การเมืองทั่วไป

ครม.รับทราบมาตรการสกัดลักลอบค้ายุทธภัณฑ์ ย้ำเข้มตาม พรบ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ.2530

แชร์ข่าว

ครม.รับทราบมาตรการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตเกี่ยวกับการลักลอบค้ายุทธภัณฑ์ที่อาจนำไปใช้ในการรบหรือการสงครามได้ ตามพระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ. 2530

วันที่ 10 มี.ค.69 นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบมาตรการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตเกี่ยวกับการลักลอบค้ายุทธภัณฑ์ที่อาจนำไปใช้ในการรบหรือการสงครามได้ ตามพระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ. 2530 ตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. เสนอ รวมทั้งมอบหมายให้กระทรวงกลาโหม (กห.) เป็นหน่วยงานหลักรับเรื่องนี้ไปพิจารณาร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงมหาดไทย สำนักข่าวกรองแห่งชาติ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ได้ข้อยุติ โดยให้ กห. สรุปผลการพิจารณา/ผลการดำเนินการ/ความเห็นในภาพรวม แล้วส่งให้ สลค. ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ได้รับแจ้งจาก สลค. เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป

ทั้งนี้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (คณะกรรมการ ป.ป.ช.) ขอให้นำมาตรการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตเกี่ยวกับการลักลอบค้ายุทธภัณฑ์ที่อาจนำไปใช้ในการรบหรือการสงครามได้ ตามพระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ. 2530 เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา เช่น (1) รัฐบาลควรส่งเสริมและสนับสนุนการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบคลังยุทธภัณฑ์ที่อาจนำไปใช้ในการรบหรือการสงครามได้ (ยุทธภัณฑ์ฯ) (2) กระทรวงกลาโหม (กห.) และสำนักข่าวกรองแห่งชาติ (สขช.) ควรพัฒนาระบบการแจ้งเตือนภัยความมั่นคงและระบบการข่าวเพื่อรองรับการเพิ่มขึ้นของปัญหาการลักลอบค้ายุทธภัณฑ์ฯ ในพื้นที่ชายแดน (3) กห. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ควรมีการขยายผลการกระทำความผิดเกี่ยวกับยุทธภัณฑ์ฯ ไปยังผู้กระทำความผิดที่เป็นตัวการ ผู้ใช้ และผู้สนับสนุนด้วย (4) หน่วยงานของรัฐ ทุกหน่วยที่มียุทธภัณฑ์ฯ อยู่ในครอบครองควรจัดให้มีระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ในบริเวณทางเข้า-ออกคลังยุทธภัณฑ์ฯ เพื่อให้สามารถตรวจสอบ เฝ้าระวังยุทธภัณฑ์ฯ ได้ตลอดเวลา