การเมืองทั่วไป

“อนุสรณ์” ชี้พลังงานเป็นจุดเสี่ยงเศรษฐกิจไทย จี้รัฐบาลตั้งคนมีความสามารถรับมือ

แชร์ข่าว



นายอนุสรณ์ ธรรมใจ สส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ระบุว่า ขณะนี้ “ความมั่นคงทางพลังงาน” กำลังกลายเป็นหนึ่งในจุดเปราะบางสำคัญของเศรษฐกิจไทย ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งและภาวะสงคราม จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่กลไกรัฐสภาจะต้องเร่งจัดตั้งรัฐบาล และแต่งตั้งผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ และมีความซื่อสัตย์เข้ามาบริหารประเทศ เพื่อรับมือกับความท้าทายทางเศรษฐกิจที่กำลังทวีความรุนแรง

นายอนุสรณ์ กล่าวอีกว่า ไม่ว่าบทบาทจะเป็นฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ต่างสามารถทำประโยชน์ให้ประเทศได้ หากมุ่งแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนและเตรียมรับมือกับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจโลกที่อาจเกิดขึ้นเป็นระลอก มากกว่าการแข่งขันแย่งชิงอำนาจทางการเมือง

อนุสรณ์ กล่าต่อว่า ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วกำลังกลายเป็นโจทย์ใหญ่ของเศรษฐกิจไทย โดยราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าในตลาดโลกพุ่งขึ้นกว่า 35% ภายในสัปดาห์เดียว ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขึ้นที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 1983 หลังเกิดเหตุโรงกลั่นหลายแห่งในตะวันออกกลางหยุดผลิต รวมถึงการโจมตีคลังน้ำมันในอิหร่าน

หากราคาน้ำมันทะลุ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อาจทำให้รัฐบาลต้องทบทวนมาตรการอุดหนุนราคา เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อฐานะการคลังและปัญหาการใช้พลังงานอย่างไม่มีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีแนวโน้มกลับมาติดลบอีกครั้ง หลังจากเพิ่งฟื้นตัวจากภาวะติดลบยาวนานกว่า 4 ปี ซึ่งเคยสูงสุดถึงประมาณ 1.3 แสนล้านบาทในช่วงปลายปี 2565 อย่างไรก็ตามประเมิลว่าประเทศไทยและหลายประเทศในเอเชียที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงานมีความเสี่ยงเผชิญภาวะ Stagflation หรือภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวพร้อมเงินเฟ้อสูง จากต้นทุนพลังงานและต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะเข้ามาแทนที่ภาวะเงินฝืดที่เกิดจากอุปสงค์ในประเทศอ่อนแอในช่วงที่ผ่านมา

สำหรับแนวทางรับมือ รัฐบาลควรเดินหน้าพร้อมกัน 4 ด้าน ได้แก่ แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าเพื่อเสริมความมั่นคงพลังงาน แผนอนุรักษ์พลังงานและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การเร่งพัฒนาพลังงานหมุนเวียนและพลังงานทางเลือก การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

การประหยัดพลังงานและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพจะเป็นทางออกสำคัญของวิกฤตครั้งนี้ ขณะเดียวกันไทยต้องเร่งลงทุนพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์และระบบผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ (Solar PV) เพื่อเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาว เนื่องจากประเทศมีพลังงานสำรองต่ำและพึ่งพาการนำเข้าค่อนข้างสูง

นอกจากนี้ยังเตือนถึงความผันผวนในตลาดการเงินโลก หากญี่ปุ่นต้องเผชิญเงินเฟ้อสูงจนธนาคารกลางต้องขึ้นดอกเบี้ย อาจทำให้นักลงทุนทั่วโลกเร่งปิดสถานะ Yen Carry Trade ซึ่งเป็นการกู้เงินเยนดอกเบี้ยต่ำไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก ส่งผลให้เกิดแรงขายในตลาดหุ้น พันธบัตร และสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลก และทำให้ตลาดการเงินมีแนวโน้มผันผวนต่อเนื่องในระยะต่อไป