วันที่ 16 ก.พ.69 เวลา 10.30 น. ที่ศาลอาญารัชดา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีที่ กกต.เรียกสอบ กปน.ที่มีการถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งที่แสดงบาร์โค้ด นายณัฐพงษ์ มองว่า หากเป็นการเรียกสอบโดยสุจริตว่า กปน.ทำถูกระเบียบหรือไม่สามารถทำได้อยู่แล้ว แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ สังคมกำลังตั้งคำถามเพราะ กกต.มีการแสดงความเห็นว่าจะขู่ฟ้อง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 กับประชาชนทั่วไปรวมถึง กปน.ที่ทำหน้าที่สุจริตด้วย ซึ่งโดยระเบียบการถ่ายภาพหลังคูหาที่เห็นการลงคะแนนหรือการถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งผิดกฎหมายแน่นอน แต่การถ่ายภาพขั้นตอนก่อนการลงคะแนนไม่ได้ผิดอะไร ฉะนั้นการที่ กกต.พุ่งเป้าไปเรียกสอบ กปน.อาจจะมีการเผยแพร่ภาพต้นขั้วออกมา ต้องดูว่าเขาทำผิดระเบียบจริงหรือไม่ หรือพยายามเรียกสอบเพื่อกดดันเจ้าหน้าที่ ทำให้ กกต.มีความสุ่มเสี่ยงพิสูจน์ให้เห็นว่า บาร์โค้ดที่ติดอยู่ในบัตรเลือกตั้งที่ กกต.ออกแบบมา ไม่ได้ทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยลับ จึงอยากเรียกร้องให้ กกต.ดำเนินการทุกอย่างตรงไปตรงมา ไม่อยากให้ใช้อำนาจของตนเองในการไปปิดปากคนอื่น
ในส่วนที่ประชาชนร่วมลงชื่อถอดถอน กกต.พรรคประชาชนจะทำในสิ่งที่พรรคการเมืองหนึ่งทำได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการดำเนินคดีอาญามาตรา 157 และ 172 ต่อ กกต. ขณะที่ช่องทางอื่นมีภาคประชาสังคม หรือประชาชนโดยทั่วไปที่ไปยื่นร้องเรียนแล้วในหลายช่องทาง ทั้งผู้ตรวจการแผ่นดินที่จะส่งต่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัย และการยื่นต่อศาลปกครอง ซึ่งพรรคประชาชนจะไม่ยื่นร้องให้ซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น แต่เราพร้อมจะติดตามเรื่องนี้ เรียกร้องให้ กกต.เปิดเผยข้อมูลให้มีความโปร่งใสมากที่สุด
ทั้งนี้ ที่หลายคนตั้งคำถามเกี่ยวกับบาร์โค้ด สิ่งที่ทุกคนกำลังกังวลคือ ข้อมูลอาจจะรั่วไหลตั้งแต่ในชั้นคูหาเลือกตั้ง หากมี กปน.บางส่วนที่ทุจริตมีส่วนเกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง อาจทำให้ประชาชนที่ลงคะแนนเสียงในแต่ละบัตรรั่วไหล ตั้งแต่การนับคะแนน ซึ่ง กกต.พยายามชี้แจงว่ากระบวนการจัดเก็บบัตรเลือกตั้งเป็นความลับและมีการแยกจัดเก็บ
“ส่วนตัว ผมเชื่อมั่นในความสุจริตของคนส่วนใหญ่ แต่สิ่งที่จะพิสูจน์ได้ว่า กปน.ทุกหน่วยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มก้อนการเมือง คือ การเปิดเผยชื่อ กปน.ทั่วทั้งประเทศ เพราะปกติก็เปิดเผยต่อสาธารณะแล้ว และต้องมีลายเซ็น กปน.กำกับหน้าหน่วย จึงไม่ใช่ข้อมูลที่มีชั้นความลับแต่อย่างใด กกต.เป็นคนเดียวในประเทศนี้ที่ถือชื่อ กปน.แสนหน่วยทั่วทั้งประเทศ ดังนั้น ถ้าอยากให้เกิดความโปร่งใส กกต.ต้องเปิดรายชื่อ กปน. หากย้อนหลังไปหลายปีจะได้เห็นว่ามีรายชื่อต่างจากปีก่อน ๆ หรือไม่ ซึ่งจะทำให้สังคมคลายความสงสัยไปได้มากยิ่งขึ้น”
เมื่อถามว่า ปัญหาจะทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะหรือไม่ นายณัฐพงษ์ ระบุว่า อาจเป็นอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานอื่น ทั้งศาลปกครอง และศาลรัฐธรรมนูญ ในการที่จะพิจารณาเรื่องนี้ หลายคนอาจจะมองว่าเรามีผลประโยชน์ทับซ้อน เนื่องจากเป็นคู่แข่งในการเลือกตั้งครั้งนี้ หลายคนอาจจะมองว่าเราแพ้การเลือกตั้ง แล้วออกมาเรียกร้องหรือไม่ สิ่งที่เราเรียกร้องได้คือ การเรียกร้องให้ กกต.ดำเนินการจัดการเลือกตั้งให้มีความโปร่งใสยุติธรรม ปกป้องสิทธิ์ของประชาชนให้ถึงที่สุด ขณะนี้บัตรเลือกตั้งมีปัญหา กกต.ต้องพยามดำเนินการอย่างเต็มที่ ดีที่สุด ให้เก็บรักษามีความลับ ดีที่สุด คือต้องเร่งทำลายบัตรให้เร็วที่สุด ส่วนจะนำไปสู่การเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่ ตนเองอยู่ในฐานะที่ไม่เหมาะสมที่จะพูด ต้องให้หน่วยงานอื่น ๆเป็นผู้ตัดสินแทน








