“บิ๊กเล็ก” แนะ ผบ.เหล่าทัพ ทำต่อ 5 มาตรการเดิม คุมชายแดนเขมร วางกำลังคุมพื้นที่ที่ยึดได้ต่อไป รับกำลังไม่พอ-ใช้งบฯสูง สร้างรั้ว ทั้งแบบถาวร-อืเลคทรอนิคส์ ติดกล้อง ผสมตลอด 798กม.มอบ“ปลัดกลาโหม”คุมภาพรวมสร้างรั้ว ทำแหล่งท่องเที่ยว -สร้างหมู่บ้าน ทหารผ่านศึกชายแดน เผยประสาน ก.ทรัพย์ฯแล้ว
วันที่ 23 ก.พ.69 พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมสภากลาโหม ถึงการสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา 798 กิโลเมตร ว่า เมื่อเราปฏิบัติการทางทหารครั้งล่าสุดแล้วเรายึดได้ เรามีความจำเป็นต้องยึดต่อไป เพราะทหารกัมพูชาส่วนใหญ่ที่ส่งมารอบนี้ไม่มีวินัย อาจจะรุกล้ำมาได้ ก็ต้องคงกำลังต่อไป
แต่ก็ยอมรับความจริงว่า ไม่สามารถคงกำลังอย่างนี้ตลอดไปได้ เพราะใช้งบประมาณจำนวนมาก จึงฝากให้คณะผู้บัญชาการทางทหาร (คบท.) พิจารณาว่าพื้นที่ใดต้องคงกำลังไว้ก็คงไว้ เพราะต้องรักษาพื้นที่
ส่วนพื้นที่ไหนที่มีการเข้าออกพลุกพล่าน อย่างเช่น บ้านคลองลึก จ.สระแก้ว , ทมอดา จ.ตราด อาจจำเป็นต้องสร้างรั้วถาวร ก็ต้องสร้างผสมกับรั้วอิเล็กทรอนิกส์ ในบางพื้นที่ มีเสา มีกล้องCCTV โดยรอบ ซึ่งเราพยายามประหยัดงบกองทัพ ให้มากที่สุด
ส่วนพื้นที่ไหนสามารถสร้างเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้ ไม่ว่าจะจะเป็นภูมะเขือ จ.ศรีสะเกษ , ช่องอ้านม้า และช่องบก จ.อุบลราชธานี หรือสร้างเป็นอนุสรณ์สถาน เพื่อให้ประชาชนได้ไปท่องเที่ยว ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวตลอดเวลา จะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ว่ามีฝ่ายเพื่อนบ้านมารุกรานหรือไม่
พร้อมกันนี้ หาที่ทำกินให้กับทหารผ่านศึก ในลักษณะหมู่บ้านป้องกันตัวเองชายแดน ซึ่งทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็เห็นชอบด้วย ซึ่งหากทำครบทั้ง 5 ด้าน นี้ก็สามารถถอนกำลังออกมาได้
พลเรือตรี สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกลาโหม แถลงผลการประชุมสภากลาโหม ว่า
เรื่อง มาตรการควบคุมและรักษาความมั่นคงพื้นที่ชายแดน รมว.กห. ได้แนะนำให้หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม และเหล่าทัพดำเนินมาตรการควบคุมและรักษาความมั่นคงพื้นที่ ชายแดน 5 มาตรการ คือ
1) การคงกำลังตามความจำเป็นของสถานการณ์ 2) การจัดทำรั้วอิเล็กทรอนิกส์และการใช้ระบบกล้องวงจรปิด 3) การจัดทำรั้วถาวรในพื้นที่ที่มีความชัดเจนของเส้นเขตแดน 4) การจัดสรรพื้นที่บางพื้นที่ให้ทหารผ่านศึกเข้าไปทำกิน และช่วยดูแลรักษาพื้นที่ และ 5) การพัฒนาพื้นที่ที่เหมาะสมเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
ซึ่งทั้ง 5 มาตรการดังกล่าว จะเป็นการปรับเปลี่ยนวิธีการรักษาพื้นที่ชายแดน จากเดิมที่มุ่งใช้กำลังทางทหารเพียงอย่างเดียวไปสู่การบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งภายในและภายนอกกระทรวงกลาโหม เพื่อสร้างความมั่นคงพื้นที่ชายแดนได้อย่างมีประสิทธิภาพสอดคล้องกับสถานการณ์และเกิดความยั่งยืนในระยะยาวโดยให้ความเร่งด่วน กับพื้นที่ชายแดนไทย - กัมพูชา เป็นลำดับแรก สำหรับในพื้นที่อื่นให้ดำเนินการได้เมื่อมีความพร้อม
ทั้งนี้ ให้สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นหน่วยรับผิดชอบติดตาม กำกับดูแลการขับเคลื่อนในภาพรวม รวมทั้งประสานงานกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องต่อไป
#บิ๊กเล็ก #ชายแดนไทยกัมพูชา #ข่าวทหาร #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline







