไอ้โม่งกักตุนนํ้ามันไม่ได้ และหวังว่าการปรับราคาสูงขึ้นจะทำให้การกักตุนนั้นลดลง
ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าวิธีนี้จะทำให้ประชาชนเดือดร้อนมาก นอกจากราคานํ้ามันจะเพิ่มขึ้นแล้ว ราคาสินค้าทุกชนิดจะปรับขึ้นตามด้วย
พรรคประชาธิปัตย์เราขอยืนยันว่า รัฐบาลไม่ควรให้ประชาชนรับภาระอยู่ฝ่ายเดียว แต่รัฐบาลและโรงกลั่นต้องเสียสละด้วย
ในส่วนของโรงกลั่น มีสามประเด็นสำคัญ
1. วิธีการกำหนดราคาขายเป็นราคาสิงคโปร์ที่รวมค่าขนส่งสมมุติว่าต้องขนจากสิงคโปร์มาไทย (ทั้งๆที่โรงกลั่นอยู่ในไทย) - วิธีนี้ทำให้ราคานํ้ามันสูงเกินจริง
2. โรงกลั่นระยะนี้กำไรแบบลาภลอยจากนํ้ามันดิบในสต๊อกที่ราคาสูงขึ้นมาก
3. บวกกับค่าการกลั่นปัจจุบันพุ่งขึ้นเป็น 6.33 บาทต่อลิตร สูงกว่าระดับก่อนวิกฤตถึง 3 เท่า
พรรคประชาธิปัตย์จึงได้เสนอว่า รัฐบาลควรเก็บ ’ค่าธรรมเนียมลาภลอย’ 3 บาทต่อลิตรเข้ากองทุนนํ้ามัน
ในส่วนของรัฐบาล รัฐบาลควรปรับลดภาษีสรรพสามิตลงทันที 6 บาทต่อลิตร (ปัจจุบันเก็บอยู่ 6.90) ซึ่งความจริงหากรัฐบาลเชื่อเรา ด้วยเพียงแค่มาตรการนี้ พรุ่งนี้รัฐบาลไม่ต้องปรับเพิ่มราคานํ้ามันเลยแม้แต่บาทเดียว!
รัฐบาลกำลังผลักภาระทั้งหมดไปที่ประชาชน โดยปล่อยให้โรงกลั่นทำกำไรมหาศาล และโดยที่รัฐบาลไม่คิดจะเสียสละลดรายได้ภาษีหรือค่าใช้จ่ายของรัฐบาลเลย
ขอเสริมว่าถ้ารัฐบาล ‘พูดแล้วทำ‘ จริง และปล่อยลอยตัวราคานํ้ามันดีเซลตามคำพูดท่านนายกฯ ราคาจะไม่หยุดอยู่แค่นี้ครับ มีสิทธิได้เห็นลิตรละ 50 บาทในอีกไม่นาน"







