ไม่ต้องรอสาย! “หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์” ประกาศก้องกลางพรรค ยันเงื่อนไขร่วมรัฐบาลยึดตามที่หาเสียงไว้ทุกประการ พร้อมเปิดหน้าชกงานนิติบัญญัติทันทีไม่ต้องรอตั้งรัฐบาลเสร็จ เมินกระแสข่าวกลัว ปชป. จับมือพรรคส้มทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ท้าแกนนำอันดับ 1 "ถ้าบริหารตรงไปตรงมา ก็ไม่มีอะไรต้องกลัว"
วันที่ 11 ก.พ2569 เวลา 12.22 น.ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการทำงานได้มีการพูดคุยและวางแผนยังไงบ้างว่า ในส่วนของงานนิติบัญญัติก็ได้มีการตั้งคนที่จะเข้ามาเร่งในเรื่องของการจัดทำกฎหมาย เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายหลัก ๆ ของพรรคที่ได้มีการหาเสียงไว้ เพื่อความพร้อมในการทำงานด้านนิติบัญญัติ นอกเหนือจากนั้นส่วนใหญ่ก็จะเป็นเรื่องของการปรับโครงสร้างหรือปรับปรุงการทำงาน การบริหารจัดการภายใน เพราะว่าคณะกรรมการชุดปัจจุบันแทบไม่ได้มีเวลาทำเรื่องนี้เลยในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เพราะพอเข้ามาปั๊บก็ต้องเจอกับเรื่องของการไปรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง
เมื่อถามว่าที่ประชุมมีการพูดถึงการจะร่วมรัฐบาลหรือไม่ ถ้ามีการทาบทามจากพรรคแกนนำอันดับ 1 นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีการติดต่ออะไรทั้งสิ้น สิ่งที่ยืนยันได้ก็คือพรรคก็ได้แสดงท่าทีที่ชัดเจนเกี่ยวกับเงื่อนไขของการร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาลไปในช่วงของการหาเสียง ก็ยึดถือตามนั้นทุกประการ ไม่ไม่ต้องรอสาย
เมื่อถามว่ากรณีการนับคะแนน ดูเหมือนว่า กกต. เองตีโจทย์ไม่แตก รวมทั้งกรณีของชลบุรี เขต 1 ยังต้องใช้เวลา 2 วันจะทันกับสถานการณ์หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า วันนี้ที่ประชุมก็อยากจะเรียกร้อง และก็เร่งรัด อย่ามองว่าเป็นเรื่องเล็ก เพราะว่าเราสังเกตเห็นได้ว่าจากเดิมซึ่งดูเหมือนจะเป็นเรื่องเฉพาะพื้นที่ ขณะนี้ก็มีอีกหลายพื้นที่ซึ่งประสบปัญหาคล้ายคลึงกัน และก็ทำให้ความเชื่อมั่นในกระบวนการทั้งหลายถูกบั่นทอนไปเยอะแล้ว ซึ่งความจริงวันนี้ก็ผ่านมา 2-3 วันแล้วน่าจะมีความพร้อมในการนำเสนอข้อมูลต่าง ๆ อย่างเช่นคะแนนในหน่วยเลือกตั้ง ซึ่งถ้าเป็นปี 66 ถ้าจำไม่ผิดระเบียบก็เขียนไว้ชัดว่าภายใน 5 วันก็ต้องมีการเปิดเผยออกมา ซึ่งครั้งนี้เข้าใจว่าไม่ได้ใช้ 5 วันแล้ว ระเบียบอาจจะเขียนว่าโดยเร็ว ซึ่งก็ไม่ควรจะเกิน 5 วัน ยิ่งเร็วเท่าไหร่ก็จะทำให้ประชาชนมาร่วมตรวจสอบได้ แล้วก็ถ้ามีความผิดปกติ กกต. ก็จะได้สามารถใช้อำนาจ ในการสั่งให้ดำเนินการใหม่ จะเป็นนับคะแนนหรืออะไรก็ตาม เพื่อให้การเลือกตั้งสุจริตเที่ยงธรรมตามวัตถุประสงค์ของการที่มี กกต. และก็มีรัฐธรรมนูญในระบอบประชาธิปไตย
