วันที่ 10 มี.ค.69 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ปั่นไปไหน - สมชัย ศรีสุทธิยากร ระบุว่า...
กรณีใบส้ม 70 ล้าน แม้ศาลฎีกายกฟ้อง กลับคำตัดสินศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ แต่ให้บทเรียนอะไรแก่สังคมและ กกต.บ้าง
1. คำพิพากษาของศาลฎีกา เน้นว่า กกต.ตัดสินเป็นองค์คณะในการให้ใบส้มแก่ นายสุรพล เกียรติไชยากร โดยไม่มีโกรธเคืองมาก่อน จึงไม่นับว่าเป็นการกลั่นแกล้ง เป็นคำพิพากษาที่ทุกฝ่ายต้องน้อมรับ
2. แม้อำนาจในการวินิจฉัยใบส้มเป็นของ กกต. แต่ ในอนาคต กกต. พึงวินิจฉัยด้วยความละเอียดรอบคอบ มิเช่นนั้น ก็อาจเกิดปัญหาการฟ้องร้องดำเนินคดีที่ต่อเนื่องถึง 3 ศาล ใช้เวลาเกือบ 8 ปี เสียเวลาและค่าใช้จ่ายของคู่กรณีมากมาย
3. การตัดสินของศาลฎีกา เป็นผลให้ กกต. ไม่ต้องชดใช้เงินจำนวนมากหลายสิบล้านบาท ซึ่งเป็นเงินภาษีของประชาชน แม้ภายหลังอาจมีการตั้งคณะกรรมการสอบหาผู้รับผิดทางละเมิด แต่ก็เป็นไปได้ที่จะมีข้อสรุปว่า เป็นการประมาทเลินเล่อแต่ไม่ร้ายแรง ไม่ต้องมีใครชดใช้
4. หลังจากการให้ใบส้ม เมื่อปี 2562 แล้วกลายเป็นคดีความ ทำให้ กกต. แทบไม่มีคำวินิจฉัยให้ใบเหลือง ใบแดง ใบส้ม แก่ใครเลย จนเป็นที่ครหาว่า กลัวเกิดเรื่องเลยไม่กล้าฟันทุจริตเลือกตั้ง คำพิพากษาศาลฎีกาคราวนี้ เป็นการสร้างบรรทัดฐานว่า หากเป็นไปโดยสุจริต ไม่มุ่งกลั่นแกล้งบุคคลใด ศาลย่อมให้ความคุ้มครอง ดังนั้น จึงหวังที่จะเห็น กกต. จัดการกับผู้ซื้อเสียงอย่างจริงจัง มากกว่า ผลงานการเร่งประกาศผลเลือกตั้ง โดยไม่รับรู้กับเรื่องการซื้อขายเสียงที่ประชาชนรู้กันทั่วบ้านทั่วเมือง
5. ขอแสดงความยินดีต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งชุดที่แล้ว ที่หลุดพ้นจากคดีในเรื่องนี้ ยินดีกับสำนักงานที่ไม่ต้องใช้เงินงบประมาณชดใช้ค่าเสียหาย และ ให้กำลังใจคุณสุรพล ผู้ที่ถูกใบส้มจาก กกต. และใช้ความพยายามในการเรียกร้องความเป็นธรรมแก่ตนเอง แม้จะไม่ประสบความสำเร็จก็ตาม
#สมชัย #กกต #ใบส้ม70ล้าน #ศาลฎีกา #สุรพลเกียรติไชยากร #การเมืองไทย #เลือกตั้งไทย #ข่าวการเมือง #ทุจริตเลือกตั้ง #ซื้อเสียง #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline







