วันที่ 19 ก.ค.69 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร โพสต์ข้อความผ่านอเฟซบุ๊ก ปั่นไปไหน - สมชัย ศรีสุทธิยากร ระบุว่า...
ทำไม กกต. สอบตก
การจัดการเลือกตั้งของ กกต. เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ต้องให้คะแนนสอบตก หรือ หากให้เป็นเกรด คือ เกรด F ด้วยเหตุผลต่าง ๆ ดังนี้
1. เอกสารประชามติ จำนวน 19 ล้านเล่มที่ส่งถึงบ้าน ใช้งบประมาณ 159 ล้านบาท มีข้อความตกหล่นในสาระสำคัญ เรื่องการทำเครื่องหมาย กากบาท ในบัตร ไม่ตรวจปรูฟให้ถูกต้อง ทั้ง ๆ ที่มีหน้าที่จัดพิมพ์ อ้างว่าต้นฉบับมาจาก ครม.
2. เลือกตั้งล่วงหน้า นอกเขต จัดที่เลือกตั้งแออัดยัดเยียด รวมคนเป็นหมื่นไว้ในที่เดียวกัน แทนที่จะกระจาย แบ่งให้มีที่เลือกตั้งหลายจุดใน 1 เขต
3. การจ่าหน้าซองส่งบัตรเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตกลับ ยังคงมีปัญหา คือ การจ่าหน้าผิด ใส่รหัสเขตเลือกตั้ง และเขตเลือกตั้งสับสน แม้จะมีการสื่อสารว่า มีการแก้ไขถูกต้อง แต่ไม่มีหลักฐานให้ประชาชนเชื่อมั่นได้ว่า ซองบัตรเลือกตั้ง จะสามารถส่งกลับไปนับคะแนนที่เขตอย่างถูกต้อง
4. การออกแบบการให้มีการเลือกตั้งและประชามติในวันเดียวกัน ใช้งบประมาณ 7,800 ล้านบาท ทำแบบไม่อำนวยความสะดวกแก่ประชาชน แทนที่จะให้เข้าคิวแสดงตนรับบัตร 3 ใบ ต้องเข้าคิวสองรอบ รอบแรกรับบัตรเลือก สส. 2 ใบ และเข้าคิวอีกรอบ รับบัตรประชามติอีกใบ เสียเวลา 2 เท่า ในขณะที่ขึ้นค่าตอบแทน กปน. จาก 600 บาท เป็น 800 บาท โดยทำงานเท่าเดิม
5. การคัดเลือก กปน. และการอบรม กปน. ทำได้ไม่ดี ทำให้ กปน. มีทั้งทำหน้าที่ผิดพลาด บกพร่อง และเจตนาทุจริตปรากฏเป็นข่าวมากมาย เช่น การฉีกบัตรผิดที่ การกาบัตรใส่หีบเอง การนับคะแนนไม่โปร่งใส การรวมคะแนนและรายงานผลถูก ๆ ผิด ๆ
6. ระบบการรายงานผลอย่างไม่เป็นทางการในคืนวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เกิดปัญหาระบบล่มราว 3 ชม. ทำให้การรายงานผลค้างที่ 31 % จนถึงเวลา 23.00 น. จึงสามารถรายงานต่อได้เป็นปกติ ในขณะที่พรรคการเมืองประกาศชัยชนะกันแล้วตั้งแต่หัวค่ำ
7. กกต. ค้างระบบรายงานผลแบบไม่เป็นทางการที่ 94% เป็นเวลาถึง 10 วันหลังจากวันเลือกตั้ง จนถึงวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 จึงประกาศว่า มีการประกาศผลเป็นทางการ 400 เขตแล้ว แต่เมื่อเข้าไปดูเป็นสำเนาเอกสารรายงานผลการนับคะแนนของแต่ละหน่วย (เอกสาร สส.5/18) หลายแสนแผ่น ที่มีข้อผิดพลาดมากมาย เช่น รวมยอดแล้วไม่ตรง มีคะแนนรวมเกินผู้มาใช้สิทธิ และ ยังเป็นเอกสารดิบ (raw data) ที่ยังไม่มีการประมวลผล หลายแสนแผ่น ที่อยากรู้ผลอะไร ประชาชนต้องไปบวกเลขเอาเอง
8. จากรายงานที่ไม่เป็นทางการ ปรากฏตัวเลขบัตรเขย่ง ระหว่าง บัตร สส. เขต และ บัตรบัญชีรายชื่อ นับแสนราย มีตัวเลขร้อยละผู้มาใช้สิทธิต่ำผิดปกติ ทำให้มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า อาจเกิดการทุจริตในการเลือกตั้ง เช่น เติมบัตรเข้า หรือ ดึงบัตรออก ซึ่ง กกต. ยังไม่สามารถชี้แจงได้ชัดเจน
9. การจัดเก็บเอกสารสำคัญต่าง ๆ ตั้งแต่ระดับหน่วย เขต จังหวัด มีภาพที่ปรากฏ แสดงถึงความไม่เรียบร้อย และส่อแววอาจมีการทุจริตในการเลือกตั้ง เช่น หีบไม่มีสายรัด การพบเอกสารสำคัญทิ้งในกองขยะ สถานที่จัดเก็บไม่มีการรักษาความปลอดภัยที่เพียงพอ
10. บัตรเลือกตั้ง มีบาร์โค้ด ที่สามารถตรวจย้อน (Trace back) ไปยังต้นขั้ว และย้อนไปทราบว่า ใครเลือกใครได้จาก เลขลำดับที่ในต้นขั้ว เป็นเหตุให้การเลือกตั้งอาจขัดรัฐธรรมนูญ ในเรื่อง การเลือกตั้งต้องเป็นความลับ ทำให้มีคนร้อง เอาผิดนับสิบคณะ ถึงศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง ศาลอาญาทุจริต ปปช. และคณะกรรมการ PDPC (กม.ข้อมูลส่วนบุคคล PDPA) มากมายที่สุดนับแต่มี กกต.มา และเสี่ยงที่จะได้รับคำวินิจฉัยให้การเลือกตั้ง เป็นโมฆะ
F ครับ สอบตก แต่ไม่รู้ว่า ควรให้สอบแก้ตัว ให้ซ้ำชั้น หรือ ไล่ออกจากโรงเรียน
#สมชัย #กกต #เลือกตั้ง2569 #การเมืองไทย #ข่าวการเมือง #วิจารณ์เลือกตั้ง #เลือกตั้งโมฆะ #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline








