วันที่ 18 ก.พ.69 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "Jatuporn Prompan - จตุพร พรหมพันธุ์" ระบุว่า...
กกต.โหลยโท่ย คนไม่เชื่อมั่น ทำการเมืองตกต่ำ ซ้ำเติม ศก.ย่ำแย่ ผ่านแล้ว 9 วันทำงานชักช้า กังขาโปร่งใส จี้ประกาศคนมาใช้สิทธิ์ สงสัยบัตรเขย่งมากเป็น ปวศ. ติงตั้ง รบ. ผสมพันธุ์พรรคพอใจกับไม่พอใจ กองเชียร์มึนงง คาด พท.รอขี่คอโชว์เหนือข่ม ภท. หวังว่าเหตุวุ่นวายไม่จบแบบ ปี 49-57
เมื่อ 17 ก.พ. 2569 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์รายการประเทศไทยต้องมาก่อน ตำหนิการทำหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า ทุกอย่างเต็มไปด้วยข้อกังขา ผ่านมา 9 วันแล้วยังไม่ประกาศจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งได้ครบ 100%
“ถ้าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ ต้องจัดให้เลือกตั้งใหม่ หวังว่าจะไม่ลงท้ายด้วยปัจจัยแทรกซ้อนเหมือนในอดีต ซึ่งการเลือกตั้งเป็นโมฆะถึง 2 ครั้ง และมีเลือกตั้งใหม่ แต่จบลงที่การรัฐประหารถึง 2 ครั้ง”
พร้อมทั้งกระตุ้น กกต.ว่า ต้องรีบทำหน้าที่ของตัวเองให้เสร็จ ส่วนคดีถูกฟ้องร้องต่อศาลก็ไปต่อสู้ในชั้นศาล แต่ กกต. กลับพยายามใช้เวลาดำเนินคดีคนวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งเป็นพฤติกรรมปฏิบัติงานที่ผิดพลาดมาก
ยิ่งขณะนี้คะแนนแต่ละหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศกว่าแสนหน่วย มีจำนวนมากที่ผลการนับคะแนนเสียงไม่ตรงกัน โดยมีความแตกต่างระหว่างบัตรเลือก สส.เขตและบัญชีรายชื่อ จนกลายเป็นบัตรเขย่งจำนวนมาก ซึ่งผิดวิสัยการเลือกตั้งและไม่ควรเกิดขึ้น ดังนั้น ถ้าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะแล้วจะลงท้ายด้วยปัจจัยแทรกซ้อนอย่างไร
นายจตุพร กล่าวว่า แม้ผลเลือกตั้งไม่เป็นทางการ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ชนะ ปัจจัยหนึ่งที่สำคัญมากมาจากคะแนนเสียงประชาชนพอใจการแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา แต่ความพยายามตั้งรัฐบาลขณะนี้ ได้นำพรรคเพื่อไทย (พท.) ซึ่งประชาชนไม่พอใจคลิปเสียงอังเคิลมาร่วมด้วย ดังนั้น อารมณ์ที่แตกต่างและตรงกันข้ามกันเมื่อมาอยู่ร่วมกัน คงทำให้ผู้คนมึนงงกับผลการลงคะแนนเสียงว่า เป็นไปได้อย่างไร
"พรรคการเมืองสองพรรคนี้ ควรใส่ใจกับอารมณ์ของกองเชียร์ตัวเองได้แล้วว่า คนรู้สึกอย่างไร สิ่งสำคัญถ้าตั้งรัฐบาลแบบมี พท. ผสมด้วยพรรคเล็ก และทันทีไม่มีพรรคขนาดกลางๆมาร่วมด้วย พท.จะขี่คอ ภท. กดดันเอากระทรวงตามต้องการ ถ้าไม่ได้ก็ถอนตัว รัฐบาลพัง”
อีกทั้งประเมินว่า วิธีเดียวที่ พท.จะฟื้นจากอารมณ์มวลชนได้ ต้องหักโชว์ความเหนือกว่าทางการเมือง เพราะถ้าเดินตามรอยการทำตัวลีบไม่มีเงื่อนไขโควตาแล้ว เลือกตั้งครั้งหน้ามวลชนจะหายไปอีกครึ่งหนึ่ง ซึ่งมีความเป็นไปได้สูง
นายจตุพร เรียกร้องว่า ถ้าองค์กรทั้งอิสระและหน่วยงานราชการในบ้านเมืองเริ่มทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว สภาพของประเทศคงไม่ย่ำแย่ตกต่ำแบบนี้ ทั้งที่ไทยมีบุคลกรคุณภาพมากความรู้ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า เกาหลีใต้ เวียดนาม และประเทศข้างเคียง ซึ่งประเทศเหล่านั้น พัฒนาไปไกลกว่าไทยมาก แต่เรายังล้าหลังทั้งการเมืองและเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เรียกได้ว่า สภาพประเทศไทยอยู่ไปวันๆ หาอนาคตไม่เจอ อีกอย่างมาตรการลงทัณฑ์พรรคการเมืองหาเสียงไม่ปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาก็ไม่เคยทำให้เป็นจริงจัง ดังนั้น ประชาชนจึงอยู่ภายใต้คำลวง คำสัญญาหาเสียงแบบกลวงๆ และภายใต้ประชาธิปไตยปลอมๆ ท้ายที่สุดก็ขยับไปไหนไม่ได้ และจะขาดความมั่นคงตามมา จึงถึงเวลาแล้วที่เราต้องกล้าลุกขึ้นถามหาอนาคตตัวเอง
อีกทั้งกล่าวว่า ถัดจากนี้ไปไม่ได้หวังให้คนไทยลุกขึ้นต่อสู้บนถนน เราคงต้องอยู่กันแบบนี้เป็นวันๆ ไป แต่อนาคตยังมีปัจจัยเปลี่ยนแปลงภูมิรัฐศาสตร์หลายหลากมากระทบ ประเทศคอมมิวนิสต์ยึดการเมืองมั่นคง และใช้ระบบเศรษฐกิจเสรี ส่วนประเทศประชาธิปไตยแบบไทยกลับเป็นการเมืองล้มเหลว อ่อนแอ แต่ผูกขาดเศรษฐกิจ
ยิ่งขณะนี้การจัดการเลือกตั้งได้สั่นคลอนและซ้ำเติมความเชื่อมั่น วรมถึงเมื่อเริ่มตั้งรัฐบาลคนก็ไม่สบายใจ จึงขอให้คนมีหน้าที่ช่วยตรึงตรอง และหวังว่า เราจะไม่จบลงแบบปี 49 และปี 57 ซึ่งไม่ได้อะไรให้ดีขึ้นมา มีแต่ทำให้บ้านเมืองเสียหาย
“หวังว่า ประชาชนที่เลือกพรรคใดมา ต้องกล้าส่งเสียงให้ดังกระหึ่ม ร้องบอกอะไรควรทำ และอะไรไม่ต้องทำตามสัญยาหาเสียง หากเราเลือกมาแล้ว เขาจะทำอะไรโดยไม่บอกเรา แล้วเราจะอยู่กันซ้ำๆ แบบนี้เหรอ เราก็เป็นประเทศที่ไร้อนาคตและยากที่จะแก้ไขปัญหาแต่ละเรื่องราวที่ทับถมอยู่ ส่วน กกต.อะไรที่สร้างความรู้สึกที่ดีให้ประชาชนก็ควรรีบทำ พร้อมกับหวังว่า กกต.ไม่ทำให้เราต้องลงท้ายแบบปี 49 ปี 57 อีก”
#จตุพร #กกต #บัตรเขย่ง #เลือกตั้ง2569 #การเมืองไทย #จัดตั้งรัฐบาล #ข่าวการเมือง #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline







