วันที่ 16 มี.ค. 69 ที่ทำการพรรคประชาชน นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงการโหวตเลือกประธานสภา ที่พรรคประชาธิปัตย์ระบุถึงเหตุผลที่งดออกเสียงเพราะพรรคประชาชนไม่ได้ติดต่อไปอย่างเป็นทางการว่าจะส่งนายพริษฐ์เป็นประธานสภา ว่า เป็นสิทธิ์ของแต่ละพรรคจะลงคะแนนเช่นไร ขอไม่ก้าวล่วงแต่ละสิทธิ์ของพรรคการเมือง ในข้อเท็จจริง คือนายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ อดีตประธานวิปฝ่ายค้าน ได้แจ้งพรรคประชาธิปัตย์ล่วงหน้าไปแล้วหลายวัน ว่าพรรคประชาชนจะส่งบุคคลชิงตำแหน่งประธานสภาฯ พร้อมย้ำว่าพรรคประชาชนเคารพสิทธิ์ของแต่ละพรรค ในการลงมติ โดยเมื่อวานนี้(15 มี.ค. 69) เป็นวาระแรกของสภาชุดนี้ ต้องยอมรับว่าก่อนที่จะมีการเลือกประธานสภา อาจจะยังไม่มีความชัดเจนเท่าวันนี้ ว่าพรรคไหนอยู่ในซีกรัฐบาลและพรรคไหนอยู่ในซีกฝ่ายค้าน แต่วันนี้มีความชัดเจนแล้วว่าพรรคไหนที่อยู่ในซีกฝ่ายค้าน คงจะต้องมีการหารือร่วมกันผ่านกลไกฝ่ายค้านเพื่อวางแผนทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลร่วมกันไม่ได้มีปัญหาอะไร
เมื่อถามว่าเป็นเพราะพรรคประชาชนไม่ได้แจ้งว่าจะส่งใครลงชิงตำแหน่งประธานสภาใช่หรือไม่ พรรคประชาธิปัตย์จึงมีมติงดออกเสียง นายพริษฐ์ ย้ำว่าเราแจ้งไปแล้วว่าจะส่งบุคลากรของพรรคในวาระเลือกประธานสภา แต่ไม่ได้แจ้งชื่อตัวบุคคล ส่วนที่ถูกมองว่าภาพรวมของฝ่ายค้านไม่มีเสถียรภาพนั้น คือการทำงานของฝ่ายค้านมีความแตกต่างจากพรรคร่วมรัฐบาล เพราะพรรคร่วมรัฐบาลตกลงเป็นรัฐบาลร่วมกัน ดังนั้นความคาดหวังในประเด็นต่างๆไม่ว่าจะเป็นกฎหมายที่ถูกเสนอครม.หรือ นโยบายต่างๆของฝ่ายบริหาร โดยหวังว่าพรรคร่วมรัฐบาลจะต้องมีจุดยืนสอดคล้องกันเป็นเอกภาพ
ส่วนฝ่ายค้านเป็นการรวมตัวกันของฝ่ายที่ไม่ได้อยู่ในพรรคร่วมรัฐบาล จึงมีจุดยืนในบางประเด็นที่แตกต่างกัน การทำงานจึงต้องเคารพจุดยืนที่แตกต่างกันในบางประเด็น ไม่ได้ลดทอนจุดร่วมที่จะต้องตรวจสอบรัฐบาล
เมื่อถามว่าคนในพรรคประชาชนระบุว่า พรรคที่ไม่ได้โหวตให้กับตำแหน่งประธานสภากลายเป็นพรรคที่รอร่วมรัฐบาล นายพริษฐ์ กล่าวว่า ความเห็นของพรรค ขอไม่ก้าวล่วงการตัดสินใจขอพรรคการเมืองอื่น
ส่วนที่นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ระบุว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ใช่บริวารของใครนั้น นายพริษฐ์ กล่าวว่า เราก็ไม่ได้คาดหวังให้ใครมาเป็นบริวารของเรา เราทำงานด้วยการเคารพกันและกัน ทำงานในซีกฝ่ายค้านแม้จุดยืนจะแตกต่างกันมาก แต่เป็นเรื่องปกติในการทำงานของฝ่ายค้านตั้งแต่ดูจากการทำงาน สมัยพรรคก้าวไกลถึงพรรคประชาชน เราทำหน้าที่เป็นแกนนำฝ่ายค้านมาโดยตลอด ซึ่งพรรคร่วมฝ่ายค้านเปลี่ยนไปตลอด การทำงานก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร
เมื่อถามถึงกรณีการส่งชื่อนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ซึ่งนางสาวธิษะณา ชุณหะวัณอดีต สส.กทม พรรคประชาชนออกมาแสดงความคิดเห็นว่าทำไปเพื่อสร้างกระแส นายพริษฐ์ ยืนยันว่า ตั้งแต่ผลการเลือกตั้งออกมา เราดำเนินการตามสิ่งที่พูดไว้ก่อนการเลือกตั้ง คือเคารพสิทธิ์ของพรรคการเมืองอันดับ 1 ในการเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งชัดเจนแล้วว่าเขาสามารถรวบรวมเสียงเพียงพอจัดตั้งรัฐบาลได้ หากย้อนไปดูในอดีตประวัติศาสการเมืองไทยหรือระบบรัฐสภาในประเทศอื่น มีกรณีที่พรรคฝ่ายค้านเสนอชื่อบุคคลเป็นนายกฯและมีกรณีที่ไม่เสนอชื่อ ซึ่งเป็นสิทธิ์ของแกนนำฝ่ายค้านในแต่ละยุคว่าจะตัดสินใจอย่างไร ไม่ใช่สิ่งที่เกินเลยสามารถเกิดขึ้นได้ในระบบรัฐสภาไม่ได้เป็นการส่งสัญญาณว่าจะมีการจัดตั้งรัฐบาลแข่ง
ทั้งนี้นางสาวธิษะณายังแสดงความเห็นว่าพรรคประชาชนตั้งใจจะสร้างภาพลักษณ์ให้ตัวเองดูดีเพื่อให้ทัวร์ไปลงพรรคเพื่อไทย นายพริษฐ์ กล่าวว่า ไม่มีความคิดเช่นนั้น ตามระบบรัฐสภา เมื่อรวบรวมเสียงตั้งรัฐบาลได้ ก็มีทั้งกรณีที่พรรคฝ่ายค้านเสนอชื่อบุคคลในวาระการเลือกนายกและก็มีกรณีที่ไม่เสนอชื่อ ไม่ได้เป็นการพยายามสร้างความเข้าใจผิด พร้อมย้ำว่าไม่ได้เป็นการตั้งรัฐบาลแข่ง ไม่มีความพยายามในการติดต่อหรือไปรวมเสียง








