เมื่อเวลา 17.56 น. วันที่ 19 มีนาคม ที่อาคารรัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย แถลงภายหลังเป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ว่า วันนี้ตลอดช่วงบ่ายหลังจากที่ได้ปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ตนได้เชิญส่วนงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งราชการและเอกชนมาร่วมประชุมกับ ศบก. แห่งนี้ที่อาคารรัฐสภา เพื่อติดตามปัญหาในการปฏิบัติตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจน้ำมัน ตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ในการประชุมสามารถสรุปผลการประชุมที่สำคัญได้ดังนี้ 1.จากการตรวจสอบปริมาณน้ำมันและราคาน้ำมันในแต่ละขั้นตอนของห่วงโซ่อุปทาน ครอบคลุมโรงกลั่นน้ำมัน คลังน้ำมัน จ็อบเบอร์ การขนส่งน้ำมัน สถานีบริการน้ำมัน ในที่ประชุมได้พบว่าโรงกลั่นน้ำมันทั้ง 6 แห่งในประเทศยังคงเดินเครื่องเต็มกำลังการผลิต โดยกำลังการผลิตเราผลิตได้ถึง 175 ล้านลิตรต่อวันและมีการจัดหาน้ำมันดิบเพิ่มเติมมาในประเทศอย่างต่อเนื่อง หลายโรงกลั่นได้มีการจัดหาน้ำมันดิบจากหลายแหล่งเพื่อให้มีความเพียงพอต่อการนำน้ำมันดิบมากลั่นเป็นน้ำมันประเภทต่างๆ ทั้งโรงกลั่นน้ำมันและคลังน้ำมันจะดำเนินการประกาศราคาหน้าโรงกลั่นและหน้าคลังน้ำมัน และมีโรงกลั่นที่พร้อมขายน้ำมันให้ ตามประกาศโดยโออาร์จะประกาศไม่เกินราคาหน้าสถานีบริการ และกระทรวงพลังงานจะกำกับโรงกลั่นและผู้ค้าน้ำมันให้รายงานข้อมูลการผลิต การจำหน่ายน้ำมัน ปริมาณน้ำมันที่จัดจำหน่าย ราคาที่จัดจำหน่าย ให้กรมธุรกิจพลังงาน รับทราบเพื่อได้ดูแลจัดสรรปริมาณน้ำมันที่จัดจำหน่ายให้แก่พี่น้องประชาชนและภาคอุตสาหกรรมต่างๆให้เหมาะสมกับสถานการณ์ด้วยราคาที่เป็นธรรม
นายกฯ กล่าวว่า ในขณะเดียวกันทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ได้ออกข้อบังคับผ่อนผันการเดินรถของรถบรรทุกน้ำมันได้ตลอด 24 ชั่วโมงทั่วประเทศภายในวันนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกในการขนส่งน้ำมันไปยังสถานีบริการน้ำมันต่างๆทั่วประเทศ โดยขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการขนส่งเพิ่มมาตรการในการรักษาความปลอดภัยในการขนส่งน้ำมัน จัดส่งไปยังสถานีบริการทั่วประเทศให้มีความปลอดภัยสูงสุด ปัจจุบันในเรื่องของการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปได้รับการยืนยันมาว่าเรายังคงส่งออกไปเพียงที่สปป.ลาวและเมียนมา โดยปริมาณการส่งออกของน้ำมันไปที่ลาวเฉลี่ยอยู่ที่ 5.29 ต่อวัน ซึ่งเป็นอัตราที่ลดลงถึง 25% จากที่เคยได้ดำเนินการมาก่อนและส่งไปที่เมียนมาอยู่ที่ 300,000 ลิตรต่อวัน ลดลง 20% จากที่เคยเป็นมามาก่อน
นายกฯ กล่าวว่า 2.เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นและแก้ปัญหาสถานการณ์น้ำมันไม่เพียงพอที่หน้าสถานีบริการน้ำมัน รัฐบาลจะเริ่มพิจารณามาตรการต่างๆเพิ่มเติม เช่น การผ่อนปรนการสำรองน้ำมันเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำมันในระบบ การเร่งผลิตพลังงานชีวภาพ B20 ให้มีความพร้อมจำหน่าย การพิจารณาเงินชดเชยให้กลุ่มต่างๆ ทั้งหมดนี้มีเป้าหมายเพื่อให้ระบบกลับสู่สภาวะปกติ จ็อบเบอร์กลับมาดำเนินได้ตามปกติเพิ่มศักยภาพขนส่งน้ำมันไปยังสถานีบริการน้ำมัน เพื่อให้มีน้ำมันตามความต้องการของประชาชนและภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม ภายใต้ราคาที่เหมาะสม
สิ่งที่อยากเรียนพี่น้องประชาชน ขอให้มีความมั่นใจเราประชุมหลายครั้งแล้ว สอบถามผู้ที่เกี่ยวข้องให้การยืนยันข้อมูลทั้งทางเอกสาร ทั้งทางวาจา ทั้งทางประสบการณ์ที่ท่านเหล่านี้มีอยู่ขอยืนยันประเทศไทยเรายังไม่ประสบภาวะขาดแคลนการนำเข้าน้ำมันแต่อย่างใด ที่มีการพูดอยู่ตลอดเวลาว่าน้ำมันดิบไม่เข้าประเทศไทยแล้ว จำนวนปริมาณน้ำมันดิบหายไปครึ่งหนึ่ง เพราะมีสถานการณ์ที่ตะวันออกกลาง วันนี้ได้เรียกประชุมกันอีกครั้ง มีทั้งวงเล็กวงใหญ่วงภายใน ได้รับทราบเป็นที่ชัดเจนว่าเราสามารถผลิตน้ำมันในปริมาณและกำลังการผลิต ดังก่อนวันที่ 1 มีนาคม ก่อนมีการสู้รบในตะวันออกกลาง ดังนั้นน้ำมันยังไม่ขาดแคลน ปริมาณน้ำมันสำรองยังคงรักษาได้อยู่ที่ 100 วัน
นายกฯ กล่าวว่า ซึ่งตอนที่เกิดเหตุการณ์ใหม่เราเร่งตรวจสอบเหตุการณ์อย่างเต็มที่ ขณะนั้นปริมาณสำรองมีอยู่เพียง 62 วันเท่านั้นเอง แต่หลังจากมีการใช้มาตรการในการบริหารจัดการ การไหลเข้ามาของปริมาณน้ำมันดิบเราสามารถบริหารจัดการได้ การออกมาตรการงดส่งออกน้ำมันที่กลั่นแล้วไปจำหน่ายยังประเทศอื่นๆยกเว้นสองประเทศคือลาวและเมียนมาจะต้องสั่งห้ามการส่งออก ตั้งแต่ 1 มีนาคมเป็นต้นมา ทำให้การสำรองน้ำมันของประเทศเพิ่มขึ้นมาประมาณ 100 วัน ซึ่งตรงนี้เป็นปริมาณน้ำมันสำรอง ฉะนั้นในทุกวัน แต่ละวันเรายังสามารถสั่งนำเข้าน้ำมันดิบจากภูมิภาคต่างๆทั่วโลก ถึงแม้จะมีเหตุการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง ความไม่สงบในตะวันออกกลาง แต่เราสามารถใช้เครือข่ายต่างๆของเรา ปตท.ไม่ใช่บริษัทเล็ก และโรงกลั่นน้ำมันต่างๆที่อยู่ในไทยก็อยู่มานานแล้ว มีเครือข่ายในการสั่งน้ำมันดิบเข้ามาโดยที่ไม่ได้มีปัญหาแต่ประการใด ถ้าจะยกตัวเลขให้เห็น เราเคยมีการใช้น้ำมันดีเซลแต่ละวันที่ 67 ล้านลิตร ซึ่งใช้ในสภาวะปกติยังไม่ได้มีการออกมาตรการเรื่องการลดการใช้หรือประหยัดน้ำมัน กำลังการผลิตน้ำมันดีเซลของประเทศไทยอยู่ที่ 77 ล้านลิตรต่อวัน แต่หลังเกิดเหตุสงครามด้วยข้อมูล ด้วยความวิตกกังวลของพี่น้องประชาชนทำให้ปริมาณการใช้น้ำมันในแต่ละวันเพิ่มมาเป็น 84 ล้านลิตรต่อวัน ทำให้เกินกำลังการผลิต เป็นเหตุให้เกิดการขาดน้ำมันในบางพื้นที่
นายกฯ กล่าวว่า วันนี้ขอกราบเรียนว่ารัฐบาล ส่วนงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาคการผลิต ภาคการขนส่ง ภาคการจัดจำหน่าย เราร่วมมืออย่างเต็มที่ในการบริหารสถานการณ์ให้มีน้ำมันให้กับประชาชนใช้ได้ตามปกติ แต่ในขณะเดียวกันรัฐบาลต้องขอความร่วมมือจากประชาชน จำนวนน้ำมันที่หายไป ถ้าหายไปมากกว่าการผลิต มันไม่ได้หายไปเพราะถูกส่งออกไปยังต่างประเทศหรือหายไปเพราะเอาไปใช้ในการผลิตไฟฟ้าเพิ่มเติม หรือไปส่งเสริมภาคการผลิตอื่นทำให้น้ำมันหายไป ไม่มีเลย ทุกอย่างอยู่ในสภาวะปกติ แต่หายไปเพราะเกิดจากความกังวลของพี่น้องประชาชนมีการมาเติมเพิ่มขึ้น มีการนำไปเก็บสำรองไว้เพิ่มมากขึ้นในครัวเรือน ทำให้เกิดสภาวะขาดแคลน มีการเติมน้ำมันแทนที่จะรอน้ำมันพร่องถังแล้วค่อยมาเติม แต่ทุกครั้งที่มีการพร่อง ก็ไปเติมเต็มกันหมด มียานพาหนะอะไรก็ไปเติมเต็มหมด ทำให้เกิดดีมานการใช้จ่ายในปริมาณมากขึ้น หากประชาชนให้ความร่วมมือกลับมาใช้ในสภาวะปกติ น้ำมันที่เรามีอยู่ตามสถานีบริการน้ำมันทั่วไปมันมีพออยู่แล้ว ก็ขอความร่วมมือตามการใช้ ซึ่งจะเหมาะสมกับการผลิต
นายกฯ กล่าวอีกว่า ขอเรียนอีกครั้ง 67 ล้านลิตรที่เคยใช้ในแต่ละวันเป็นสภาวะที่ใช้ มันกระโดดมาเป็น 84 ล้านลิตร หากเรากลับมาในสภาวะปกติหากยังไม่พูดถึงการประหยัดเพิ่มมากขึ้น ซึ่งวันนี้ประชาชนร่วมมือลดการใช้น้ำมันมากขึ้นอยู่แล้วหากเรากลับสภาพมาในสภาวะปกติลดความวิตกกังวล ปริมาณการใช้น้ำมันในแต่ละวันจะสอดคล้องกับกำลังความสามารถในการผลิตน้ำมันในประเทศไทย แน่นอนต้องใช้เวลา 1-2 สัปดาห์ ในที่ประชุม รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกับบริษัทปตท.แก้ไขปัญหา ว่าเราจะฟรีดน้ำมันสำรองเข้าไปในระบบเพื่อล้างรีเซ็ทให้ปริมาณน้ำมันมีมากเพียงพอ ทำให้การใช้น้ำมันของประชาชนเข้ามาเหมาะสมกับปริมาณน้ำมันที่เราสามารถผลิตได้ ตรงนี้เราจะดำเนินการตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
นายกฯ กล่าวต่อไปว่า ในภาพรวมมติของที่ประชุม ศบก. ด้านการขาดแคลนน้ำมันมีข้อสรุปดังนี้ ณ ปัจจุบันนี้ยังไม่มีเหตุผลใดที่ต้องกังวลจนเกินเหตุ ขอให้ประชาชนใช้ชีวิตตามปกติ เราจะเน้นแก้ไขสถานการณ์ให้รวดเร็วที่สุด ของวิงวอนให้ประชาชนได้ตระหนัก ถึงแม้เราจะยังไม่ขาดน้ำมัน แต่วันนี้มีปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้คือสถานการณ์สงครามในเรื่องการสู้รบกันยังไม่ทราบจะทวีความรุนแรงมากไปกว่านี้หรือจะหยุดเมื่อไหร่ ฉะนั้นถ้าเราใช้ด้วยความระมัดระวัง ความตระหนักรู้ จะยิ่งมีปริมาณน้ำมันสำรองในประเทศได้เพิ่มมากขึ้น เรื่องของไฟฟ้ายิ่งไม่ต้องกังวลเพราะไฟฟ้าในประเทศของเราได้ใช้ก๊าซจากแหล่งที่อยู่ในอ่าวไทย สามารถนำมาผลิตกระแสไฟฟ้าตามความต้องการของประชาชนทั่วประเทศได้ โดยไม่มีปัญหาติดขัดแต่อย่างใด และมีการส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือกอื่น พลังงานชีวภาพ เช่น B20 นำมาเป็นส่วนผสมและน้ำมันดีเซลมากขึ้น ยิ่งผสมมากเท่าไหร่จะทำให้ปริมาณน้ำมันสำรองในประเทศมีเพิ่มมากขึ้น รัฐบาลทำทุกอย่างเพื่อตอบสนองความต้องการของพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่
นายกฯกล่าวว่า ขอความร่วมมือประชาชนอาศัยข้อมูลที่รัฐบาลกำลังชี้แจงอยู่ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้มาจากตัวรัฐบาล โดยกรมธุรกิจพลังงาน ซึ่งเป็นคนควบคุมการนำเข้า ส่งออก การประกอบธุรกิจค้าขายน้ำมันในประเทศ เป็นตัวเลขจากผู้นำเข้าน้ำมันดิบ จากปตท.และโรงกลั่นอื่นๆ เป้าหมายที่ประชุมวันนี้ขอให้กลับไปในสภาวะที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ 1 มีนาคม ขอให้มีกำลังผลิตที่เพียงพอที่จะใช้ต่อวัน ซึ่งคงจะใช้เวลา1-2 สัปดาห์ ซึ่งการแก้ไขคืออัดน้ำมันสำรองที่เรามีอยู่เข้าไปเพื่อให้สภาวะที่คิดว่าขาดแคนแคลนเนื่องจากมีการเติม ตุน เพิ่มมากขึ้น หากประชาชนช่วยกันหยุดตุน และอัดน้ำมันสำรองที่เรามีเข้าไปจะทำให้ทุกอย่างเกลี่ยออกไปและกลับคืนสู่สภาวะปกติ ซึ่งตรงนี้เป็นวิธีการที่รัฐบาลจะดำเนินการตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม เป็นต้นไป
นายอนุทิน กล่าวว่า ส่วนความวิตกกังวลของประชาชนนั้น หากประชาชนให้ความร่วมมือไม่ตุนจนเกินไป ไม่ตุนเป็นสิบๆถัง เท่าไหร่ก็ไม่พอ ตรงนี้ต้องกราบขอร้องประชาชนให้ความร่วมมือในด้านนี้ด้วย ส่วนของรัฐบาลเองจะแก้ไขปัญหาโดยการเพิ่มปริมาณน้ำมันในระบบเข้าไป เพื่อให้เกิดภาวะสมดุลโดยเร็วที่สุด
เมื่อถามว่าในการประชุมได้มีการย้อนหรือไม่ว่าใครทำให้เกิดน้ำมันไม่พอในช่วง 7 วันที่ผ่านมา นายกฯ กล่าวว่า น้ำมันไม่เคยไม่พอ ถ้าไม่ได้วงรอบเขาก็ไม่เอาไปเติม ตอนนี้เราเข้าใจต้องถึงจะต้องดึงน้ำมันกลับไป แต่ด้วยความกังวลท่านไปตุนไว้ก่อนกลัวจะขาดแคลน ซึ่งรัฐบาลจะไม่ให้เกิดการขาดแคลน เรื่องราคาเป็นไปตามกลไก เพราะมีการสู้รบพอสถานการณ์สู้รบสงบลงมันก็จะปรับลง ปล่อยเป็นตามกลไกตลาด พอถามว่าใครเป็นคนทำให้น้ำมันขาดแคลนมันตอบไม่ได้ เพราะมันยังไม่ได้ขาด
นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า ขออนุญาตเพิ่มเติมเพื่อคลายความกังวลที่ได้รับข่าวสารว่าประเทศไทยแอบส่งออกน้ำมันไปยังประเทศที่สาม การส่งผ่านประเทศลาวไปประเทศกัมพูชา ยืนยันว่าไม่มี หลายคนบอกแล้วคุณจะรู้ได้อย่างไรว่าลาวไม่ขายออกไปยังกัมพูชา ตนเพิ่งไปลาวมา ได้ถามผู้บริหารระดับสูงว่ามีเหตุการณ์นี้หรือไม่ ได้รับคำตอบที่ชัดเจนว่าไม่มี ขอให้สื่อมวลชนได้นำเสนอข่าวสารให้เกิดความชัดเจนขึ้น ประชาชนจะได้ไม่ต้องวิตกกังวล ขณะนี้เราส่งน้ำมันจากไทยไป2ประเทศเท่านั้น เพราะมีเหตุผลทางยุทธศาสตร์เพื่อแสวงหาความร่วมมือร่วมกันในอนาคต เพราะเป็นประเทศที่ผลิตไฟฟ้าและก๊าซป้อนมาที่ไทย