เมื่อถามว่าวันนี้มันกลายเป็นกระแสขอนับใหม่กับทั่วประเทศ มองมันจะเกิดความวุ่นวายหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คือสิ่งที่เราเห็นขณะนี้ อาจจะยังไม่สามารถไปสรุปได้ว่ามันเป็นกระบวนการ หรือมันมีการทุจริตหรือไม่ แต่ที่ปฏิเสธไม่ได้คือว่าในยุคปัจจุบันกับสังคมข้อมูลข่าวสาร และความสามารถของคนในการเผยแพร่ข้อเท็จจริงจะเป็นภาพ คลิป หรืออะไรก็ตาม มีความผิดพลาดหรือผิดปกติในหลายกรณี เพราะฉะนั้ก็ไม่แปลกใจที่คนอาจจะตั้งคำถามขึ้นมา และยิ่งมันมีภาพที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ จะทำให้คนสงสัย ทำให้กระแสการเรียกร้องดังขึ้นว่าจำเป็นจะต้องมานับคะแนนกันใหม่ทั้งหมดหรือไม่ ตนถึงได้เรียนว่าดีที่สุดขณะนี้ก็คือ กกต. เร่งสร้างความโปร่งใส ข้อมูลที่มีอยู่ในมือ ซึ่งตนก็เชื่อมั่นว่าไม่ได้ต้องไปทำอะไรเพิ่มเติมแล้วนอกจากการเผยแพร่ออกมา อย่างเช่นที่มีการตั้งข้อสังเกตกันว่าทำไมคะแนนหรือบัตรเลือกตั้ง 2 ระบบไม่เท่ากันในแต่ละพื้นที่ ซึ่งจำนวนมากพอสมควร กกต. ก็ต้องมีตัวเลขที่บันทึกเอาไว้เรียบร้อยว่าในเขตเลือกตั้งนั้นหรือหน่วยเลือกตั้งนั้น มีคนมารับบัตรไปกี่คน แล้วก็มีคะแนนเท่าไหร่ ตรงเนี้ยเปิดเผยได้เลย จะเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้คนมีความมั่นใจมากขึ้นว่าอย่างน้อยมีความโปร่งใส ส่วนเมื่อเปิดเผยข้อมูลแล้วมีความผิดปกติ มีความผิดพลาดก็จะได้ตรวจสอบกันได้ แต่ว่าถ้าหากว่าไม่เร่งดำเนินการเรื่องนี้ เกรงว่ามันจะลุกลามไปแล้วก็ไม่ส่งผลดีต่อระบบการเมืองทั้งหมด
เมื่อถามว่าท่าที และเงื่อนไขในการร่วมรัฐบาลไม่ต้องรอสาย หมายความว่าปิดโอกาสที่จะใด ๆ แล้วหรือเปล่า นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ได้ ก็ตามเงื่อนไข อย่างที่บอกว่าเราไม่ร่วมกับพรรคไหน แล้วก็ถ้าจะไปร่วมก็ต้องมีเรื่องของนโยบาย เรื่องของการที่ไม่มีเงื่อนไขอื่นที่เราได้พูดไปแล้วเท่านั้นเอง
เมื่อถามว่ามีหลายฝ่ายกลัวการทำหน้าที่ฝ่ายค้านของประชาธิปัตย์กับพรรคส้มรวมกัน โดยเฉพาะพรรคแกนนำอันดับ 1 หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ก็ถ้าบริหารด้วยความโปร่งใส ไม่มีอะไรต้องกลัว
เมื่อถามว่ามีการคาดการณ์ไหมการจัดตั้งรัฐบาลหน้าจะเกิดขึ้นภายในกี่สัปดาห์ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เบื้องต้น ฟังจากทางนายกฯซึ่งถือว่าเป็นหัวหน้าพรรคที่มีเสียงมากที่สุด พูดทำนองว่าอยากให้กระบวนการของการรับรองผลของการเลือกตั้งมันชัดเจนก่อน ตนก็ฟังจากที่ท่านพูดผ่านสื่อ ฉะนั้นเบื้องต้นเรื่องสำคัญก็คือกระบวนการของ กกต. ซึ่งมีเวลา 60 วันตามกฎหมาย แล้วก็ยิ่งมีคำถามหรือข้อสงสัยอยู่ก็ต้องใช้เวลาในช่วง 60 วันนี้หรือสั้นกว่านั้น คือเราก็อยากให้เร็ว แต่ขณะเดียวกันก็ต้องชัดเจนด้วย เพราะว่า กกต. ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์มาตั้งแต่การเลือกตั้งครั้งที่แล้วว่าในที่สุดก็เหมือนกับเอาผิดคนได้น้อยมาก ทั้ง ๆ ที่มีการพูดจากันหนาหูกับทุกพื้นที่ว่ามีการกระทำที่ผิดกฎหมายเลือกตั้ง แต่ครั้งนี้หนักกว่าเรื่องการกล่าวหาการซื้อเสียงก็คือกระบวนการของ กกต. เอง ซึ่งส่งผลรุนแรงกว่าเพราะว่าทำให้คนตั้งคำถามเรื่องระบบได้ ดังนั้นอยากให้เร่งสร้างความชัดเจนในเรื่องนี้ออกมา
เมื่อถามว่ามีคนเปรียบเทียบว่ามันจะซ้ำรอยกับการเลือกตั้งปี 2500 นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก็ต้องบอกว่าเมื่อใดก็ตาม ถ้ากระบวนการถูกตั้งคำถาม และไม่เป็นที่ยอมรับ มันจะเกิดความวุ่นวายแน่นอน ดังนั้นถ้า กกต. มั่นใจในกระบวนการต่าง ๆ ที่ดำเนินการมาต้องเร่งเอาข้อมูลออกมาให้คนเห็น แต่ถ้ายิ่งช้าไป ตนเกรงว่าจะยิ่งทำให้เกิดความไม่เชื่อมั่นแล้วก็มันจะลุกลามไปได้
เมื่อถามว่าจะเกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์นี้ก็คือลักษณะอะไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เมื่อใดก็ตามที่กลายเป็นว่ากระบวนการเลือกตั้งไม่เป็นที่ยอมรับ เราก็ดูจากประสบการณ์ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ เราก็เห็นอยู่แล้วว่ามันเป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อนสูง เพราะฉะนั้นไม่อยากให้ กกต. อยู่ในกรอบความคิดว่าก็ทำหน้าที่ไปตามปกติ มาถึงขณะนี้แล้วเริ่มลุกลามแล้ว เราก็เห็นแล้วว่าจากพื้นที่เดียวกลายเป็นเหมือนกับมีการชักชวนรณรงค์แล้วว่าเป็นเรื่องที่อาจจะต้องดำเนินการระดับประเทศ กกต. ก็ยิ่งต้องเร่งในการตอบคำถามเหล่านี้ให้ได้
เมื่อถามว่าผลการเลือกตั้งครั้งนี้ดูเหมือนสังคมมีการความเห็นแตกแยกออกเป็น 2 ฝ่ายอย่างชัดเจน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราเลือกตั้งก็เพราะว่ามีความเห็นที่แตกต่าง ตนไม่ได้มองว่าผลการเลือกตั้งเป็นความขัดแย้ง บอกได้แต่เพียงว่าประชาชนในแต่ละพื้นที่อาจจะมีความคิดแตกต่างกันไปว่าต้องการใครมาบริหาร หรือต้องการที่จะไปในทิศทางใด แต่ว่าถ้ากระบวนการเลือกตั้งสามารถสร้างความมั่นใจว่าถูกต้องชอบธรรม ตนคิดว่าทุกฝ่ายก็เดินหน้ารับได้อยู่แล้ว ทุกพรรคการเมืองก็เดินหน้าได้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นความสันติสุขก็ต้องเริ่มจากความโปร่งใส ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการเลือกตั้ง และก็ต่อไปคือกระบวนการบริหารราชการแผ่นดิน ถ้าทุกอย่างตรงไปตรงมา โปร่งใส เราจะเห็นด้วยเห็นต่างกันก็จะไม่เป็นปัญหา








