เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 23 มี.ค.69 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน แถลงภายหลังประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีประชาชนไปรอเติมน้ำมันหนาแน่นบริเวณด้านหน้าสถานี แม้ว่าปริมาณน้ำมันจะมีเพียงพอ แต่ความต้องการต่างจากที่เคยมีมาทำให้ซึ่งเกิดการบริหารจัดการ และผู้ค้าเน้นในเรื่องซัพพลายน้ำมันไปที่ปั๊ม ทำให้ปัญหาน้ำมันไปที่จ๊อบเบอร์ ซึ่งเป็นผู้ค้าส่งไปยังปั๊มเล็กและอุตสาหกรรมมีไม่เพียงพอ และการตั้งราคา ก็มีปัญหาตลอด จ๊อบเบอร์ได้รับน้ำมันราคาแพงกว่าบริเวณหน้าสถานีบริการ ทำให้ราคาสูงกว่าทำให้ลูกค้าอุตสาหกรรม และลูกค้าของผู้ค้าส่งหันมาเติมที่ปั๊มน้ำมัน ทำให้ตลาดค้าส่งกับตลาดค้าปลีกมาออกันอยู่ที่หน้าปั๊ม ทำให้เกิดปัญหาเรื่องหัวจ่ายไม่ทัน การขนส่งไม่ทัน เกิดความโกลาหลและแออัดบริเวณหน้าสถานีบริการน้ำมัน
ปลัดกระทรวงพลังงาน ยังกล่าวว่า สิ่งที่ภาครัฐทำ คือพยายามจัดระบบและสร้างความโปร่งใส เพื่อที่จะไม่เกิดการตั้งคำถามว่าน้ำมันไปไหน โดยให้ผู้ค้ามาตรา 7 คือผู้ค้าน้ำมันขนาดใหญ่และโรงกลั่น รวมถึงจ๊อบเบอร์อีก 200 กว่าราย ต้องรายงานว่าได้รับน้ำมันหรือผลิตน้ำมันมาจำนวนเท่าใดในแต่ละวันและขายไปในปริมาณเท่าใด ซึ่งข้อมูลทั้งหมดจะต้องรายงานมายังกรมธุรกิจพลังงานทุกวัน เพราะฉะนั้นเมื่อได้ข้อมูลต่างๆก็จะสร้างความโปร่งใส ทำให้เห็นว่าน้ำมันเมื่อผลิตแล้วจากคนโรงกลั่น จะกระจายไปที่ใดบ้าง และตอนนี้เท่าที่ดูก็พยายามที่จะกระจายไปที่จ๊อบเบอร์ และสถานีบริการ ให้เหมือนกับหรือมากกว่าปริมาณ ที่เขาเคยได้ก่อนเกิดเหตุการณ์ ซึ่งหากจัดสรรเช่นนี้ก็จะสามารถรองรับความต้องการได้ ในระดับหนึ่งหากไม่มีนำไปใช้ผิดประเภท หรือ กักตุน ก็จะเกิดการกระจายน้ำมัน
เรื่องของการป้องกัน พลังงานจังหวัดกระทรวงพาณิชย์ ผู้ว่าราชการจังหวัด ตำรวจ ได้สนธิกำลัง ออกตรวจในหลายๆแห่ง หากทราบว่ามีน้ำมันมาแล้วไม่ขายถือว่ามีความผิด และต้องไปดูว่าในแทงค์เก็บน้ำมัน แห้งจริงหรือไม่ จึงไม่ขาย หากปั๊มใดปิดบริการทางประชาชน สามารถที่จะร้องเรียนเข้ามาจะส่งคนเข้าไปตรวจ ว่าน้ำมันหมดจริงหรือไม่ และจะประสานให้ทางผู้ค้ามาตรา 7 ในมาตรา 10 นำน้ำมันไปเติมให้
นอกจากนี้ ยังมีการผ่อนผัน การสำรองน้ำมัน ที่เคยตั้งไว้ว่าสำรองเพิ่มขึ้นขอให้ยกเว้นไว้ก่อน ส่วนที่ต้องสำรอง 1% ก็มีการผ่อนผัน การนับสต๊อก หากพร่องไม่เป็นไร แต่ต้องเติมให้เต็มภายในระยะเวลาอันสมควร ซึ่งทางกระทรวงพลังงาน ผ่อนผันให้ทำให้ผู้ค้าไม่ต้องห่วงเรื่องการที่จะรอดาวน้ำมันลงจาก แทงก์ทำให้สามารถบริการน้ำมันให้กับประชาชนได้มากขึ้นและน่าจะเพียงพอต่อความต้องการ
นอกจากนี้ได้มีการหารือกับผู้ค้า ยืนยัน ได้มีการส่งน้ำมันออกไปมากกว่าโควตาปกติด้วย ซึ่งเรื่องของการกระตุ้น การลักลอบส่งออกมีความผิด ซึ่งภาครัฐจะทำการตรวจ และจะพยายามปูพรมตรวจให้ได้มากที่สุด เพื่อไม่ให้ผู้ใด นำน้ำมันไปกักตุน เพื่อเกร็งราคาหรือค้ากำไร
ด้าน นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน แถลง ว่า กระทรวงพลังงานติดตามตัวเลขการผลิตและการใช้น้ำมันอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ การผลิตจากทั้ง 6 โรงกลั่น ณ วันนี้ ผลิตนํ้ามันดีเซลได้ทั้งหมด 80 ล้านลิตรต่อวัน แต่ความต้องการในช่วงครึ่งแรกของเดือนมีนาคม อยู่ที่ 84 ล้านลิตรต่อวัน บางวันกระโดดไปถึง 100 ล้านลิตรต่อวัน จึงต้องมีการดึงสต็อกเก่ามาใช้
ขณะเดียวกัน ตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรี ที่ให้ผู้ค้าตามมาตรา 7 และมาตรา 10 ส่งข้อมูลมารายงานทุกวันในเวลา 18.00 น.นั้น ยํ้าว่าหากผู้ค้าไม่ส่งข้อมูล จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
ส่วนความคืบหน้าการตรวจสอบความผิดปกติของคลังน้ำมันที่ จ.อ่างทอง สิ่งปรากฏชัดคือ ใบกำกับการขนส่งไม่ตรงกับที่แจ้งไว้ ดังนั้น ทางกรมธุรกิจพลังงานได้ประสานกับสำรักงานพลังงานจังหวัดอ่างทอง ซึ่งได้มีการดำเนินคดีร้องทุกข์กล่าวโทษเรียบร้อยแล้ว และส่งตัวอย่างการตรวจสอบคุณภาพนํ้ามันของบริษัทดังกล่าวให้กับทางตำรวจ เพื่อดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไป
เมื่อถามว่า จะต้องมีการปรับตัวเลขนํ้ามันสำรอง จากเดิมที่ 103 วันหรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า เราต้องติดตามว่าตัวเลขการใช้นํ้ามันยังเหมือนเดิมหรือไม่ เพราะอาจเกิดความตะหนกในช่วงแรก แต่สุดท้ายตัวเลขอาจจะกลับมาเหมือนเดิม ดังนั้นต้องดูไปอีกสักระยะ อย่างไรก็ตาม ประชาชนไม่ต้องห่วง ถึงจะปรับตัวเลขอย่างไร ก็อยู่ที่ 90-100 วัน
เมื่อถามว่าหากตัวเลขความต้องการดีเซลอยู่ที่ 84 ล้านลิตรต่อวัน แต่ผลิตได้ 80 ล้านลิตร จะมั่นใจได้อย่างไรว่าภายในสัปดาห์นี้ปั๊มน้ำมันจะมีปริมาณน้ำมันที่เพียงพอให้การบริการประชาชน อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า ตลอดเดือนที่ผ่านมาก็เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ซึ่งมีปริมาณการใช้มากกว่าที่ผลิตได้ในทุกวัน ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาเอกชนก็นำสต๊อกสำรองออกมาใช้ และกระจายไปยังพื้นที่ และจะพยายามกระจายให้เร็วกว่านี้ ขณะที่ภาครัฐก็มีการผ่อนผันในการสำรองน้ำมันตามกฎหมายเพื่อให้เกิดการกระจายที่เพิ่มมากขึ้น
ส่วนที่บอกโควตาหมด และต้องรอน้ำมันใหม่ 1 เมษายน มีการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าอย่างไร ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า จากที่กันจากที่ได้สอบถามผู้ค้า หรือบางจาก ที่บอกว่าน้ำมันรอบต่อไปจะมาช่วงต้นเดือนเมษายน ณ เวลานี้ในช่วงเวลาที่ผ่านมาเนื่องจากปริมาณการขายน้ำมันต่อวันพุ่งสูงเกินกว่าที่เคยทำมาในช่วงเวลาปกติ ทำให้โควต้าน้ำมันในเดือนนั้นของผู้ประกอบการเต็ม ประกอบกับช่วงนั้นยังไม่ได้มีการผ่อนคลาย ตัวสำรองน้ำมันที่ให้เพิ่มขึ้น 0.5% แต่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีการผ่อนคลายแล้วและทางบางจากก็สามารถที่จะนำน้ำมัน ส่งไปยังผู้ค้าที่เป็นสถานีบริการ ที่ระบุว่ารอบต่อไปเป็นเมษายน เพราะฉะนั้นในช่วงนี้ภาครัฐจะต้องติดตามดูว่า จริงแล้วเกินเหตุการณ์แบบนี้โดยที่สถานีบริการเหล่านั้น บอกไว้หรือไม่







