วันที่ 23 มี.ค.2569 นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ร่วมแถลงข่าวต่อประเด็นในการเข้าถึงน้ำมันที่ยังคงเป็นปัญหาสำคัญ โดยเฉพาะในพื้นที่ต่างจังหวัด โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ที่เดือดร้อนมากเป็นกรณีพิเศษที่พบว่าสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย ปริมาณน้ำมันที่คลังน้ำมันส่งให้ปั๊ม ยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าระดับปกติถึงครึ่งหนึ่ง เป็นผลให้พี่น้องประชาชนยังได้รับความเดือดร้อนเหมือนเดิม ขณะที่รัฐบาลบอกว่าปริมาณน้ำมันดิบในประเทศมีเพียงพอ ในขณะเดียวกันก็มีคำสั่งให้โรงกลั่นมีสัดส่วนกำลังผลิตที่สูงขึ้นถึง 104% แล้ว และเมื่อตรวจสอบที่ปริมาณการส่งออกน้ำมัน ก็จะพบว่ายังมีการส่งออกอยู่ แต่น้อยลงกว่าระดับปกติ จากปกติส่งออก 2 แสนลิตรต่อวัน ลดลงเหลือประมาณ 5 หมื่นลิตรต่อวัน จึงทำให้เกิดคำถามว่า เมื่อน้ำมันดิบมีเพียงพอ กำลังโรงกลั่นของเราก็มีเพียงพอ และตอนนี้กำลังกลั่นเต็มที่ตามกำลังผลิตที่มี บวกกับเราส่งออกลดลง แล้วน้ำมันมันหายไปไหน
"มันเป็นคำถามง่ายๆ ที่วันนี้ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน แต่ที่ชัดเจนและเป็นข้อเท็จจริง ก็คือปั๊มน้ำมันทุกปั๊มรายงานตรงกันจากทั่วประเทศว่า คลังน้ำมันส่งน้ำมันให้น้อยกว่าระดับปกติ และน้อยกว่าความต้องการปกติของพี่น้องประชาชน ผมเน้นคำว่าปกติ เพราะฉะนั้นจึงเป็นเหตุที่เราก็อยากที่จะขอให้รัฐบาลช่วยเร่งรีบตรวจสอบ ซึ่งไม่ใช่เรื่องยาก และในสมัยก่อนก็มีการตรวจสอบกันว่าน้ำมันออกจากจุดนี้ไปถึงจุดนั้นเท่าไหร่ และสุดท้ายไปที่ไหน ให้กับใคร วันนี้ทำไมรัฐบาลถึงไม่มีคำตอบให้กับเรา และให้กับพี่น้องประชาชนที่มีความชัดเจนในเรื่องนี้" นายกรณ์ กล่าว
นอกจากนี้ นายกรณ์ ยังระบุอีกว่า จากปัญหาน้ำมัน ได้ส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าและค่าครองชีพของพี่น้องประชาชน เพราะเป็นที่เข้าใจกันว่าน้ำมันเป็นต้นทุนที่สำคัญในการทำธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนการผลิต ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนที่มาจากการขนส่ง ดังนั้นรัฐบาลโดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์ กรมการค้าภายใน ต้องระมัดระวัง ไม่ให้มีการปรับเพิ่มราคาสินค้า โดยเฉพาะสินค้าจำเป็นของพี่น้องประชาชน ในรูปแบบที่อาจจะถือเป็นการฉวยโอกาส แต่หากมีกรณีจำเป็นที่จะต้องปรับราคาเนื่องจากต้นทุนสูงขึ้น รัฐบาลก็ต้องตระหนักว่ามีสินค้าประเภทไหน ที่รอคิวที่จะปรับราคาขึ้น เพื่อที่จะได้ออกมาตรการ มาตรการช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องประชาชนให้ทันท่วงที
"ตอนนี้ถ้าถามว่าประชาชนมีความกังวลในราคาสินค้าประเภทใดบ้าง นอกเหนือจากน้ำมัน แน่นอนที่สุดคือเรื่องของปุ๋ยเคมี ที่มีประเด็นคำถามไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเข้าถึงคืออุปทาน รวมถึงราคาด้วย สินค้าที่อาศัยพึ่งพาการใช้พลาสติก มีทั้งการขาดแคลนและก็มีทั้งประเด็นปัญหาเรื่องของราคาที่สูงขึ้น สินค้าอุปโภคบริโภค น้ำมันปาล์ม มีความจำเป็นหรือไม่ที่ตอนนี้ราคาน้ำมันปาล์มจะต้องปรับขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่กรมการค้าภายในควรให้ความชัดเจน
แม้ว่าเมื่อช่วงวันสองวันที่ผ่านมาก็ได้เห็นท่านอธิบดีกรมการค้าภายในออกมาประกาศว่าจะมี การควบคุมสินค้าประเภทใดบ้าง แต่ก็ทำให้ประชาชนมีคำถามมากกว่าความชัดเจนว่าสินค้าที่ได้ประกาศมา 6-7 ชนิดนั้น มันเป็นสินค้าที่ประชาชนเดือดร้อนเพราะสินค้านี้มากที่สุดแล้วจริงหรือเปล่า แต่ที่ประชาชนรอคำตอบอยู่ นอกเหนือจากสินค้าที่ได้ประกาศไปนั้น ยังมีทั้งก๊าซปิโตรเลียมเหลว น้ำมันเชื้อเพลิง ปุ๋ยเคมี ยารักษาโรค ซึ่งบางชนิดตอนนี้เริ่มขาดตลาด ทำไมถึงไม่มีนโยบายที่ชัดเจน” นายกรณ์ กล่าว
สำหรับในวันพุธนี้ (25 มี.ค.) พรรคประชาธิปัตย์ได้เตรียมตั้งญัตติด่วน เพื่อให้สภาเปิดให้มีการอภิปรายในเรื่องวิกฤติพลังงาน ผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน รวมไปถึงประเด็นราคาสินค้า เพื่อจะได้ใช้เวทีสภาให้เป็นประโยชน์อย่างแท้จริงสำหรับเพื่อพูดถึงเรื่องที่พี่น้องประชาชนมีความเดือดร้อน และมีความกังวลมากที่สุด
“วิกฤติพลังงาน มันเป็นวิกฤติโลกก็จริง แต่สภาพความวุ่นวาย เหมือนมันเกิดขึ้นแค่ที่ประเทศไทย ซึ่งตรงนี้มันสะท้อนให้เห็นว่ามันเป็นปัญหาเรื่องการบริหารจัดการ มันเป็นปัญหาเรื่องนโยบาย มันไม่ใช่ปัญหาเรื่องความขาดแคลน อย่างน้อยมันยังไม่ใช่ นี่คือความอึดอัดที่ประชาชนทุกคนมีก็เพราะเรื่องนี้” นายกรณ์ กล่าว
นายกรณ์ ได้กล่าวอีกด้วยว่า เป็นที่รู้กันว่าประเทศไทยมีตลาดราคาน้ำมัน 2 ราคา คือมีราคาหน้าปั๊มที่ได้รับการชดเชย (จากกองทุนน้ำมัน) กับราคาที่ขายผ่านจ๊อบเปอร์ (Jobber) ที่ไม่ได้มีการชดเชย และยังมีอีกราคาหนึ่ง คือน้ำมันเขียวที่ขายให้กับภาคการประมงที่ได้รับการชดเชยแต่ได้รับการยกเว้นภาษี
เมื่อนโยบายของรัฐบาลโดยเจตนา ต้องการให้มีราคาน้ำมันได้ถึง 3 ราคา รัฐบาลต้องบริหารจัดการให้แต่ละกลุ่มผู้ที่ควรจะต้องซื้ออยู่ในราคานั้น ๆ เมื่อรัฐบาลเปิดให้มี 3 ราคา แต่ว่าหละหลวมมากในการบริหารจัดการควบคุมเพื่อไม่ให้เกิดการซื้อข้ามตลาด จึงทำให้เกิดความวุ่นวาย เพราะโดยธรรมชาติทุกคนก็จะวิ่งไปสู่ตลาดที่ราคาต่ำที่สุด ดังนั้นทั้งหมดจึงเป็นเรื่องของความชัดเจน ความโปร่งใส และความเป็นมืออาชีพในการบริหารจัดการที่รัฐบาลยังขาดหายไป







