วันที่ 8 ก.พ.69 ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร พร้อมด้วย ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. แถลงข่าวว่า ครึ่งวันนี้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างคึกคัก แต่อาจมีสถานการณ์บางอย่างที่อาจจะทำให้ประชาชนเกิดความไม่สะดวก การเลือกตั้งครั้งนี้มีหน่วยเลือกตั้งเกือบแสนหน่วย หากประชาชนพบข้อผิดพลาดสามารถแจ้งมาที่ กกต.ได้ ขณะนี้พบว่ามีผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีอาการเมาสุรา เมื่อมาใช้สิทธิแล้วมีการฉีกบัตรเลือกตั้งในบางจังหวัด สำนักงาน กกต. ได้มอบให้กรรมการประจำหน่วยไปแจ้งความ ขณะบางพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร มีการปิดป้ายอย่างไม่ถูกต้อง เมื่อเรารับทราบก็ได้แจ้งไปยังกรุงเทพมหานครของแต่ละหน่วยดำเนินการปรับปรุงแก้ไขให้เรียบร้อย ตนขอฝากว่าถ้าพบว่าหน่วยไหนดำเนินการไม่ถูกต้อง หรือสงสัยในประเด็นไหน สามารถทักท้วงต่อ กปน.
กรณีที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ มีการแจ้งว่าหน่วยออกเสียงประชามตินอกเขตบัญชีรายชื่อของบางหน่วยหายไป สำนักงานได้มีการประสานทราบว่าทางจังหวัดได้มีการแยกบัญชีเป็นรายจังหวัด ซึ่งผู้มาใช้สิทธิอาจไม่ทราบและอาจมองไม่ครบถ้วน แต่จริงๆ ติดครบไว้ทุกจังหวัด
ส่วน จ.น่าน ที่มีรายงานว่า กปน. ฉีกบัตรผิดพลาด 69 ใบนั้น ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า ได้รับรายงานว่าอาจจะฉีกบัตรโดยไม่ได้ดูด้านหน้าของบัตร แต่ไปฉีกทางด้านหลัง เรียนว่าไม่เฉพาะประชาชนฉีกบัตรแล้วถูกดำเนินคดี แต่ กปน. หากทำให้บัตรเลือกตั้งเกิดความเสียหายก็ต้องถูกดำเนินคดีด้วย เบื้องต้นสำนักงาน กกต. ได้แจ้งความดำเนินคดีแล้ว ส่วนการดำเนินการเลือกตั้งในหน่วยดังกล่าวจะเดินหน้าไปต่อได้หรือไม่นั้น ขอไปตรวจสอบก่อน อย่างไรก็ตาม ยังสามารถจัดการเลือกตั้งต่อไปได้
ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า ในส่วนของ จ.ชลบุรี เขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วยที่ 3 มีการแจ้งว่าเจ้าหน้าที่ไม่ให้ผู้มาใช้สิทธิเซ็นชื่อในใบรายชื่อของผู้มาใช้สิทธิ แต่ให้เซ็นรับบัตรเพียงอย่างเดียว ตรวจสอบแล้วไม่มีกรณีเช่นนี้เกิดขึ้น หากเกิดขึ้นจะแจ้งให้กับ กปน. ดำเนินการให้ถูกต้อง
กรณีหน่วยเลือกตั้งที่ 20 แขวงบางพรหม เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ ไม่ได้ติดรายชื่อผู้สมัคร แต่ไปติดป้ายไวนิลที่หลังหน่วย ยืนยันว่าบริเวณหน้าหน่วยมีการติดบัญชีรายชื่อผู้สมัครครบถ้วน ส่วนป้ายไวนิลเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ซึ่งได้มีการประสานให้ติดให้ถูกต้องแล้ว
สำหรับกรณีที่มีการระบุว่าที่ จ.ปัตตานี กปน. ประชาสัมพันธ์ให้กับผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งไม่ต้องใช้สิทธิประชามติก็ได้หากแถวรอคิวยาว ขอไปตรวจสอบก่อน แต่ในกรณีแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้น ส่วนกรณีที่ติดป้ายไวนิลพิมพ์ชื่อพรรคการเมืองผิดพลาด จากพรรคประชาชนเป็นพรรคภูมิใจไทย ขอนำข้อมูลไปตรวจสอบก่อนเช่นกัน
