วันที่ 12 มี.ค.69 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิป พร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เทพไท - คุยการเมือง ระบุว่า...
กรมการปกครอง อย่าปิดฟ้าด้วยฝ่ามือ
ผมได้อ่านหนังสือหรือเอกสารชี้แจงของกรมการปกครอง กรณีนายชวน หลีกภัย ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน พูดถึงกลไกของกระทรวงมหาดไทย ตั้งแต่ผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด ปลัดจังหวัด นายอำเภอ ปลัดอำเภอ กำนันผู้ใหญ่บ้าน ได้เอื้อประโยชน์ให้กับพรรคการเมืองบางพรรค และผู้สมัครส.ส.บางคนในการซื้อเสียง ซึ่งกรมการปกครองได้ออกหนังสือชี้แจงว่า ในกรณีดังกล่าว ไม่ปรากฏพยานหลักฐาน หรือไม่มีการร้องเรียนใดๆ กรมการปกครองไม่เคยได้รับหนังสือร้องเรียน และยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทยหรือกรมการปกครอง ได้วางตัวเป็นกลางอย่างเคร่งครัด
ผมในฐานะที่ได้ติดตามการเลือกตั้งที่ผ่านมา และได้ฟังความคิดเห็นของทุกฝ่าย มีการยืนยันกันเป็นเสียงเดียวกันว่า มีพรรคการเมืองบางพรรค ได้ใช้กลไกของกระทรวงมหาดไทยเอื้อประโยชน์ อำนวยความสะดวกให้กับผู้สมัครของพรรคการเมืองบางพรรค เพราะก่อนหน้านี้ กระทรวงมหาดไทยได้โยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการของกระทรวงมหาดไทยทั้งหมด 6 ครั้ง เช่น วันที่ 14 ตุลาคม 2568 โยกย้ายแต่งตั้งระดับรองปลัดกระทรวง อธิบดี ผู้ว่าราชการจังหวัด 45 ตำแหน่ง วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 โยกย้ายแต่งตั้งขึ้นตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด 26 ตำแหน่ง วันที่ 11 ธันวาคม 2568 โยกย้ายสลับตำแหน่งระดับรองผู้ว่าราชการจังหวัด 10 ตำแหน่ง วันที่ 11 ธันวาคม 2568 โยกย้ายระดับผู้อำนวยการระดับสูงคือนายอำเภอ 203 ตำแหน่ง วันที่ 14 ธันวาคม 2568 โยกย้ายระดับปลัดจังหวัด ผู้ตรวจราชการกรม 31 ตำแหน่ง วันที่ 10 มกราคม 2569 โยกย้ายระดับปลัดจังหวัด นายอำเภอ มี 3 คำสั่ง รวม 244 ตำแหน่ง ไม่นับรวมการโยกย้ายระดับปลัดอำเภออีกจำนวนหนึ่ง รวมตำแหน่งที่โยกย้าย 6 ครั้ง 559 ตำแหน่ง
มีการตั้งข้อสังเกตว่า กระทรวงมหาดไทยได้โยกย้ายข้าราชการในกระทรวง เพื่อจัดระเบียบอำนาจ เพื่อรองรับการเลือกตั้งที่จะมาถึงในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 จึงได้เห็นพฤติกรรมของข้าราชการในกระทรวงมาไทย เอื้อประโยชน์และช่วยเหลือผู้สมัครส.ส.ของพรรคการเมืองบางพรรคอย่างเห็นได้ชัด เป็นที่กล่าวกันทั่วประเทศ และมีการตีแผ่ข้อเท็จจริงผ่านสื่อโซเชียลมากมาย แต่กกต.และกระทรวงมหาดไทยไม่ได้เอาใจใส่ในเรื่องนี้
ผมขออนุญาตยกตัวอย่าง บางจังหวัด บางเขตเลือกตั้ง ที่มีผู้สมัครคนหนึ่ง สังกัดพรรคการเมืองหนึ่ง ลงสมัครรับเลือกตั้งในเขตที่ไม่มีฐานเสียงเดิม ปราศรัยก็ไม่เป็น เดินหาเสียงไปไม่ถูก แต่อาศัยความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับข้าราชการระดับสูงในจังหวัด มีความสัมพันธ์อันเป็นพิเศษ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่าเป็นกิ๊ก ช่วยเหลือนัดประชุมกำนันผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำท้องถิ่น ตั้งแต่นายกเทศมนตรี สจ. สท. นายกอบต.หรือผู้มีบารมี ผู้กว้างขวางให้ช่วยเหลือให้ซื้อเสียงกัน
ในที่สุดผลการเลือกตั้งออกมา ผู้สมัครรายนี้ได้คะแนน 5หมื่นกว่าคะแนน ในขณะที่พรรคสังกัดได้ประมาณ 1 หมื่นคะแนน สันนิษฐานได้เลยว่า คะแนนที่ได้เป็นคะแนนที่ซื้อมาล้วนๆ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า ซื้อทิ้งพรรค เพราะคะแนนระหว่างผู้สมัครส.ส.กับพรรคที่สังกัด ไม่มีความสัมพันธ์กันเลย ที่ยกตัวอย่างให้เห็นว่า พรรคการเมืองบางพรรคได้ใช้กลไกของกระทรวงมหาดไทย เอื้อประโยชน์และช่วยเหลือผู้สมัครส.ส.จนประสบความสำเร็จ
การกรมการปกครองออกมาชี้แจง น่าจะเป็นการชี้แจงแบบแก้เกี้ยว เพราะพฤติกรรมทั้งหมด ชาวบ้านรู้ดี คนในพื้นที่รู้กันหมดว่า มีการใช้กำนันผู้ใหญ่บ้าน อสม.และนักการเมืองท้องถิ่นซื้อเสียงกันอย่างกว้างขวาง ปรากฏการณ์เหล่านี้ไม่สามารถจะปกปิดกันได้ แม้ว่ากรมการปกครองจะพยายามจะปฏิเสธว่า ไม่มีการร้องเรียน และย้ำว่าข้าราชการในสังกัดปฏิบัติหน้าที่วางตัวเป็นกลางอย่างเคร่งครัด
ซึ่งถือว่าเป็นการชี้แจงแบบ“ปิดฟ้าด้วยฝ่ามือ” ซึ่งจะปิดอย่างไรก็ปิดไม่มิด ชาวบ้านรู้ดี แม้ว่าจะเอาผิดทางกฎหมายไม่ได้ แต่ความผิดที่เกิดขึ้นทั้งหมด มันอยู่ในใจประชาชนคนไทยทั้งประเทศ
#เทพไท #กรมการปกครอง #เลือกตั้ง #การเมือง #ซื้อเสียง #ข้าราชการ #ปิดฟ้าด้วยฝ่ามือ #โยกย้ายข้าราชการ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline







