วันที่ 8 มี.ค.2569 เมื่อเวลา 10.30 น. ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ระบุว่าการจัดตั้งรัฐบาลล่วงหน้าไปแล้วกว่า 99.99% ในส่วนของพรรคกล้าธรรมจะดำเนินการอย่างไร ว่า เรื่องแบบนี้ไม่คุยกัน ขอให้รอเป็นไปตามขั้นตอน ซึ่งในวันที่ 14 มี.ค.69 จะมีการทำรัฐพิธี เปิดการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งแรก เพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งการตั้งคณะรัฐมนตรีก็จะเป็นขั้นตอนต่อจากนี้
เมื่อถามว่า ยังไม่มีการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีใช่หรือไม่ นายอนุทิน ระบุว่า ต้องได้นายกรัฐมนตรีก่อน จึงจะตั้งคณะรัฐมนตรีได้ การไปพูดอะไรก่อนถือว่าไม่ควร เนื่องจากเป็นตำแหน่งที่ต้องมีการโปรดเกล้าฯ การจะพูดอะไรก่อนขั้นตอนนี้ถือเป็นสิ่งที่มิบังควร
ถามต่อว่า การจัดตั้งรัฐบาลก่อนหน้านี้ที่จะมีการเปิดตัวพรรคร่วมรัฐบาลก่อน นายอนุทิน ตอบทันทีว่า คนเราไม่ต้องทำเหมือนกับคนอื่น เพราะต่างพรรคการเมืองสไตล์การทำงานต่างกัน ต่างมีวิธีการทำงานที่ถนัด
เมื่อถามย้ำว่า หากจำเป็นต้องการโหวตนายกรัฐมนตรีก่อนมั่นใจหรือไม่ว่าพรรคกล้าธรรมจะยกมือสนับสนุน นายอนุทิน ตอบว่า จะต้องมีกระบวนการก่อนหน้านั้น พร้อมย้ำว่าจะต้องมีการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรก่อน ส่วนจะต้องมีการพูดคุยกับบุคคลที่จะสนับสนุนเราก่อนหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า จะมีการพูดคุยในระดับหนึ่ง
เมื่อถามว่า ไม่ต้องร่วมรัฐบาลได้ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า อย่าเพิ่งไประบุ รอสิ่งนั้นยังไม่เกิด
เมื่อถามอีกว่า หลักการในการเชิญพรรคร่วมรัฐบาลเข้ามามีอะไรบ้างนั้น นายอนุทิน ระบุว่า ยึดหลักการทำงานให้กับประชาชนและประเทศให้ขับเคลื่อนไปด้วยกัน
เมื่อถามถึงกรณีนาไผ่ ลิกค์ สส. กำแพงเพชรในฐานะเลขาธิการพรรคกล้าธรรม ประกาศพร้อมเป็นฝ่ายค้าน นายอนุทิน กล่าวว่า พรรคการเมืองต้องพร้อมเป็นทุกบทบาท พรรคภูมิใจไทยก็เช่นกัน ที่เคยเป็นรัฐบาล แต่อยู่ดีๆ ก็เป็นฝ่ายค้าน เราก็เป็นมาแล้ว แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดเราเป็นผู้แทนราษฎร อยู่บทบาทไหนก็ทำประโยชน์ให้กับบ้านเมืองได้ อย่างสส.พรรคประชาชนที่ เป็นฝ่ายค้านมาตลอดไม่เคยเป็นรัฐบาล ก็ทำประโยชน์ให้กับบ้านเมืองได้เยอะแยะ ดังนั้นอย่ายึดติดว่าจะเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน
ส่วนกรณีร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า สส.บัญชีรายชื่อ และประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ระบุว่าจะไม่เดินเข้าหาพรรคภูมิใจไทยอีกแล้ว เพราะมีศักดิ์ศรีนั้น นายอนุทิน ร้องโอ๊ย ก่อนบอกว่า ระดับคนเป็นหัวหน้าพรรคทุกพรรค เราต้องเคารพและให้เกียรติกัน
เมื่อถามว่า นายอนุทิน พูดในเวทีสัมมนาของพรรค จะไม่ใช้คนที่เคลือบแคลงสงสัยในเรื่องของคุณสมบัติ นายอนุทิน กล่าวว่า เพราะมีเกณฑ์ของคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ออกมาอย่างชัดเจน ตนไม่ได้ตั้งกฎเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องยึดถือ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์กร
เมื่อถามว่าเป็นการส่งสัญญาณอย่างชัดเจนใช่หรือไม่ว่าไม่เอาพรรคกล้าธรรมร่วมรัฐบาล นายอนุทิน ระบุว่า เราไม่ถึงขนาดไปพูดแบบจำเพาะเจาะจงแบบนั้น แต่เราก็รู้ว่ามีข้อปฏิบัติ และหลักเกณฑ์ของศาลรัฐธรรมนูญ ที่พูดถึงเรื่องของจริยธรรม ต้องอ่านอย่างละเอียด และเราต้องไม่ทำผิด เพราะมีคนพร้อมไปร้องเรียน ไม่ว่าเราจะมีเจตนาหรือไม่ ก็ไม่อยากที่จะเสียเวลาที่จะไปต่อสู้ ดังนั้นต้องเพลย์เซฟในทุกเรื่อง
ส่วนได้มีการพูดคุยกับร.อ.ธรรมนัส บ้างหรือไม่นั้น นายอนุทินระบุว่า ไม่ได้คุยเลย
เมื่อถามว่า ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า ก่อนหน้านี้นายอนุทินก็แต่งตั้งร.อ.ธรรมนัส เป็นรัฐมนตรีแล้ว เหตุใดครั้งนี้จึงไม่กล้าแต่งตั้ง นายอนุทิน ไม่ตอบคำถามดังกล่าว