ว่าที่ ร.ต.ภาสกร ยังกล่าวถึงข้อผิดพลาดต่างๆ ที่เกิดขึ้นว่า กรรมการประจำหน่วยเป็นผู้ที่อาสามาทำงาน โดยครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มีการเลือกตั้งควบคู่กับการทำประชามติ อาจมีข้อบกพร่องหรือผิดพลาดบ้างต้องขออภัย โดยหากผู้มีสิทธิเลือกตั้งพบเห็นสามารถทำการทักท้วง รวมถึงให้มีการทำบันทึกประจำหน่วยและแจ้งมาที่ กกต.ได้ เราพร้อมที่จะประสานไปในพื้นที่เพื่อดำเนินการแก้ไข
สำหรับผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งที่ใช้สิทธิแล้ว มีการถ่ายภาพบัตรที่ตนเองลงคะแนนและนำมาโพสต์ในโซเชียลมีเดียว่าตนได้ลงคะแนนให้กับผู้ใดนั้น ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า ตามจริงเป็นความผิดตามกฎหมายอยู่แล้ว ผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้ใดใช้อุปกรณ์ถ่ายภาพที่ลงคะแนนแล้ว และนำไปแสดงต่อผู้ใดมีความผิดต่อกฎหมายอยู่แล้ว ถ้าพบเห็นจะต้องดำเนินคดีต่อบุคคลเหล่านี้แน่นอน ด้าน ร.ต.อ.ชนินทร์ กล่าวว่า ก็ดีโพสต์ภาพบัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนแล้ว ทุกรายที่ปรากฏเราจะตามไปดำเนินคดี
เมื่อถามว่ากรณีที่นักการเมืองเมื่อใช้สิทธิเลือกตั้งแล้วสามารถออกมาให้สัมภาษณ์บริเวณใกล้หน่วยเลือกตั้งได้หรือไม่ ร.ต.อ.ชนินทร์ กล่าวว่า ขอดูคำพูดอย่างละเอียดก่อน
ร.ต.อ.ชนินทร์ ยังกล่าวถึงการป้องปรามและการจับกุมการซื้อเสียงว่า กกต. สามารถจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มเติมที่ จ.นครศรีธรรมราช 1 คน พร้อมเงินสด 2,000 บาท และ จ.ราชบุรี จับกลุ่มผู้ต้องหาได้ 3 คน พร้อมเงินสด 83,000 บาท
ส่วนที่ จ.สุราษฎร์ธานี จับกุมผู้ต้องหาได้เพิ่มเติมอีก 1 คน รวมเป็น 6 คน พร้อมโพยรายชื่อและเงินสด 100,000 บาท ซึ่งอยู่ในการสอบสวนขยายผล และยังมีอีกหลายจุดที่เราเฝ้ามอง คาดว่าจะได้มีการจับกุมเพิ่มเติม รวมถึงที่ จ.พิษณุโลก ซึ่งมีการติดตามอย่างใกล้ชิด คาดว่าเร็วๆ นี้จะได้ข้อมูล
นอกจากนี้สำนักงาน กกต. ยังออกเอกสารชี้แจงกรณีพบความผิดปกติในการติดเอกสาร แสดงรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขต (รายบุคคล) บริเวณหน่วยเลือกตั้งที่ 31 เขตตลิ่งชัน โดยระบุว่าไม่ได้ติดประกาศรายชื่อผู้สมัครบนกระดานแสดงข้อมูลตามขั้นตอนที่กำหนด แต่ใช้วิธีติดแผ่นไวนิลไว้ด้านหลังคูหาเลือกตั้ง อีกทั้งในแผ่นไวนิลดังกล่าวยังปรากฏข้อมูล “เขตเลือกตั้งไม่ถูกต้อง” และ “หมายเลขผู้สมัครสลับกัน” นั้น
สำนักงาน กกต. ชี้แจงว่า เมื่อได้รับทราบข้อมูลดังกล่าวแล้ว ได้เร่งประสานคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง เพื่อดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ไขให้เป็นไปตามระเบียบและวิธีปฏิบัติที่ถูกต้อง ขณะนี้ได้ดำเนินการแก้ไขการติดประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งให้ถูกต้องครบถ้วน ตามขั้นตอนที่กำหนดเรียบร้อยแล้ว เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
สำนักงาน กกต. ขอขอบคุณประชาชนที่ช่วยแจ้งเบาะแส และขอยืนยันว่าจะกำกับดูแลการปฏิบัติงานประจำหน่วยเลือกตั้งอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สุจริต เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย








