การเมืองทั่วไป

กกต. แจงเกณฑ์สั่งนับคะแนนใหม่ ต้องเป็นมติบอร์ดใหญ่-มีหลักฐานชัดรายกรณี

แชร์ข่าว

10 กุมภาพันธ์ 2569 กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศูนย์การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และการออกเสียงประชามติ ชั้น 2 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร และนายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต. ร่วมแถลงความคืบหน้าการจัดการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

โดยประเด็นสำคัญอยู่ที่กรณีการร้องขอให้นับคะแนนใหม่ในเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดชลบุรี ซึ่ง กกต. ชี้แจงว่าเหตุการณ์ที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์เป็นขั้นตอนการ "ยุบรวมหีบบัตร" เพื่อนำไปเก็บรักษาไว้ในที่ปลอดภัยเป็นเวลา 2 ปีตามกฎหมาย ส่วนกรณีหีบบัตรไม่ได้คล้องสายรัดหรือมีเพียงเทปกาวปิดซ้ำนั้น เป็นเพราะอยู่ในระหว่างกระบวนการรวบรวม ซึ่งเจ้าหน้าที่มีการซีลอย่างแน่นหนาป้องกันการเปิดหีบ

สำหรับประเด็นเศษวัสดุหรือสายรัดที่ถูกทิ้ง เป็นเพียงอุปกรณ์ที่เหลือจากการเปิดหีบเพื่อนำบัตรมารวมกัน และกรณีคะแนนคลาดเคลื่อนนั้นตรวจสอบพบว่าเกิดจากการกรอกตัวเลขผิดพลาดไป 1 หน่วยเลือกตั้ง ซึ่งได้แก้ไขให้ถูกต้องตามแบบ สส. 5/18 ที่ปิดประกาศหน้าหน่วยแล้ว ยืนยันว่าไม่มีใครสามารถเปลี่ยนแปลงผลคะแนนดั้งเดิมได้

ทั้งนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้งมีมติให้ชุดสืบสวนจากส่วนกลางลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงในจังหวัดชลบุรีให้แล้วเสร็จภายใน 2 วัน พร้อมให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดชลบุรีรายงานผลคะแนนภาพรวมทั้งหมด เพื่อประกอบการพิจารณาว่าจะงดประกาศผล หรือสั่งนับคะแนนใหม่ หรือสั่งออกเสียงลงคะแนนใหม่ตามเงื่อนไขกฎหมายหรือไม่

ส่วนสถานการณ์ที่จังหวัดปทุมธานีที่มีการเปิดนับคะแนนใหม่ไปก่อนหน้านี้นั้น กกต. ระบุว่าการนับคะแนนใหม่เป็นอำนาจของคณะกรรมการ กกต. ชุดใหญ่เท่านั้น การดำเนินการที่ปทุมธานีอาจเป็นการข้ามขั้นตอนซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบและประมวลเรื่องเสนอต่อที่ประชุม กกต. พิจารณา โดยปัจจุบันมียอดเรื่องร้องเรียนสะสมรวมทั้งหมด 113 เรื่อง และในกรณีความผิดปกติที่จังหวัดพะเยาที่มีเจ้าหน้าที่ฉีกบัตรเลือกตั้ง 14 ใบนั้น ได้มีการควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีแล้ว โดยยืนยันว่าบัตรดังกล่าวยังไม่ได้ถูกหย่อนลงในหีบแต่อย่างใด

สำหรับการสร้างความเชื่อมั่นต่อผลคะแนน กกต. ย้ำว่ารายงานผลอย่างไม่เป็นทางการที่ล่าช้าในบางพื้นที่ เช่น กรุงเทพมหานคร เกิดจากการตรวจสอบความถูกต้องของอนุกรรมการก่อนปล่อยข้อมูลเข้าระบบ แต่คะแนนที่แท้จริงจะยึดตามแบบ สส. 5/18 ที่ปิดประกาศหน้าหน่วยเลือกตั้งเป็นสำคัญ ซึ่งประชาชนสามารถตรวจสอบเทียบกับประกาศผลอย่างเป็นทางการหรือแบบ สส. 6/1 ได้ในภายหลัง นอกจากนี้ กกต. ยังมีนโยบายให้นำแบบ สส. 5/18 ของทุกหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศขึ้นระบบเว็บไซต์โดยเร็วที่สุดเพื่อให้สาธารณชนตรวจสอบความโปร่งใส

ส่วนกรณีการรวมตัวประท้วงหรือเรียกร้องผ่านโซเชียลมีเดียให้นับคะแนนใหม่ทั่วประเทศนั้น กกต. ยืนยันว่าต้องดำเนินการตามกรอบกฎหมายและพิจารณาจากหลักฐานข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี ไม่สามารถสั่งการตามกระแสได้ พร้อมขอความร่วมมือประชาชนให้รับฟังข้อมูลจากทางสำนักงาน กกต. และเชื่อมั่นในกระบวนการตรวจสอบที่มีการคุ้มครองเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้วยความสุจริตตามระเบียบอย่างเคร่งครัด