เมื่อวันที่ 14 มี.ค.69 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิป พร้อมข้อความ ผ่านเฟซบุ๊ก เทพไท คุยการเมือง ระบุว่า พรรคส้ม ไม่ควรส่ง เท้ง แข่งนายกฯ
สำหรับการเคลื่อนไหวทางการเมืองหลังจากการเลือกตั้งส.ส.แล้ว ได้มีกำหนดการนัดประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานสภาผู้แทนราษฎร2คน ในวันที่ 15 มีนาคม 2569 และมีการนัดประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 19 มีนาคม 2569
มีการเคลื่อนไหวทางการเมืองของพรรคการเมือง ที่จะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล กับพรรคการเมืองที่มีแนวโน้มว่าจะเป็นฝ่ายค้าน มีการเสนอการแข่งขันในตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีกระแสข่าวว่า พรรคภูมิใจไทยจะเสนอ ชื่อนายโสภณ ซารัมย์ เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งในส่วนของพรรคประชาชน ก็ประกาศว่า จะส่งบุคคลเข้าแข่งขันในตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรด้วยเช่นกัน
สำหรับเรื่องนี้ในความเห็นของผมเห็นว่า พรรคประชาชนจะส่งหรือไม่ส่งตัวแทนของพรรคลงแข่งขัน หรือลงชิงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรก็ได้ เพราะการส่งแข่งขันในตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นตำแหน่งแรกที่มีการแข่งขันกัน จะเป็นการวัดกำลังกัน ระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาชนว่า พรรคการเมืองใดจะมีเสียงสนับสนุนมากกว่ากัน เพราะถ้าหากพรรคการเมืองใดมีแนวโน้มจะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรก็จะเป็นของพรรคการเมืองนั้น และอีกประการหนึ่งคือ พรรคประชาชนไม่ได้ประกาศไว้ล่วงหน้าว่า จะชิงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่ จึงเห็นว่าเป็นสิทธิ์ของพรรคประชาชน ที่จะส่งตัวแทนของพรรคเข้าแข่งขันในตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่ก็ได้
แต่สำหรับวันที่ 19 มีนาคม 2569 ซึ่งเป็นการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเลือกผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และมีแนวโน้มว่า พรรคภูมิใจไทย จะเสนอชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ในส่วนพรรคประชาชน ได้มีมติพรรคไปแล้วว่า จะส่งคุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เข้าชิงในตำแหน่งนี้
ความเห็นส่วนตัวผมเห็นว่า พรรคประชาชนไม่ควรส่งนายณัฐพงษ์เข้าแข่งขันในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เว้นแต่พรรคประชาชนจะชนะการเลือกตั้งในตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งนั่นแสดงให้เห็นว่า เสียงส่วนใหญ่สนับสนุนพรรคประชาชนให้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล แต่ถ้าหากว่าโหวตในตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาชนแพ้ให้กับพรรคภูมิใจไทย ก็ไม่ควรส่งคู่แข่งขันในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพราะที่ผ่านมาพรรคประชาชน ได้ประกาศว่า จะเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองที่ได้อันดับ1 จัดตั้งรัฐบาลจะไม่เสียมารยาท จะไม่ชิงจัดตั้งรัฐบาลอย่างแน่นอน ไม่เหมือนกับการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 และปี 2566 ที่พรรคอันดับ2 ชิงพรรคอันดับ1จัดตั้งรัฐบาล สำหรับพรรคประชาชนจะไม่ทำเช่นนั้น
ในครั้งนี้การเลือกตั้งปี 2569 พรรคภูมิใจไทยได้ชนะเลือกตั้งเป็นอันดับ1 พรรคประชาชนเป็นอันดับ2 เพราะฉะนั้นพรรคประชาชนไม่ควรเสนอตัวแข่งขันในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ควรจะวางตัวเฉยๆ หรืองดออกเสียง เพื่อรอผลโหวตนายกรัฐมนตรีว่า ที่ประชุมจะโหวตให้นายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรีเกิน 250 เสียงหรือไม่ ถ้าไม่เกิน 250 เสียง ก็แสดงว่าชื่อของนายอนุทินก็ตกไป เป็นโอกาสของพรรคประชาชน ที่จะเสนอแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเข้ามาโหวตในครั้งต่อไป
ถ้าหากว่าพรรคประชาชนวางเฉย งดออกเสียง พรรคกล้าธรรมวางเฉย งดออกเสียง และพรรคเพื่อไทยวางเฉย งดออกเสียง นายอนุทินจะมีคะแนนเสียงสนับสนุนไม่ถึง 250 เสียง ก็ถือว่าตกไป ไม่ผ่านการรับรองของสภาผู้แทนราษฎร
ถ้าพรรคประชาชนเล่นเกมนี้ ประสานงานกัน3พรรค คือพรรคเพื่อไทย พรรคกล้าธรรม และพรรคประชาชนให้งดออกเสียงด้วยกัน เกมก็จะประสบความสำเร็จ คิวต่อไป จะเป็นคิวของพรรคประชาชน โดยไม่ต้องแย่งกันจัดตั้งรัฐบาล หรือแข่งขันโหวตกันในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร
ส่วนตัวผมเห็นว่า 1.ตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชนจะส่งแข่งหรือไม่ก็ได้ ถ้าส่งแข่ง ก็ถือว่าไม่ผิดมารยาท เป็นการประลองกำลังยกแรก 2.ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเห็นว่า ไม่ควรส่งแข่ง เพราะจะผิดคำสัญญาที่ให้ไว้ และเห็นว่าควรงดออกเสียง ปล่อยให้ที่ประชุมโหวตรับรองนายอนุทินไปก่อน ถ้าเสียงโหวตไม่ถึง 250 เสียง ก็เป็นโอกาสของพรรคประชาชน พรรคอันดับ2 จะเป็นความชอบธรรม เพื่อเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลต่อไป
จึงขอเสนอความเห็นในฐานะผู้สังเกตการณ์ทางการเมือง มายังพรรคประชาชนให้พิจารณา จะเห็นด้วยประการใดหรือไม่ ก็เป็นสิทธิ์ของพรรคประชาชน แต่ในฐานะที่เคยผ่านการเมืองมาก่อน และเป็นผู้สังเกตการณ์ทางการเมือง จึงเสนอความเห็นมาเพื่อโปรดพิจารณา







