การเมืองทั่วไป

พรุ่งนี้น้ำมันขึ้น! ‘รมว.พลังงาน’ ปรับแก๊สโซฮอล์ 95 ขึ้น 1 บาท ดีเซล 50 สตางค์ ขยับราคาเพดานไม่เกินลิตรละ 33 บาท ยืดเวลาสำรอง101 วัน

แชร์ข่าว

เมื่อเวลา 17.45น.วันที่ 17 มี.ค.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน แถลงภายหลังการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ว่า เรามีสำรองน้ำมัน 90 กว่าวัน ในต้นทางแหล่งน้ำมันดิบตอนนี้เราสามารถยืนยันแหล่งน้ำมันดิบจากแหล่งนอกเหนือจากตะวันออกกลางได้เพิ่มขึ้นล่าสุดในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาได้มา 2 ล้านบาร์เรลและสหรัฐอเมริกาประมาณ 7 แสนบาร์เรล ดังนั้นแต่ละวันมีใช้ได้เพิ่มไปเป็น 101 วัน อันนี้คือต้นทางไล่ลงมาจากน้ำมันดิบเข้ามากลั่นในโรงกลั่นน้ำมันบ้านเราความจริงกำลังการกลั่นจะมากกว่าความต้องการใช้ปกติอยู่นิดหน่อย ซึ่งเราได้ประกาศห้ามส่งออกวันที่ 16 มี.ค.ที่ผ่านมา ได้มีการเชิญโรงกลั่นและผู้ค้าน้ำมันมาหารือ ประชาชนทราบดีว่าตรงปลายทางสถานีน้ำมันบริการยังขาดอยู่ แต่ต้นทางยังมีและต้องเกิดอะไรขึ้น ต้องไปไล่ตามลำดับจากต้นทาง ซึ่งโรงกลั่นน้ำมันยืนยันและให้คำมั่นว่าการกลั่น 100 เปอร์เซ็นต์ทุกโรง และบางโรงกลั่นมากกว่า 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งน้ำมันจากโรงกลั่นส่งให้ผู้ค้าน้ำมันไปตามคลังและถังน้ำมันต่างๆ ซึ่งผู้ค้าน้ำมันเองก็ขอความร่วมมือและได้รับการยืนยันว่าเขาจะมีการเปิดดำเนินการคลังน้ำมันของเขาที่จะให้รถบรรทุกเข้ามารับและกระจายไปทั่วประเทศ 7 วัน 24 ชั่วโมงซึ่งปัญหาอยู่ที่ปลายทาง คือรถน้ำมันที่จะมาขน จากคลังตัวรถน้ำมันเป็นรถเฉพาะ เพราะเป็นเรื่องของความปลอดภัยไม่สามารถเพิ่มตัวรถน้ำมันจากรถที่ขนอย่างอื่นมาขนน้ำมันได้

นายอรรถพล กล่าวว่า นอกจากนี้ด้วยเครื่องมือและอุปกรณ์ที่มีอยู่ความจริงเพียงพอสำหรับความต้องการใช้ปกติ เพียงแต่ว่าช่วงที่ผ่านมาเนื่องจากมีความแตกตื่นและวิตกกังวลของประชาชนเข้ามาเติมน้ำมันกันมากกว่าปกติ ยอดขายบางวันขึ้นไปเกือบ 2 เท่า เพราะฉะนั้นปัญหาที่เกิดคือรอบการขนรถน้ำมันไม่เพียงพอ จึงพยายามแก้ปัญหาที่ทำได้ตอนนี้ คือหารือกับผู้ค้าน้ำมันที่เขาเป็นเจ้าของคลังว่าให้เขาผ่อนปรนกฎเกณฑ์ในการให้รถน้ำมันเข้ามารับน้ำมันเพิ่มได้หรือไม่ เช่น บางโรงกลั่นกำหนดอายุว่าถ้ารถเกินกี่ปีเขาไม่ให้เข้า ก็ให้ไปพิจารณาผ่อนตรงนั้นเพื่อเพิ่มปริมาณรถน้ำมันเข้ามารับน้ำมันในคลังให้ได้เพิ่มมากขึ้น หรือว่าขั้นตอนให้ไปกระชับขั้นตอนการตรวจสอบเรื่องความปลอดภัยให้กระชับเพิ่มมากขึ้น และได้มีการหารือและขอความร่วมมือไปที่กระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคมกทม.และตำรวจจราจรในการผ่อนปรนเวลาการวิ่งของรถขนน้ำมันเท่านั้น ซึ่งจากเดิมรถบรรทุกติดเวลาในการวิ่ง ซึ่งถือเป็นข้อจำกัดทำให้การเที่ยวของการวิ่งรถน้ำมันได้ไม่เต็มที่ จึงได้ทำเรื่องขอความร่วมมือให้ผ่อนปรนเรื่องระยะเวลาในการขนรถน้ำมันไป 4 หน่วยงานโดยจะมีการติดตามให้เร็วที่สุดว่าจะสามารถผ่อนปรนเวลาได้มากน้อยแค่ไหนซึ่งสิ่งเหล่านี้ มันจะมาช่วยในการเพิ่มเที่ยวขนรถน้ำมัน ซึ่งหวังว่าจะช่วยผ่อนคลายสถานการณ์ที่หน้าปั๊มน้ำมันได้มากขึ้น

นายอรรถพล กล่าวอีกว่า ต้องขอเรียนขอความร่วมมือประชาชนว่าเรื่องการเข้าไปเติมน้ำมันหรือกักตุนน้ำมัน ถ้าเราทุกคนช่วยกันใช้ ช่วยกันเติมในปริมาณปกติ คาดว่าสถานการณ์จากกลับมาสู่ปกติได้โดยเร็ว ทั้งนี้ ในส่วนของเรื่องราคาน้ำมันดีเซลทุกท่านทราบว่าที่ผ่านมามีการตรึงไว้ที่ไม่เกิน 30 บาทต่อลิตรเป็น 15 วัน ซึ่งจะครบในวันที่ 18 มี.ค.นี้ ต้องลองดูว่าจะเป็นอย่างไร ซึ่งจากการหารือร่วมกันคือจะขอขยับตัวเพดานราคาน้ำมันดีเซลB7 โดยเพดานไปที่ 33 บาทต่อลิตร จะขยับราคาไม่กระชาก เพื่อลดผลกระทบกับกระประชาชนและราคาสินค้า เมื่อเทียบกับมาเลเซีย ซึ่งจะถูกกว่า แต่ตอนนี้ขยับมาที่ 32 บาท โดยเริ่มในวันที่ 18 มี.ค.ขยับ 50 สตางค์ต่อลิตร ซึ่งเป็นการปรับ 50 สตางค์หรือ 30 สตางค์ เป็นการปรับขึ้นลงโดยปกติของตลาดราคาน้ำมันบ้านเราอยู่แล้ว แต่จะทยอยดูตามสถานการณ์และทยอยขยับ แต่เพดานคือไม่เกิน 33 บาทต่อลิตร

นายอรรถพล กล่าวอีกว่า นอกจากนี้จะมีทางเลือกช่วยประชาชนมีมากขึ้นและส่งเสริมตัวเชื้อเพลิงชีวภาพ ซึ่งผลิตในบ้านเราได้มากขึ้นซึ่ง โดยเราปรับสเปคจากB 5 เป็นน้ำมัน B7 เพิ่มเปอร์เซ็นต์การผสมของตัวน้ำมันปาล์มจาก 5 เปอร์เซ็นต์ เป็น 7 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งทุกวันนี้ดีเซลพื้นฐานของบ้านเราคือB7 และสิ่งที่จะประกาศเพิ่มเติมคือการเพิ่มเติมสเปคของน้ำมันB10 ผสมเพิ่มเป็น 10 เปอร์เซ็นต์

และเพิ่มB20 เป็นทางเลือก ซึ่งจะทำให้ตัวราคาของตัวB10 ต่างจากตัวB7 ซึ่งถูกกว่า 2 บาท ขณะที่ B20ราคา 5 บาท ใช้ได้กับรถใหญ่และไม่ได้จำหน่ายผ่านสถานบริการน้ำมัน ซึ่งถือเป็นการลดการจราจรที่ไปยังคลังน้ำมัน แต่อาจจะใช้เวลาในการนำออกมาขายในตลาดนาน ส่วนน้ำมันเบนซินในตลาดมีอยู่แล้วE10 ,E 20 และE 85 ซึ่งE 85 รถใช้น้อยมาก โฟกัสที่E10 และE 20 ซึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ดำเนินการไปแล้ว ซึ่งผลต่างราคา E20 ต่ำกว่าตัวE10 อยู่ 3 บาทกว่า ซึ่งวันนี้จะมีการทำเพิ่ม แต่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงน้ำมันสนับสนุน E10 อยู่แล้วบางส่วน แต่เราจะไม่เพิ่มอัตราการสนับสนุนคงต้องปล่อยไปตามต้นทุน ฉะนั้นในวันที่ 18 มี.ค.ตัวE10 หรือน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 จะขึ้น 1 บาทต่อลิตร ส่วนE 20 จะปรับลง 79 สตางค์ต่อบาท ซึ่งจะทำให้ผลต่าง จากเดิมต่างอยู่แล้ว 3 บาทกว่าถ่างขึ้นไปอีก โดยสรุปตัวE 20 จะถูกกว่าตัวE10 5 บาท ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนมาเติมตัวอีก E 20 ให้มากขึ้นความจริงรถที่ใช้รุ่นหลังใช้ E20 ได้หมดแล้ว ฉะนั้นยังมีช่องว่างรถที่เติมได้และยังเติมอีกหลายคันขอเชิญชวนประชาชนมาเติมน้ำมัน E20 ให้มากขึ้น

นายอรรถพล กล่าวด้วยว่า ในส่วนของเรื่องการควบคุมดูแลทั้งทางด้านการปรับปรุงและการขายราคาที่เกินควรได้มีการหารือร่วมกันและจะมีการร่วมมือกันระหว่างกระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงพลังงานในการเข้าไปลงตรวจในระบบการค้าน้ำมันว่าไม่มีตรงส่วนไหนที่มีการกักตุน และไม่มีตรงส่วนไหนที่ค้ากำไรเกินควร ขอเตือนผู้ที่มีการกักตุนและผู้ที่ขายกำไรเกินควร ซึ่งในส่วนของกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงานลงตรวจผู้ค้าน้ำมันไปแล้วในเรื่องของการกักตุนว่าให้มั่นใจว่าผู้ค้าน้ำมันบางครั้ง เขามีน้ำมันในถังเขาเขาต้องมีการจ่ายตลอดเวลาให้กับรถที่มารับสถานีบริการน้ำมัน ไปตรวจถังใต้ดินว่าเขามีน้ำมันเหลืออยู่และมีการจ่ายหรือไม่ ที่ปั๊มน้ำมันบอกว่าหมดหมดจริงหรือไม่ พยายามเข้าไปตรวจสอบตรงนี้เพื่อไม่ให้มีการกักตุน

เมื่อถามว่าประชาชนกังวลว่ามันจะมีใช้หรือไม่มีใช้รัฐบาลยืนยันได้หรือไม่ว่าน้ำมันเราจะไม่ขาดแคลน เพราะตอนนี้มีวิกฤติว่าเติมได้แค่ 500 บาท นายอรรถพล กล่าวว่า ยืนยันได้ว่าน้ำมันเพียงพอเราสามารถหาจากแหล่งอื่นนอกจากตะวันออกกลางได้ ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ว่าอาจจะมีการจ่ายได้ไม่เต็มที่อย่างที่ต้องการได้แค่ 500 บาทหรือ 1,000บาทเป็นปัญหาหน้าของสถานบริการน้ำมันในก็พยามแก้ตรงนี้ให้ระบบการขนส่งเพิ่มเที่ยวรถให้มากขึ้นก็คิดว่าและหวังว่าสถานการณ์นี้จะเริ่มคลี่คลายไปได้