เมื่อเวลา 16.26 น. วันที่ 11 มี.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ให้สัมภาษณ์ก่อนการเป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ถึงกรณีเรือสินค้าสัญชาติไทยถูกโจมตี ว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้รับรายงานแล้ว สำหรับการช่วยเหลือ ลูกเรือทุกคนปลอดภัย ซึ่งจากรายงานระบุว่า เรือสินค้าได้เทียบท่าที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ได้รับแจ้งจากเจ้าของท่าเรือให้ถอนสมอ และเดินทางออกมาจากท่าเรือประมาน 20 กิโลเมตร จนเกิดการระเบิดขึ้นบริเวณห้องเครื่อง ทั้งนี้ยังไม่ได้รับการรายงานเพิ่มเติมว่า เป็นการโดนยิงหรือเป็นการโดนทุ่นระเบิด การข่าวยังไม่มีความชัดเจน
เมื่อถามว่า เรื่องความปลอดภัยต้องกำชับมาตรการอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เหตุการณ์นี้ เรือสินค้าของเราอยู่ในน่านนํ้าของยูเออี ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการรบ แต่ตนจะหารือกับกระทรวงการต่างประเทศ ในที่ประชุม ศบก. และจะให้ข้อมูลเพิ่มเติม และจะให้ ศบก.แถลงรายละเอียดในวันที่ 12 มี.ค.
เมื่อถามว่า หลังจากนี้ต้องมีการกำชับเรื่องความปลอดภัยกับเรือสินค้าของไทยที่จะผ่านเส้นทางดังกล่าว เพิ่มเติมหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เมื่อเรือเราอยู่ที่ยูเออีก็ไม่ควรไปเกี่ยวข้องกับการรบ เพราะยูเออีเป็นประเทศที่เป็นกลาง แต่ก็เห็นอยู่ว่า จริงๆ ยูเออีในเรื่องคลังน้ำมันก็โดนระเบิด จากโดนพลีชีพอยู่ ซึ่งเหตุการณ์ตรงนี้ ตนคิดว่าต้องถามทางกระทรวงการต่างประเทศ โดยตนจะหารือเรื่องนี้ในที่ประชุมด้วย ก่อนจะมีการออกมาให้ข้อมูลอีกครั้ง
เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่จะหลีกเลี่ยงเส้นทางฮอร์มุซชั่วคราว นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ตอนนี้เข้าไปไม่ได้อยู่แล้ว แต่เรือที่เข้าไปอยู่ในส่วนนั้น คือเรือที่ไปเทียบท่าอยู่ที่ยูเออี แล้ว ไม่ควรจะไปเกี่ยวข้องกับปัญหาช่องแคบฮอร์มุซแล้ว โดยเท่าที่ดูคิดว่าน่าจะยังขนถ่ายสินค้าไม่เสร็จ แต่เรือขึ้นมาสูงจากผิวน้ำแล้ว ซึ่งตนไม่มั่นใจว่า เป็นเรือที่ยังไม่ได้บรรทุกสินค้า หรือขนถ่ายเสร็จแล้ว
ด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง กล่าวว่า ได้รับรายงานเบื้องต้นได้มีการช่วยเหลือคนไทยจากเหตุการณ์เรือสินค้าถูกยิงแล้ว ส่วนรายละเอียดทั้งหมด ขอให้รอฟังในที่ประชุม ศบก. ขณะที่นายอนุทิน ได้รับรายงานแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องนี้จะส่งผลต่อการส่งออกน้ำมันหรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า ตอนนี้เอาความปลอดภัยของลูกเรือไทยก่อน เป็นสิ่งสำคัญที่สุด เมื่อถามว่า ตอนนี้กระทรวงการคลังต้องมีการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลงหรือยัง เพราะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงติดลบมากขึ้น นายเอกนิติ กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ได้สรุปได้ให้ทีมงานหารือกันอยู่ว่าจะช่วยในระดับไหน แต่ตอนนี้ยังช่วยโดยใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นหลัก
ต่อมาเวลา 16.30 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ในฐานะผู้อำนวยการ ศบก. เป็นประธานการประชุม ศบก.
โดยนายพิพัฒน์ กล่าวว่า เรือ MAYUREE NAREE เป็นเรือบรรทุกสินค้าแบบเทกอง ขนาด 15,891 ตันกรอส ซึ่งได้ออกจากท่าเรือคาลิฟา ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) และมาถูกระเบิดที่ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งขณะที่เดินทางและเกิดเหตุขึ้นนั้น ในเรือไม่มีสินค้า เราได้นำสินค้าขึ้นเรียบร้อย และกำลังเดินทางกลับสู่ประเทศไทย ซึ่งการเคลื่อนตัวออกจากท่ามีจำนวนหลายลำ และเรามีลูกเรือทั้งหมด 23 คน ซึ่งทั้งหมดเป็นคนไทย ขณะนี้ได้รับการช่วยเหลือแล้ว 20 คน ขาดอีก 3 คน อีก 3 คนซึ่งอยู่ในเรือ ต้องขอขอบคุณทหารเรือโอมานที่ได้กรุณาช่วยทั้ง 20 คนขึ้นมาไว้บนฝั่งเป็นที่เรียบร้อย ส่วนอีก 3 คน พยายามเข้าไปช่วย เพราะในเรือไม่มีแสงสว่างเลย
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ในวันนี้ตนจะขอหารือและแจ้งให้ทราบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเรื่องสถานการณ์น้ำมัน ซึ่งจากที่ได้ดูแล้วราคาน้ำมันดิบที่ประกาศ ไม่ว่าจะเป็นของเวสต์ เท็กซัส หรือของทะเลเหนือ ราคาน้ำมันดิบก็ลดลงมาพอสมควรจากที่ถีบตัวขึ้นไป 119 เหรียญสูงสุด ขณะนี้น่าจะอยู่ที่ประมาณ 80 กว่าเหรียญ
นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 10 มี.ค. นายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการให้ข้าราชการสามารถเวิร์ก ฟอร์ม โฮมได้สำหรับหน่วยงานที่มีความพร้อม และขอความกรุณาเรื่องการปรับลดความเย็นของแอร์ ถ้าเป็นไปได้ไม่ต้องใส่สูท ผูกเนคไท จะสามารถปรับลดแอร์มาได้ที่ 26-27 องศา จะเป็นการประหยัดพลังงาน ส่วนเรื่องการปิดสถานีบริการน้ำมันตั้งแต่เวลา 22.00 น.ยังไม่ได้มีการประกาศ รวมถึงเรื่องป้ายไฟโฆษณาที่จะให้ปิดหลัง 22.00 น. ก็ยังไม่ได้ประกาศเช่นกัน ทำไมข่าวไปออกเร็ว








