17 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ และนางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมแถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยมีวาระสำคัญเริ่มต้นจากการเห็นชอบให้ข้าราชการทุกประเภท พนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ และลูกจ้างชั่วคราวของส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ และพนักงานรัฐวิสาหกิจ สามารถลาเข้าร่วมโครงการบรรพชาอุปสมบทหมู่ 93 รูป เพื่อน้อมอุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 9 มีนาคม 2569 รวมเป็นเวลา 10 วัน โดยไม่ถือเป็นวันลาและได้รับเงินเดือนตามปกติ
นอกจากนี้ ครม. ยังได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของบุคคลล้มละลาย เพื่อปรับปรุงให้มีความทันสมัยสอดคล้องกับหลักสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ โดยปรับปรุงข้อจำกัดกฎหมายที่เคยกำหนดไว้กว้างขวาง เช่น การห้ามดำรงตำแหน่งสำคัญในภาครัฐหรือประกอบอาชีพบางประเภท โดยรัฐบาลมองว่าไม่ควรเหมารวมว่าบุคคลล้มละลายขาดความสามารถเสมอไป เพราะอาจเกิดจากปัจจัยทางเศรษฐกิจไม่ใช่การทุจริต จึงมีการแยกแยะตามความสำคัญของตำแหน่ง หากไม่เกี่ยวข้องกับการบริหารทรัพย์สินโดยตรงก็อาจไม่จำเป็นต้องกำหนดเป็นลักษณะต้องห้าม เพื่อเป็นการให้โอกาสครั้งที่ 2 แก่ผู้ที่ได้รับการปลดจากการล้มละลายแล้วให้สามารถกลับมาประกอบอาชีพได้ตามความเหมาะสม
ในด้านเศรษฐกิจ กระทรวงพาณิชย์ได้รายงานภาพรวมดัชนีเศรษฐกิจการค้าเดือนธันวาคม 2568 พบว่าดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปอยู่ที่ระดับ 100.19 ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลงสู่ร้อยละ 0.28 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นการลดลงในอัตราที่ชะลอตัวลงจากราคาพลังงานที่ปรับตัวลดลงตามตลาดโลกและมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพของภาครัฐ ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานขยายตัวร้อยละ 0.49 ส่วนภาพรวมเฉลี่ยทั้งปี 2568 อัตราเงินเฟ้อลดลงร้อยละ 0.45 ทั้งนี้คาดการณ์ว่าในไตรมาสแรกของปี 2569 เงินเฟ้อจะยังคงอยู่ในระดับต่ำจากปัจจัยราคาน้ำมันที่ไม่สูงมากนัก โดยรัฐบาลจะติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์อย่างใกล้ชิด
ต่อมา ครม. มีมติเห็นชอบเปิดตลาดสินค้าเกษตรตามพันธกรณีความตกลงองค์การการค้าโลก (WTO) สำหรับปี 2569-2571 จำนวน 4 รายการหลัก ได้แก่ เมล็ดพันธุ์หอมหัวใหญ่ ปริมาณในโควตาปีละ 3.15 ตัน (ภาษี 0%) หอมหัวใหญ่แห้งชนิดผงและไม่เป็นผง ปริมาณ 1,256.50 ตัน (ภาษีในโควตา 27%) หัวพันธุ์มันฝรั่งไม่จำกัดปริมาณ (ภาษี 0%) และมันฝรั่งสดเพื่อแปรรูป ปริมาณปีละ 83,000 ตัน (ภาษีในโควตา 27%) โดยยังคงอัตราภาษีนอกโควตาไว้ในระดับสูงเพื่อปกป้องเกษตรกรไทย และกำหนดช่วงเวลานำเข้าไม่ให้ตรงกับฤดูกาลผลิตในประเทศ
สำหรับโครงการโครงสร้างพื้นฐาน ครม. เห็นชอบแก้ไขสัญญาเอกชนร่วมลงทุนงานดำเนินงานและบำรุงรักษา (O&M) โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง M6 สายบางปะอิน-นครราชสีมา ระยะทาง 196 กิโลเมตร เนื่องจากงานโยธาบางส่วนล่าช้ากว่าแผนเดิม ทำให้คู่สัญญาไม่สามารถเข้าดำเนินงานระบบและยังไม่ได้รับค่าตอบแทน การแก้ไขสัญญาจะช่วยให้สามารถจ่ายค่าก่อสร้างงานระบบบางส่วนที่ตรวจรับงานเสร็จสิ้นแล้วได้ก่อนเปิดให้บริการจริง เพื่อป้องกันผลกระทบต่อการชำระหนี้ธนาคารและสินเชื่อของเอกชน โดยปีแรกประเมินวงเงินไว้ที่ประมาณ 128 ล้านบาท ซึ่งยืนยันว่าไม่กระทบต่อฐานะบัญชีค่าธรรมเนียมผ่านทางและระยะเวลาสัมปทาน 30 ปี
ปิดท้ายด้วยการเห็นชอบร่างแผนงานความร่วมมือระหว่างกระทรวงพลังงานและทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ประจำปี 2026-2027 เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านสถิติพลังงาน แผนรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน และการพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานสะอาด มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ในปี 2050 ควบคู่ไปกับการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน








