วันที่ 12 ก.พ.69 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "Jatuporn Prompan - จตุพร พรหมพันธุ์" ระบุว่า...
บี้ กกต. อย่าหนีปัญหานับคะแนน ชี้ทางแก้ที่ดีต้องใช้ความจริงชี้แจงให้ถูกต้องตามเนื้อผ้า อธิบายให้สิ้นสงสัยทุกข้อ จี้เปิดบันทึกทุกหน่วยนับคะแนน ดึงความเชื่อมั่นสุจริต-เที่ยงธรรมกลับโดยเร็ว ส่วนตั้ง รบ. ขอ ปชป.ยึดมั่นคำประกาศ 3 ข้อเข้าร่วม ครม.หนู
เมื่อ 11 ก.พ. 2569 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์รายการประเทศไทยต้องมาก่อน โดยเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ใช้ความจริงและเปิดเผยสิ่งที่ถูกต้องมาแก้ปัญหาประชาชนเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ที่เขต 1 ชลบุรี ซึ่งลุกลามไปเขตเลือกตั้งอื่นๆ ทั่วประเทศแล้ว
"กกต.ฟังผมดีๆ คุณมีหน้าที่จัดการเลือกตั้งให้สุจริตและเที่ยงธรรม ปัญหาระบบมันล่มต้องยอมรับความเป็นจริงว่า ล่มถึงเวลาไหน และควรนำภาพของหน่วยเลือกตั้งกว่าแสนหน่วยที่บันทึกไว้อยู่แล้วมาทำความจริงให้ปรากฎ และพิสูจน์ว่า (คะแนน) มันเขย่งจริงหรือไม่ ยอดผู้มาใช้สิทธิ์น้อยกว่าคะแนนมันจริงหรือเปล่า และเกิดจากความเอ้อเร้อ หรือเกิดจากการทุจริตจริงๆ ต้องพิสูจน์ตามเนื้อผ้าให้มันสิ้นสงสัยกันไป”
อีกทั้งเชื่อว่า การเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ของเขต 1 ชลบุรี ถ้า กกต.มีมติให้นับใหม่คงจะไม่เปลี่ยนแปลงผลเลือกตั้งได้ เพราะคะแนนเลือกนายสุชาติ ชมกลิ่น ทิ้งห่างจากผู้สมัครพรรคประชาชน เป็นจำนวนมาก
ส่วนประชาชนมาเรียกร้องจะมีเบื้องหน้าเบื้องหลังหรือไม่นั้น ตนเห็นว่า หน้าที่ของ กกต.ต้องสนใจปัญหาเบื้องหน้าที่เป็นข้อเรียกร้องมากกว่าค้นหาเหตุจากเบื้องหลังมากล่าวอ้างเพื่อหลบหลีกปัญหาเบื้องหน้า
ดังนั้น กกต.ควรพิสูจน์ความถูกต้องให้สิ้นความสงสัยอย่างตรงไปตรงมาของประชาชนจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด อย่างไรก็ตาม หาก กกต.ไม่ให้นับใหม่แล้ว ต้องอธิบายความสงสัยของประชาชนทุกข้อให้กระจ่างแจ้งทุกกรณีเช่นกัน
นายจตุพร กล่าวว่า หลายเรื่องที่เป็นปัญหากับการเลือกตั้งนั้น ประชาชนไม่สบายใจ ถ้า กกต.ทำหน้าที่ตรงไปตรงมาก็ไม่เป็นปัญหา แต่กลับปล่อยให้ประชาชนสะสมความไม่สบายใจกับสิ่งที่ผิดมาตั้งแต่เลือกตั้งล่วงหน้า จนกลายเป็นความไม่เชื่อมั่น กกต.
“สิ่งสำคัญการแก้ปัญหาต้องใช้ความจริงตามที่เกิดขึ้นกับหน่วยเลือกตั้งที่ถูกบันทึกไว้มาชี้แจง หรือนำใบบันทึกรายงานผลคะแนนแต่ละหน่วยมาเปิดเผยอย่างตรงไปตรงมา ว่ากันตามเนื้อผ้า ซึ่งจะเห็นร่องรอยการประท้วงมาตั้งแต่หน่วยเลือกตั้งแล้ว”
ส่วนการตั้งรัฐบาลนั้น ปชป.ประกาศไม่เอากล้าธรรม และหวังว่าจะรักษาจุดยืนนี้เอาไว้ โดยไม่มีข้อมูลใหม่มาเปลี่ยนแปลง อีกทั้ง ปชป.ประกาศไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคการเมืองสร้างความแตกแยก ซึ่งไม่รู้เป็นพรรคการเมืองใด
"เมื่อ ปชป.ไม่เอากล้ารรมแล้ว แสดงว่า ให้พรรคภูมิใจไทยเอาเพื่อไทยมาร่วม และไม่สนับสนุนทุนเทานั้น มีเทาตรงไหนกันบ้าง ก็เทากันถ้วนหน้า อย่างไรก็ตามขอให้รักษาจุดยืนทั้ง 3 ข้อนี้เอาไว้”
อีกทั้งย้ำว่า การปั่นข่าวไม่เอากล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาลนั้น เป็นเรื่องง่ายแต่เชื่อไม่ได้เลย เพราะภูมิใจไทยต้องยึดมั่นกับกล้าธรรมกันมาแล้วรวม 251 เสียง หากภูมิใจไทยเขี่ยกล้าธรรมแล้วท้ายสุดจะถูกโดดเดี่ยว
อย่างไรก็ตามผลการเลือกตั้งนี้ แสดงถึงความถดถอยของพรรคเพื่อไทย ถ้าภูมิใจไทยนำพรรคเพื่อไทยเข้าร่วมรัฐบาล การยกเลิก MOU 44 เรื่องแรกที่ภูมิใจไทยทำเท่ากับฉีกหน้าพรรคเพื่อไทยทันที ดังนั้น จึงเชื่อว่าพรรคภูมิใจไทยต้องจับมือกับพรรคกล้าธรรม
"ต่อให้กระแสเป็นอย่างไรก็ตาม ผมไม่เชื่อว่า พรรคเพื่อไทยจะจับมือตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยเพื่อเขี่ยพรรคกล้าธรรมออกไป ส่วนจะตั้งรัฐบาลสามพรรค (ภูมิใจไทย เพื่อไทยและกล้าธรรม) จำนวนเสียงก็ล้นเกินไปจะแบ่งกระทรวงกันอย่างไร ดังนั้น โอกาสจะเกิดงูเห่าจากบางพรรคมาตั้งรัฐบาลกับภูมิใจไทย แล้วรวมกับพรรคเล็กพรรคน้อยก็พออยู่กันได้และเห็นร่องรอยอยู่"
นายจตุพร กล่าวว่า การอยู่หรือไปของรัฐบาลอยู่ที่วิกฤตศรัทธา แม้มีเสียงกว่า 300 ก็ไม่ได้ค้ำยันได้ เช่น พรรคไทยรักไทยก็อยู่ไม่ได้ ดังนั้น การเมืองเอาแน่นอนไม่ได้และคงไม่สลับซับซ้อน จึงขอให้ดูกันนานๆ
#จตุพร #กกต #นับใหม่ทั้งประเทศ #เลือกตั้ง69 #เลือกตั้ง2569 #เลือกตั้งสส #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline







