การเมืองทั่วไป

"เทพไท" ซัด กกต.รับรอง สส.แบบ “ปล่อยผี” เหมารวดยกเข่ง 499 คน ชี้ไม่กล้าแจกใบเหลือง-แดง ปมซื้อเสียง

แชร์ข่าว

วันที่ 5 มี.ค.69 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิป พร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เทพไท คุยการเมือง ระบุว่า...

เหตุ กกต.รับรอง ส.ส.แบบปล่อยผี

นับว่าเป็นไปตามกระแสข่าว ที่ออกมาก่อนหน้านี้ว่า คณะกรรมการเลือกตั้ง หรือกกต.จะประกาศรับรองส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อ 100 คน และรับรองส.ส.เขตที่เหลืออยู่อีก4เขต ในที่สุดคณะกรรมการเลือกตั้ง หรือกกต. ประกาศรับรองส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ครบ 100 คนจริง ส่วนส.ส.ในระบบเขต รับรองเพียง3คนหรือ3เขต อีก1เขตคือเขต2 สุพรรณบุรี ยังไม่ประกาศรับรอง จึงทำให้มีส.ส.ที่ผ่านการรับรองแล้ว ทั้ง2ระบบจำนวน 499 คน เกิน 95% ซึ่งรัฐสภาสามารถเปิดการประชุมได้ภายในเวลา 15 วัน เพื่อประกอบรัฐพิธี และเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรกับรองประธานสภาผู้แทนราษฎรอีก2ท่าน

นับว่าเป็นการประกาศรับรองส.ส.ได้อย่างรวดเร็ว ของคณะกรรมการเลือกตั้งหรือกกต. ชุดนี้ ทั้งที่กฎหมายให้ระยะเวลา2เดือน ยังเหลือเวลาอีก1เดือน ที่คณะกรรมการเลือกตั้ง สามารถจะพิจารณาดำเนินการรับรองส.ส.ภายในกรอบของกฎหมายได้ แต่คณะกรรมการเลือกตั้ง เลือกจะใช้วิธีการรับรองทั้งหมดหรือที่เรียกกันว่า ปล่อยผีหรือรับรองยกเข่ง ถ้าหากเขตเลือกตั้งที่2 จังหวัดสุพรรณบุรี ไม่มีปัญหาเรื่องการนับคะแนนก็เชื่อว่า คณะกรรมการเลือกตั้งหรือกกต. คงจะประกาศรับรองครบ 500 คนไปแล้ว

สิ่งที่อยากจะตั้งข้อสังเกต ก็คือการทำหน้าที่ของคณะกรรมการเลือกตั้งหรือกกต. เปรียบเสมือนแค่ผู้จัดการเลือกตั้ง ไม่สามารถทำหน้าที่กลั่นกรอง ตรวจสอบวินิจฉัยว่า การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรมหรือไม่ แม้ว่าก่อนการเลือกตั้งจะมีปรากฏการณ์ให้เห็นเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้ง หรือการกระทำผิดกฏหมายเลือกตั้ง เช่น การซื้อเสียง มีกระแสข่าวพูดถึงการซื้อเสียงกันอย่างกว้างขวาง และพูดได้ว่า มีการซื้อเสียงทุกเขตเลือกตั้งด้วยซ้ำไป

แต่กกต.ไม่ได้ใช้กลไกทางกฎหมายจัดการบุคคล หรือผู้สมัครที่ซื้อเสียงได้เลย และไม่สามารถพิจารณาในรายละเอียดของผู้สมัคร หรือผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งว่า บุคคลใดเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฏหมายเลือกตั้งบ้างหรือไม่ ทั้งที่กฎหมายได้เปิดช่องให้พิจารณาโดยใช้หลักว่า “มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า” ผู้ใดกระทำผิดกฏหมายเลือกตั้ง ก็สามารถให้ใบเหลือง ใบส้ม หรือใบแดงได้ แต่กกต.ก็ไม่เลือกที่จะทำเช่นนั้น กลับเลือกวิธีการ รับรองเหมารวมหรือเหมาเข่ง เพื่อไปพิจารณาความผิด หรือที่เรียกกันว่าสอยภายหลัง ในระยะระยะเวลา1ปี

สาเหตุหนึ่งที่ทำให้กกต.ไม่กล้าจะให้ใบเหลือง ใบส้ม ใบแดง ก่อนการรับรองได้ ก็น่าจะมาจากเหตุการณ์เมื่อการเลือกตั้งปี 2562 ที่กกต.เคยให้ใบส้มผู้สมัครส.ส.รายหนึ่งที่จังหวัดเชียงใหม่ และในที่สุดผู้สมัครส.ส.รายนั้น ยื่นฟ้องศาล จนศาลมีคำตัดสินว่า ไม่เป็นความผิดและให้กกต.ชดใช้ค่าเสียหาย เป็นเงินจำนวน 70 ล้านบาท จึงทำให้กกต.ชุดหลัง เกิดอาการเกรงกลัว หรือหวาดผวา หรือแหยงขยาด ไม่กล้าให้ใบเหลือง ใบส้ม ใบแดงกับผู้สมัครส.ส. หรือผู้ได้รับการเลือกตั้งคนใด เพราะเกรงว่าจะเกิดความผิด และจะต้องชดใช้ภายหลัง จึงใช้วิธีการรับรองไปก่อนแล้วค่อยสอยภายหลัง ค่อยรวบรวมพยานหลักฐาน เสนอยื่นฟ้องต่อศาลอุทธรณ์ พิจารณาให้ใบเหลือง ใบส้ม หรือใบแดง เพราะถ้าหากเป็นคำตัดสินของศาล ผู้เสียหายก็ไม่สามารถฟ้องร้องเอาผิดกับกกต.ได้

จึงเป็นทางออกของกกต. ที่เลือกเอาวิธีเซฟตัวเอง หรือเอาตัวรอดไว้ก่อน จึงเป็นที่มาของการทำงานของกกต.เหมือนกับฝ่ายธุรการ ไม่กล้าวินิจฉัย ไม่กล้าตัดสินใจ และไม่กล้าจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งเลย จึงทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยที่สังคมสิ้นหวัง และไม่ได้ทำหน้าที่องค์กรอิสระอย่างแท้จริง และไม่สามารถอำนวยการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมได้ นับว่าผิดเจตนารมณ์ของการมีกกต. ซึ่งเป็นองค์กรอิสระในการจัดการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ

#เทพไท #กกต #รับรองสส #เลือกตั้ง #การเมืองไทย #ซื้อเสียง #ข่าวการเมือง #สภาผู้แทนราษฎร #ข่าววันนี้