การเมืองทั่วไป

เจาะสูตรคำนวณ สส. บัญชีรายชื่อ 100 ที่นั่ง กลไกสำคัญส่งผู้เแทนเข้าสภาฯ

แชร์ข่าว

12 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยแพร่วิธีนับคะแนน สส. ผ่านเพจ: สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยระบุสาระสำคัญในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อถือเป็นหัวใจสำคัญของการสะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชนผ่านบัตรเลือกตั้งที่กากบาทให้กับพรรคการเมืองที่ชื่นชอบ ซึ่งหลายคนอาจเกิดข้อสงสัยถึงกระบวนการจัดสรรคะแนนเหล่านี้ให้กลายเป็นจำนวน สส. บัญชีรายชื่อจำนวน 100 คนตามที่กฎหมายกำหนด

โดยขั้นตอนแรกเริ่มจากการนำผลคะแนนรวมทั้งหมดที่ทุกพรรคการเมืองได้รับจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อทั้งประเทศมาเป็นฐานข้อมูลเดียวกัน จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการหาคะแนนเฉลี่ยต่อ สส. 1 ที่นั่ง ด้วยการนำคะแนนรวมทั้งประเทศมาหารด้วย 100 ซึ่งหากสมมติว่ามีคะแนนรวมทั้งประเทศอยู่ที่ 35 ล้านคะแนน เมื่อนำมาหารด้วยจำนวนที่นั่งแล้ว พรรคการเมืองจะต้องมีคะแนนในมืออย่างน้อย 350,000 คะแนน เพื่อให้ได้ สส. เข้าสู่สภาจำนวน 1 ที่นั่ง

ในส่วนของวิธีการคำนวณจำนวนที่นั่งให้แต่ละพรรคนั้น จะนำคะแนนรวมของแต่ละพรรคมาหารด้วยคะแนนเฉลี่ยที่คำนวณไว้ในตอนต้น ยกตัวอย่างเช่น พรรค A ได้ 7 ล้านคะแนน เมื่อหารแล้วจะได้ สส. 20 คนอย่างพอดี แต่ในกรณีของพรรค B ที่ได้ 1 ล้านคะแนน เมื่อหารออกมาแล้วจะได้ตัวเลข 2.85 ซึ่งมีเศษทศนิยมเกินมา หากคำนวณครบทุกพรรคแล้วจำนวน สส. ยังไม่ครบ 100 คน กฎหมายกำหนดให้พิจารณาจากพรรคที่มีเศษคะแนนเหลือมากที่สุดเป็นอันดับแรก โดยพรรคที่มีเศษคะแนนสูงกว่าพรรคอื่นจะได้รับสิทธิ์จัดสรรที่นั่งเพิ่มอีกพรรคละ 1 ที่นั่ง ทยอยไล่เรียงตามลำดับคะแนนจากมากไปหาน้อยจนกว่าจะครบจำนวน 100 ที่นั่งตามที่ระบุไว้

ทั้งนี้ หากเกิดกรณีที่พรรคการเมืองมีเศษคะแนนเท่ากันจนไม่สามารถตัดสินได้ตามลำดับ กฎหมายได้กำหนดทางออกไว้ด้วยการให้ตัวแทนของพรรคการเมืองที่มีคะแนนเท่ากันนั้นมาทำการจับสลากเพื่อความโปร่งใสและเป็นธรรม เพื่อให้ได้จำนวน สส. บัญชีรายชื่อครบตามจำนวนที่กฎหมายบัญญัติ ซึ่งกลไกการคำนวณทั้งหมดนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญในการจัดสรรที่นั่งให้เป็นไปตามสัดส่วนของคะแนนเสียงที่ประชาชนมอบให้ เพื่อให้ทุกเสียงสะท้อนออกมาได้อย่างเป็นธรรมและถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนดไว้มากที่สุด