เมื่อวันที่ 13 ก.พ.69 นายแก้วสรร อติโพธิ นักวิชาการอิสระ เผยแพร่บทความเรื่อง บัตรเลือกตั้งมีบาร์โค๊ด!!...การเลือกตั้งขัดรัฐธรรมนูญ โมฆะทั้งแผ่นดิน ???
ถาม หลักกฎหมายที่ว่า การลงคะแนนเลือกตั้งต้องเป็นการลับใครจะเลือกใคร ต้องไม่มีใครรู้เห็นนั้น ถ้าหลักนี้ถูกละเมิดเมื่อใดจะทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะต้องเลือกกันใหม่เลยใช่ไหมครับ
ตอบ ถูกต้องครับ หลักนี้เป็นหลักในรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญเคยตัดสินมาแล้ว ในคำวินิจฉัยที่ ๘/๒๕๔๙ ที่ชี้ขาดว่า รูปแบบการจัดคูหาเลือกตั้งที่ไม่มีกำบังหลังคูหาลงคะแนน เปิดว่างให้ตัวแทนพรรคการเมืองสามารถมองเห็นได้นั้น ยังผลให้ไม่ใช่การลงคะแนนโดยลับ การเลือกตั้งต้องเสียไปทั้งหมด
ถาม มา พ.ศ.นี้ กกต.ทำบาร์โค๊ดบัตรแต่ละใบไว้ทำไมครับ
ตอบ ผมสอบถามอาจารย์คมสัน โพคง อดีต ผอ.ฝ่ายวินิจฉัย ใน กกต.สมัยที่ ๑ แล้ว ท่านอธิบายว่า ต้องทำไว้เพื่อการตรวจสอบดังนี้
๑.กกต.จ้างโรงพิมพ์บัตรที่ควบคุม ให้พิมพ์มีลายน้ำ และตามจำนวนกำหนด มีบาร์โค้ด ระบุเลขที่ของเล่ม และลำดับบัตรในแต่ละเล่ม จากนั้นบัตรที่ส่งไปทุกหน่วยเลือกตั้ง จะส่งไปตามจำนวนที่กำหนด พร้อมบัญชีกลาง ระบุว่าได้รับไปกี่เล่มตามเลขที่ใดบ้าง
๒.พอผู้มีสิทธิ์เข้ามาในคูหา จะลงชื่อไว้ในต้นขั้ว และกรรมการจะบันทึกลำดับที่มาลงคะแนนไว้ และรับบัตรไปโดยในบัตรจะไม่มีชื่อปรากฏ มีแต่บาร์โค๊ดอยู่ในบัตรเท่านั้น
๓.พอลงคะแนนจบแล้ว นับคะแนนแล้ว บันทึกผลเป็นรายงาน รับรองร่วมกันหมดแล้ว บัตรและเอกสารทุกอย่างจากแต่ละหน่วย จะถูกนำไปยุบรวมมัดใส่กล่องส่งไปรวมเป็นหีบบัตรของเขตนั้นๆในที่สุด จนเมื่อสิ้นสุดการคัดค้านตรวจสอบ จนประกาศผลแล้วจึงจะทำลายได้
ระบบที่กล่าวมาทั้งหมด พร้อมบาร์โค๊ดในแต่ละบัตรนี่แหละครับ ที่ใช้ในปีนี้ และกำลังถูกกล่าวหาว่า ทำให้การลงคะแนนเลือกตั้งไม่เป็นความลับ
ถาม ตามระบบสามข้อนี้ พรรคการเมืองหรือผู้สมัครรับเลือกตั้ง จะรู้ได้ไหมครับว่า คนหมู่บ้านนี้หน่วยนี้ ชื่อแก้วสรร รับเงินเขาไปแล้ว เลือกเขาหรือไม่
ตอบ ๑. เขาต้องเข้าถึงคือมีสิทธิไปที่ศูนย์เก็บบัตร ค้นหาบัตรและเอกสารของหน่วยนั้นได้ทั้งหมด
๒. เขาต้องได้บัญชีลงคะแนนตามลำดับชื่อ ที่แต่ละหน่วยได้บันทึกไว้ ได้มาแล้วก็รู้ว่า นายแก้วสรร เลือกตั้งลำดับใด ได้บัตรเลือกตั้งจากเล่มใด เลขที่เท่าใด
๓. จากนั้นเขาต้องหาบัตรนายแก้วสรร ให้เจอ โดยต้องมีบัญชีบาร์โค๊ด พร้อมเครื่องแสกนเฉพาะ แล้วแสกนบัตรในหน่วยนั้นทั้งหมดจนกว่าจะได้บาร์โค๊ดที่ตรงกัน พอเจอแล้ว เขาก็จะรู้ได้ในที่สุดว่า ผมเลือกเบอร์ใด
ถาม เมื่อมีหนทางเปิดไว้เช่นนี้ จะถือว่าการลงคะแนนไม่เป็นความลับได้หรือไม่ครับ
ตอบ ถ้าคุณเปิดให้สิทธิพรรคการเมืองทำได้ทุกข้ออย่างที่กล่าวมาในสามข้อข้างต้น นั่นก็แสดงว่าการลงคะแนนไม่เป็นความลับ
แต่ถ้าทุกอย่างในสามข้อนั้นทำได้แต่เฉพาะมติ กกต. และทำได้แต่เฉพาะกรณีมีเรื่องร้องเรียนอันมีมูลว่ามีทุจริตเลือกตั้งจนต้องลงมือสอบสวน อย่างนี้ไม่ถือว่าเป็นระบบที่ไม่มีความลับ เพราะความลับยังมีอยู่ตามกฎหมาย เปิดเผยได้แต่เฉพาะเมื่อมีความจำเป็นต้องตรวจสอบเท่านั้น
ถาม เช่นความจำเป็นในเรื่องอะไรครับ
ตอบ ที่ต้องระวังที่สุด และต้องตรวจสอบให้ได้คือเรื่อง “ไพ่ไฟ” ที่หน่วยนี้กำลังเริ่มนับคะแนนอยู่ดีๆไฟดับ มีมือดีเอาบัตรที่กาไว้ ยัดใส่เข้าแทนบัตรจริงเป็นปึกเลย พอต่อมามีการคัดค้าน กกต.ก็ต้องปวดหัวว่า บัตรแต่ละใบในหีบนั้นใช่บัตรของหน่วยนี้ไหม ใช่บัตรที่ชาวบ้านกาหรือเปล่า ตรงนี้ถ้าไม่มีบาร์โค๊ด ก็จะพิสูจน์ไม่ได้เลย บาร์โค๊ดจึงจำเป็นต้องมีเพื่อการตรวจสอบ และตรวจสอบอย่างมีกฎเกณฑ์ มีระบบหลังบ้านที่ คนทั่วไปเข้าถึงระบบหลังบ้านนี้ไม่ได้
ถาม เมื่อคนทั่วไปเข้าถึงไม่ได้ มีแต่กกต.เท่านั้นที่เข้าถึงได้ และได้เฉพาะการตรวจสอบตามกฎหมายเท่านั้น อย่างนี้ก็ไม่ถือว่าทำลายหลักการเลือกตั้งโดยลับใช่ไหมครับ
ตอบ เป็นเช่นนั้น หลักแท้จริงคือการเลือกตั้งโดยอิสระ ที่เราจะเลือกใครก็ต้องไม่เปิดเผยต่อคนทั่วไป การไปตีความว่าต้องลับและลึกฝังอยู่ใต้บาดาลจนใครในโลกก็เข้าถึงไม่ได้เลยนั้น เป็นการเติมความโดยนักอักษรศาสตร์ที่ไม่เข้าใจกฎหมายเลย
ถาม สรุปแล้ว อาจารย์เห็นว่าการมีบาร์โค๊ดเพื่อรองรับระบบการตรวจสอบที่สมเหตุผลอย่างนี้ ไม่ขัดต่อหลักในรัฐธรรมนูญใช่ไหมครับ
ตอบ ไม่ขัดแน่นอน แต่อาจจะขัดใจพรรคการเมืองใดก็อีกเรื่องหนึ่ง แน่จริงก็ใช้สิทธิร้องศาลรัฐธรรมนูญด้วยตนเองไปเลยสิครับว่าการเลือกตั้งขัดรัฐธรรมนูญ มายุเด็กแอบอยู่หลังเด็กให้ก่อม๊อบจนเด็กจะต้องติดคุกอยู่อย่างนี้ได้อย่างไร
คราวกระพือให้เลิก ๑๑๒ เด็กๆก็โดนคุกไปหลายสิบคนแล้ว คดี ๔๔ คน ก็คาศาลอยู่เห็นๆ วันนี้ยังหน้าด้านไม่สำนึกตัวอีกหรือ รู้จักใช้สิทธิโดยเปิดเผยตรงไปตรงมาให้บ้านเมืองมีโอกาสสงบบ้างไม่ได้หรืออย่างไร







