วันที่ 23 ก.พ.2569 นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวถึงสถานการณ์การค้าระหว่างไทยและสหรัฐฯ จากกรณีก่อนหน้านี้นโยบายของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่มีการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศไทยในอัตรา 19% นั้น ส่งผลให้บริษัทผู้ส่งออกของไทยหลายแห่งต้องยอมปรับลดราคาสินค้าของตนเองลง เพื่อเป็นการช่วยเหลือและลดภาระต้นทุนให้แก่คู่ค้าหรือผู้นำเข้าฝั่งสหรัฐฯ ที่ต้องเผชิญกับกำแพงภาษีที่สูงขึ้น ซึ่งถือเป็นการพึ่งพาอาศัยกันในการทำธุรกิจ
อย่างไรก็ตามสถานการณ์ปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไป หลังจากศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำสั่งระงับการเรียกเก็บภาษีในอัตราดังกล่าว ส่งผลให้ประธานาธิบดีทรัมป์ต้องปรับกลยุทธ์โดยใช้อำนาจประธานาธิบดีในการประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากทุกประเทศทั่วโลกในอัตรา 15% แทน ซึ่งอำนาจดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ได้เพียง 5 เดือนเท่านั้น หากไม่ได้รับการอนุมัติจากสภาคองเกรส
นายอรรถวิชช์ เน้นย้ำประเด็นสำคัญว่าการที่อัตราภาษีปรับลดลงจาก 19% มาอยู่ที่ 15% ทำให้เกิดส่วนต่างของภาษีอยู่ที่ 4% ซึ่งในทางปฏิบัติ หากมีการคืนเงินภาษีในส่วนนี้ เม็ดเงินจะตกไปอยู่ในกระเป๋าของผู้นำเข้าฝั่งสหรัฐฯ ไม่ใช่ผู้ส่งออกฝั่งไทยในขณะที่ผู้ประกอบการไทยได้ทำการปรับลดราคาสินค้าให้ไปแล้วก่อนหน้านี้
"ผมขอฝากข้อเสนอแนะไปยังผู้ส่งออกฝั่งไทย อย่าลืมทำสัญญากับคู่ค้าฝั่งสหรัฐที่ซื้อสินค้าจากท่านขอส่วนต่างเงินภาษี 4% ถ้ารัฐบาลสหรัฐยอมคืนให้นะครับ เพื่อเป็นการรักษาผลประโยชน์ของผู้ประกอบการไทย" นายอรรถวิชช์ กล่าว








