การเมืองทั่วไป

‘จุลพันธ์’ ยัน พท.ไร้รอยร้าว ปัด สส.ไม่พอใจโควต้า ชี้ ‘ประเสริฐ’ คุณสมบัติครบ

แชร์ข่าว

วันที่ 9 มี.ค.69 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนสัดส่วนโควต้ารัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย 5 รัฐมนตรีว่าการ 3 รัฐมนตรีช่วยว่าการ และ 1 รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่า ยังไม่มีความชัดเจน แต่แน่นอนว่าพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคร่วมรัฐบาลในลำดับที่ 2 ก็คาดการณ์ได้ว่า ก็ต้องมีการจัดสรรตำแหน่งคณะรัฐมนตรีตามความเหมาะสม ส่วนจะเป็นตำแหน่งใดก็คงจะต้องมีการพูดคุยกันอีกที

เมื่อถามถึง กรณีที่มีรายงานข่าวว่า ส.ส.ภายในพรรคเพื่อไทยไม่พอใจถึงการวางตัวบุคคลที่คาดว่าจะมาเป็นรัฐมนตรี ว่า หลังจากที่เห็นรายงานข่าวตนในฐานะหัวหน้าพรรคได้มีการตรวจสอบ มีการพูดคุยกับ ส.ส.หลายคน ยืนยันว่าไม่มีความไม่พอใจและไม่มีความขัดแย้งขัด หรือไม่สบายใจใดๆ เราเพิ่งผ่านการเลือกตั้งกันมาการคัดกรองบุคคลที่ยังเหลืออยู่แน่นอนว่าเป็นคนที่มีอุดมการณ์และมีความตั้งใจทำงานเพื่อประชาชน วันนี้กระแสต่างๆ ตามข่าวที่เกิดขึ้นตามสื่อ ก็พบว่าใช้คำว่าแหล่งข่าว แหล่งข่าวก็หาตัวตนไม่ได้ และไม่สามารถยืนยันอะไรได้

“ผมขอยืนยันย้ำอีกครั้งว่า เหตุการณ์นี้ที่บอกว่ามีความไม่พอใจไม่เป็นความจริง และสอง กระบวนการในการจัดสรรตำแหน่งต่างๆ ตามข้อบังคับพรรคเป็นอำนาจของกรรมการบริหารพรรค ซึ่งทางสมาชิกเข้าใจดี และกลไกในการบริหารเชื่อว่าคณะกรรมการบริหารพรรคคงไม่ทำโดยพละการ ต้องมีการรับฟังทั้งจาก ส.ส.และสมาชิกพรรค อย่างกว้างขวาง แต่ขณะนี้ขั้นตอนยังไม่ถึง เพราะเรากำลังรอรัฐพิธีเปิดรัฐสภา และเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร หลังจากนั้นจึงจะมีการนัดประชุมอีกครั้งเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะมีการพูดคุยเรื่องการจัดจัดสรรตำแหน่ง โดย

ในส่วนของพรรคเพื่อไทยต้องมีการพูดคุยเป็นการภายในว่ากระทรวงที่ได้รับมาบุคลากรของเรามีความเหมาะสมเรื่องคุณสมบัติ ความถนัด และประสบการณ์ในแต่ละกระทรวงนั้นมีใครบ้าง และจะจัดสรรอย่างไร ฉะนั้นที่เป็นข่าวออกมาทั้งหมดเป็นการคุยล่วงหน้าและคาดการณ์” นายจุลพันธ์กล่าว

เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ว่า ส.ส.ที่อยู่ในพรรคแล้วเห็นรายชื่อตามที่ปรากฏเป็นข่าวออกมา จึงเกิดความไม่พอใจ นายจุลพันธ์กล่าวว่า ต่างคนต่างคิดได้ แต่ย้ำว่าเป็นเพียงกระแสข่าว ซึ่งตนได้พยายามตรวจสอบแต่อาจจะยังโทรถามไม่ครบทุกคน แต่เท่าที่คุยมาก็ไม่มีความเข้าใจผิด หรือไม่สบายใจใดๆ ในกลุ่ม ส.ส.ที่มีอยู่

เมื่อถามว่า จะมีการเรียกประชุม ส.ส.เพื่อทำความเข้าใจและชี้แจงเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันหรือไม่นายจุลพันธ์กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติที่จะต้องมีการนัดประชุม ซึ่งในวันที่ 14 มีนาคมนี้ พรรคเพื่อไทยก็จะมีการเรียกประชุม ส.ส.ก่อนที่จะมีการประชุมสภาเพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 15 มีนาคมนี้เพื่อรับฟังความคิดเห็นและหาข้อสรุปร่วมกัน โดยในส่วนของตำแหน่งรัฐมนตรีก็คงจะมีการเปิดให้แสดงความคิดเห็น และสุดท้ายก็จะเป็นอำนาจของคณะกรรมการบริหารพรรคตัดสินใจ ซึ่งเป็นไปตามกลไกของพรรค

เมื่อถามว่า ตำแหน่งรัฐมนตรีกับจำนวน ส.ส.มีไม่เพียงพอ หลักเกณฑ์การพิจารณาในการคัดเลือกบุคคลที่จะรับตำแหน่งรัฐมนตรีจะมีความเป็นธรรมไม่ให้ ส.ส.ที่ไม่สมหวังน้อยใจหรือเสียใจอย่างไร

นายจุลพันธ์กล่าวว่า ต้องเป็นไปตามกลไกที่ทุกฝ่ายรับได้และที่สำคัญคือพรรคเพื่อไทยไม่มีมุ้งไม่มีกลุ่ม เป้าหมายหลักคือการเดินหน้าทำประโยชน์ให้ประชาชน การที่จะมีตำแหน่งใดๆ ก็ต้องบุคคลที่เหมาะสม สามารถขับเคลื่อนนโยบายของพรรคและขับเคลื่อนรัฐบาล นำไปสู่การแก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้จริง นี่คือเกณฑ์สำคัญ

เมื่อถามถึง กรณีของ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค ที่มีรายงานข่าวจากพรรคภูมิใจไทยว่าอาจจะติดปัญหาเรื่องคดี นายจุลพันธ์กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องให้ความเป็นธรรมกับนายประเสริฐ สิ่งที่ออกมาตามหน้าสื่ออาจจะเป็นเพราะกระบวนการการทำงานที่ผ่านมา ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนของกระทรวงแต่ยังไม่มีกระบวนการในการเอาผิดใดๆ จึงต้องยังยืนยันในความบริสุทธิ์ของนายประเสริฐและความตั้งใจในการทำงาน ทำให้ขณะนี้ยังไม่มีข้อบ่งชี้ว่า นายประเสริฐขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ซึ่งหลังจากนี้พรรคก็จะมีการดำเนินการตรวจสอบในเชิงลึก และพิจารณาอีกครั้ง

ต่อข้อถามว่า กรณีที่รายงานข่าวว่าทั้งนายประเสริฐและ น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ส.ส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งเป็น ส.ส.ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาทั้ง 2 คน จะได้นั่งตำแหน่งรัฐมนตรี ทำให้ ส.ส.ในพรรคเกิดความไม่พอใจว่าในจังหวัดเดียวมีรัฐมนตรีถึง 2 คน นายจุลพันธ์กล่าวว่า ไม่ได้มีข้อขัดข้องใดๆ หากหนึ่งจังหวัดจะมีรัฐมนตรีถึง 2 คน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ทั้ง 2 คนจะได้ดำรงตำแหน่งอะไร เพราะขณะนี้ก็ยังไม่มีข้อสรุป แต่ทั้ง 2 คนก็เป็นบุคคลที่เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีมาก่อน และมีผลงานที่ประสบความสำเร็จ ไม่มีข้อขัดข้องที่จะดำรงตำแหน่งใดๆ ต่อไป

ถามย้ำว่า หากทั้ง 2 คนได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีจะสามารถทำความเข้าใจกับส.ส.ในพรรคได้ใช่หรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า จริงๆ แล้วกระบวนการต้องเริ่มจากการพูดคุยส.ส.ในพรรคก่อน จึงเชื่อว่าจะไม่เป็นปัญหาใดๆ

เมื่อถามถึง กรณีตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎรที่ขณะนี้มีรายชื่อของ นางมนพร เจริญศรี ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทยนั้น รายชื่อนี้ชัดเจนแล้วหรือไม่ที่จะถูกวางตัวในตำแหน่งรองประธานสภาในสัดส่วนของพรรคเพื่อ นายจุลพันธ์กล่าวว่า ตำแหน่งนี้ก็ยังไม่มีความชัดเจนเพราะจะมีการพูดคุยอีกครั้งในวันประชุม ส.ส.วันที่ 14 มีนาคมนี้

เมื่อถามถึง กรณีที่มีรายงานข่าวจากพรรคภูมิใจไทยว่าแกนนำพรรคเพื่อไทยจะนำส่งรายชื่อรองประธานสภาผู้แทนราษฎรสัดส่วนของพรรคเพื่อไทยให้แกนนำของพรรคภูมิใจไทยในวันที่ 12 มีนาคมนี้ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยจะมีการพูดคุยกันในวันที่ 14 มีนาคมนี้ ถึงจะมีกระบวนการในการไปพบปะพูดคุยกับพรรคภูมิใจไทยเพื่อส่งรายชื่อ เพราะต้องเป็นมติกรรมการบริหารพรรค ซึ่งขณะนี้พรรคก็ยังไม่ได้มีมติส่งชื่อของนางมนพร เพราะภายในพรรคก็ยังมีบุคลากร ที่มีคุณสมบัติและมีความเหมาะสมอีกหลายคน