วันที่ 18 มีนาคม 2569 ที่อาคารรัฐสภา นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.แบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เดินทางเข้ารายงานตัวต่อสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ภายหลังเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศเลื่อนลำดับขึ้นมาดำรงตำแหน่งแทน นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรคที่ลาออกไป
โดย นายอรรถวิชช์ เปิดเผยถึงแนวทางการทำงานว่า พรรคตั้งเป้าผลักดันกฎหมายสำคัญ 2 ฉบับ คือ กฎหมายเปิดเสรีพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อให้ประชาชนใช้พลังงานสะอาดในราคาถูก และกฎหมายปฏิรูปเครดิตบูโร เพื่อสร้างโอกาสให้ประชาชนกว่า 5 ล้านคนเข้าถึงแหล่งสินเชื่อตามหลักสากล
อย่างไรก็ตาม แม้พรรคจะมีเพียง 2 เสียงในสภาฯ แต่พร้อมจะประสานงานกับทุกฝ่ายเพื่อให้ได้เสียงสนับสนุนครบ 20 คนตามข้อกำหนดในการเสนอร่างกฎหมาย โดยเฉพาะการร่วมงานกับฝ่ายรัฐบาลเพื่อผลักดันนโยบายให้สำเร็จ
ขณะที่การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี พรรคมีมติสนับสนุน นายอนุทิน ชาญวีรกูล โดยย้ำว่าไม่มีการต่อรองทางการเมืองแต่ให้ความสำคัญกับการสร้างผลงานเป็นหลัก ซึ่งในส่วนการบริหารงานภายในพรรคได้แบ่งบทบาทชัดเจนโดยนายพีระพันธุ์มุ่งขยายฐานสมาชิกและเครือข่ายพรรคในระดับจังหวัด ส่วนตนเองจะรับผิดชอบงานด้านนิติบัญญัติในสภาฯ และประสานงานทุกฝ่ายเพื่อขับเคลื่อนกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับสถานการณ์ด้านพลังงาน นายอรรถวิชช์ ระบุว่าจะเดินหน้าตรวจสอบการใช้เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างเข้มงวด โดยชี้ว่าโครงสร้างราคาน้ำมันไทยในปัจจุบันอ้างอิงราคาสมมุติจากดูไบและสิงคโปร์จนเกิดค่าการกลั่นสมมุติซึ่งทำให้โรงกลั่นได้รับลาภลอย ในภาวะวิกฤตหรือสงครามทั้งที่ต้นทุนจริงไม่ได้เพิ่มขึ้น
จึงเสนอให้มีการจัดเก็บภาษีลาภลอยเหมือนในต่างประเทศ และให้กองทุนน้ำมันชดเชยเฉพาะส่วนที่ขาดทุนจริงเท่านั้น พร้อมกันนี้ได้ประเมินว่าหากมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซเป็นเวลา 2 สัปดาห์ อาจส่งผลให้เกิดภาวะน้ำมันขาดแคลนในอีกประมาณ 1 เดือนข้างหน้า เนื่องจากปัญหาน้ำมัน 2 ราคา ที่ราคาขายปลีกหน้าปั๊มอยู่ที่ประมาณ 30 บาทต่อลิตร แต่ราคาขายส่งสูงกว่า ทำให้โรงกลั่นเลือกขายให้ผู้ซื้อรายใหญ่จนส่งผลกระทบต่อสถานีบริการเอกชนที่ไม่มีโควตา
ทั้งนี้ได้เสนอให้รัฐบาลนำพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันสภาวะการขาดแคลนน้ำมัน ปี 2516 มาใช้ควบคุมราคาตามต้นทุนนำเข้าเดิมเพื่อตรึงราคาในช่วงแรก แทนการใช้เงินกองทุนที่อาจประสบปัญหาสภาพคล่องในช่วงรัฐบาลรักษาการที่ไม่สามารถกู้เงินเพิ่มได้สะดวก พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลใหม่และรัฐมนตรีพลังงานคนต่อไปนำข้อเสนอไปพิจารณาเพื่อแก้ไขวิกฤตพลังงานอย่างตรงจุดและป้องกันผลกระทบต่อประชาชนในระยะยาว








