วันที่ 6 มีนาคม 2569 ที่บริเวณโถงชั้น B1 อาคารรัฐสภา ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ได้เดินทางเข้ารายงานตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ชุดที่ 27
ภายหลังการรายงานตัว ร้อยเอกธรรมนัส ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงกระแสข่าวทางการเมืองในหลายประเด็น โดยยืนยันหนักแน่นว่าจนถึงขณะนี้ยังไม่ได้มีการพูดคุยกับพรรคภูมิใจไทยในเรื่องการเข้าร่วมรัฐบาลแต่อย่างใด ซึ่งตนยังคงยืนยันคำเดิมที่เคยให้สัมภาษณ์ไว้ตั้งแต่เดินทางกลับจากต่างประเทศ
ส่วนกรณีที่พรรคกล้าธรรมจะถือว่าเป็นฝ่ายค้านเต็มตัวแล้วหรือไม่นั้น ร้อยเอกธรรมนัสระบุว่า หากตนได้รับมอบหมายให้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ตนจะมีความชัดเจนทันทีว่าจะมีพรรคใดมาร่วมบ้าง แต่ในเมื่อขณะนี้เราไม่ได้เป็นพรรคแกนนำ ก็ต้องให้เกียรติพรรคแกนนำอย่างถึงที่สุด ซึ่งถือเป็นมารยาททางการเมืองที่นักการเมืองพึงมี
ต่อข้อถามถึงความรู้สึกที่ไม่มีชื่อคนจากพรรคกล้าธรรมในโผคณะรัฐมนตรี (ครม.) เลยนั้น ร้อยเอกธรรมนัสเผยว่า ตนอยู่ในเวทีการเมืองในฐานะนักการเมืองมาเข้าปีที่ 7 แล้วนับตั้งแต่ปี 2562 ซึ่งเคยผ่านประสบการณ์มาทั้งการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และช่วงหนึ่งที่ต้องออกไปเป็นฝ่ายค้านอิสระร่วมกับพี่น้องที่ออกมาจากพรรคพลังประชารัฐ ดังนั้นจึงไม่รู้สึกอะไรเลย และย้ำว่าสามารถทำหน้าที่ได้ทุกบทบาทในฐานะผู้แทนของพี่น้องประชาชน เช่นเดียวกับประเด็นการไม่ได้กลับไปดำรงตำแหน่งในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ตนมองว่าไม่จำเป็นต้องเสียดาย เพราะอยู่ที่ไหนก็ทำงานได้ หัวโขนที่สวมอยู่นั้นพร้อมจะหลุดหรือส่งต่อให้ผู้อื่นได้เสมอ หากนักการเมืองมัวแต่เสียดายตำแหน่งจนทำงานไม่ได้ ก็ถือว่าเป็นนักการเมืองที่แย่มาก
สำหรับกระแสข่าวเรื่อง สส. พรรคกล้าธรรม อาจจะโหวตให้พรรคภูมิใจไทยหรือกลายเป็น "งูเห่า" นั้น ร้อยเอกธรรมนัสตอบโต้ด้วยอารมณ์ขันว่า "ผมเป็นนักจับงู" คงไม่ปล่อยงูของตัวเองไปไหนแน่นอน และหากจะมีงูหลุดไปจริง ๆ ก็คงมีแต่ งูเขียวหางไหม้ ที่มีพิษเท่านั้น
ทั้งนี้ตนมองว่ากระแสข่าวการซื้อตัวงูเห่าเป็นเพียงการสร้างข่าวให้เกิดความสับสนทางการเมือง เพราะกว่าจะได้ สส. ทั้ง 56 ที่นั่ง ซึ่งเป็น สส. เขตทั้งหมดมานั้น ตนต้องเหนื่อยมามากพอสมควร หากใครจะทิ้งพรรคไปในเวลานี้ ก็ถือว่าเป็นนักการเมืองที่แย่ที่สุด ส่วนกรณีที่นายกรัฐมนตรีมักจะมีท่าทีนิ่งเฉยเมื่อถูกถามถึงพรรคกล้าธรรมนั้น ตนไม่รู้สึกอะไรเลยและยังคงยิ้มได้ในทุกสถานการณ์ เพราะผ่านอะไรในทางการเมืองมามากแล้ว
ร้อยเอกธรรมนัส ยังได้กล่าวถึงความสัมพันธ์กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหนาพรรคภูมิใจไทย ว่าไม่ได้มีการโกรธเคืองหรือทะเลาะกัน แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน และตนยืนยันว่าจะไม่เป็นฝ่ายติดต่อเข้าไปก่อน เนื่องจากในการเป็นนักการเมืองนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือการมีศักดิ์ศรี








