วันที่ 16 ก.พ.69นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเพจ “Wiroj Lakkhanaadisorn – วิโรจน์ ลักขณาอดิศร” ระบุว่า...
[ ระเบียบให้เก็บต้นขั้วกับบัตรเลือกตั้งรวมกัน ไม่เห็นตรงกับที่ กกต. แถลงเลยนี่นา กกต. โกหกประชาชนหรือครับ ]
ตามระเบียบเลือกตั้ง สส. ของ กกต. ข้อที่ 184 กำหนดให้เก็บต้นขั้ว และบัตรเลือกตั้งรวมกันในหีบเลือกตั้งนะครับ ไม่ได้เก็บแยกอย่างที่ กกต. บอก ซึ่งอันที่จริงก็มีภาพปรากฏออกมาแล้วว่าเก็บรวมกันในหีบ
ถ้าเป็นอย่างนั้น ก็แสดงว่า กกต. โกหกประชาชนอยู่หรือเปล่าครับ
ต้องยืนยันว่า คำว่า "ลับ" จะต้องเป็นระบบที่ลับ คือ จะต้องไม่มีใครหน้าไหน ที่จะสามารถรู้หรือตรวจสอบได้ว่าประชาชนคนไหนลงคะแนนเลือกอะไร ระบบที่มีรหัสที่ตรวจสอบได้ โยงได้ว่าใครเลือกอะไร อย่างนี้ไม่เรียกว่าลับแล้วครับ
ข้ออ้างที่บอกว่า ทำ Barcode เพื่อแก้ปัญหาบัตรเขย่ง ก็ฟังไม่ขึ้นเพราะปัญหาบัตรเขย่งรุนแรงกว่าปี 2566
ข้ออ้างว่าทำ Barcode เพื่อพิสูจน์ว่าบัตรเป็นของจริง หรือของปลอม ก็ต้องบอกว่าลายน้ำ หรือรหัสลับทำได้ครับ แต่ต้องทำเพื่อพิสูจน์ว่าเป็นบัตรจริง หรือบัตรปลอมเท่านั้น แต่จะต้องไม่สามารถสอบกลับได้ว่าใครเลือกอะไร
ข้ออ้างที่บอกว่า "ลับ" เฉพาะการกากบาทในคูหาเท่านั้น นี่เป็นการชี้แจงที่มักง่าย และขาดสำนึกอย่างมาก การอ้างว่า บถ้า กกต. เก็บเอกสารตามระเบียบแล้ว ถ้าข้อมูลรั่ว ก็ไม่ต้องรับผิดอะไร คนที่ต้องรับผิด คือ คนที่ไปสืบค้นข้อมูล ข้ออ้างนี้เป็นข้ออ้างที่ขาดจิตสำนึก และไร้ความรับผิดชอบอย่างมาก เพราะประชาชนจะรู้ได้ยังไงว่าข้อมูลการเลือกตั้งของตนรั่วไหลไปแล้วหรือยัง จะรู้ได้อย่างไรว่าใครเป็นคนกระทำ จะรู้ได้อย่างไรว่ารั่วไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ถ้า กกต. ปัดความรับผิดชอบของตนในฐานะผู้ออกแบบระบบ ไปให้ความรับผิดชอบส่วนบุคคลของผู้กระทำผิด แบบนี้ไม่ต้องมี กกต. แล้วครับ
ข้ออ้างที่บอกว่า กกต. เก็บเอกสาร และข้อมูลการเลือกตั้งเอาไว้อย่างดี ก็ไม่จริงอีก เพราะมีการยืนยันจากผู้เชี่ยวชาญด้านฐานข้อมูลแล้วว่า พบข้อมูลการเลือกตั้งของประชาชนรั่วไหล และถูกนำเอาไปขายอย่างผิดกฎหมายในโลกอินเตอร์เน็ตแล้ว และยังมีภาพที่ปรากฏผ่านสื่อ ว่ามีเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ถูกนำไปทิ้งที่กองขยะที่ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ซึ่งห่างจากหน่วยเลือกตั้งถึง 14 กิโลเมตรอีก และเอาเข้าจริงๆ ไม่มีอะไรที่มั่นใจได้ 100% หรอกครับ ว่าเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเบิอกตั้ง จะถูกเก็บเอาไว้ อย่างดีที่ กกต. สามารถการันตีได้ 100% ทั้งหมดทั้งมวลต้องเชื่อใจ กกต. อย่างเดียวหรือครับ อย่างนี้ไม่เรียกว่าลับแล้วครับ ลับที่แท้จริง ก็คือ ต่อให้เอกสารรั่วไหลออกไป อย่างมากก็แค่รู้ว่าบัตรเลือกตั้งนั้นเลือกอะไร แต่จะต้องไม่มีทางรู้ได้ว่าบัตรเลือกตั้งนั้นเป็นของใคร
ระบบที่สามารถตรวจสอบได้ว่าใครเลือกอะไร นั้นถือเป็นการละเมิดสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ตามที่รัฐธรรมนูญได้คุ้มครองเอาไว้ และเป็นปัญหาที่ร้ายแรงมาก เพราะจะทำให้การข่มขู่ของหัวคะแนน มีน้ำหนักและสร้างความหวาดกลัวให้กับพี่น้องประชาชนได้ และในทางปฏิบัติ ก็ยังเอื้อให้หัวคะแนนเกณฑ์ประชาชนในพื้นที่ที่ตนซื้อเสียงมาต่อแถวเข้าคูหา พอรู้ว่าคนแรกเลขที่เท่าไหร่ คนต่อๆไป ก็ไล่เลขที่ตามลำดับกันไป ทีนี้หัวคะแนนก็จะเช็คได้แล้วครับว่าใครเลือกอะไร
เดี๋ยวนี้หัวคะแนนเขาดูแลกลุ่มคนเป็นกลุ่มย่อยนะครับ ไม่เกิน 30 คน เขาก็แค่พา กลุ่มคนที่เขาซื้อเสียงไม่กี่สิบคนมาต่อแถวหลังเขา หัวคะแนนก็แค่จำเลขที่ของตัวเองออกมา ทีนี้อีก 29 คนที่ต่อแถวข้างหลัง ก็แค่ไล่ตัวเลขไปไม่ยากเลย จากนั้นในช่วงนับคะแนน ก็แค่ตั้งกล้องถ่ายคลิปวีดีโอตอนเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยขานคะแนน แล้วก็แค็ปหน้าจอไปเช็ค Barcode ของบัตรเลือกตั้งแต่ละใบ แค่นี้ก็รู้แล้วครับว่า ประชาชนได้เลือกตามที่ได้ซื้อเสียงเอาไว้หรือไม่
ในความเป็นจริงหัวคะแนนอาจจะไม่ต้องทำอะไรแบบนี้ก็ได้ครับ ขอแค่ประชาชนรู้และยอมรับว่า มันเช็คกันได้ แค่นี้ประชาชนก็กลัว และไม่กล้าบิดพริ้วแล้วครับ อย่าลืมนะครับ ประชาชนเขามีบ้านอยู่ตรงนั้น เขาย้ายบ้านหนีไม่ได้นะครับ
ผมจึงยืนยันได้ว่า ระบบ Barcode (อาจรวม QR! Code ด้วย) ที่บัตรเลือกตั้งที่ กกต. ทำขึ้น เป็นการละเมิดเสรีภาพของประชาชน ละเมิดรัฐธรรมนูญ และเป็นการบ่อนทำลายประชาธิปไตยอย่างร้ายแรง ที่ประชาชนคนไทยมิอาจยอมรับได้ครับ
#วิโรจน์ #กกต #เลือกตั้ง #บัตรเลือกตั้ง #การเมืองไทย #ข่าวการเมือง #ประเด็นร้อน #สิทธิ์ประชาชน #ประชาธิปไตย #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline








