เมื่อวันที่ 6 ก.พ.69 ที่อาคารกีฬาเวสน์ 1 ศูนย์กีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง พรรคประชาชน (ปชน.) จัดเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้าย โดยชูแคมเปญ “เปลี่ยน” ขนขุนพลขึ้นเวทีคับคั่ง โดยจะปิดท้ายด้วย 3 แคนดิเดตนายกฯของพรรค ได้แก่ นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรค น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค และปิดท้ายด้วยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ท่ามกลางแฟนคลับด้อมส้มจำนวนมากเข้ามาจับจองที่นั่งฟังปราศรัยตั้งแต่ช่วง 14.00 น.เป็นต้นมา
โดยเมื่อ 20.05 น. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯของพรรค ปชน. กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า 8 ก.พ.นี้ใช้ปากกาตัดสินใจกาเพื่อยืนยันความเชื่อเดิม ๆ ในอดีต ไม่ว่าเคยนิยามตัวเองว่าต่อสู้ ไม่ว่าสีไหนในอดีต บอกว่าฉันรักชาติมากที่สุด หรือว่าแม้แต่ท่านจะเลือกกากบาทลงไปสีเสื้อที่ท่านเคยนิยามตัวเองว่าต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ความเชื่อที่ทุกท่านเลือกกาในอดีต ไม่ใช่สิ่งผิด ยืนยันความรักชาติ และความเป็นประชาธิปไตย เดินหน้าไปข้างหน้าพร้อมกันได้ แต่เมื่อกี้นายชัยธวัช ตุลาธน อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้เตือนสติพวกเราแล้ว ขอเสียงคนเห็นช้างตัวเดียวกันหน่อย
ช้างตัวนั้นคือบรรดาชนชั้นนำที่ยึดกุม ถือครองอำนาจทางการเมืองในประเทศนี้อยู่ ดังนั้นเชิญชวนประชาชนคนไทยทั่วประเทศ 8 ก.พ.นี้ ใช้ปากกาของท่าน กาเพื่อเปลี่ยน เปลี่ยนออกจากการเมืองที่ผูกขาดอยู่กับชนชั้นนำ เป็นการเมืองของประชาชน ดีหรือไม่
การเมืองประชาชนเรียบง่ายมาก คือทำให้เสียง ปชช.มีความหมายจริง
การเมืองของประชาชนมันเรียบง่ายมาก เมื่อกี้นายธนาธร เล่าการเดินทาง 8 ปีให้เราฟังแล้ว การเมืองของประชาชนเรียบง่ายมาก หมายถึงแค่ว่า การเมืองที่เสียงของประชาชนมีความหมายอย่างแท้จริง การเมืองที่ผ่านมา ทำไมเสียงของพวกเราไม่เคยมีความหมายเลย เพราะนักการเมืองเขามองเสียงของประชาชนเป็นแค่เสียงในคูหา เปลี่ยนเสียงในคูหาเป็นจำนวน สส. แล้วเอาจำนวน สส.ต่อรองแลกเก้าอี้รัฐมนตรี เพื่อหาเงินไปใช้ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป แต่การเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นหน้าใหม่ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ที่พวกเราจะสร้างการเปลี่ยนแปลงไปด้วยกัน
ตนเป็นหนึ่งคนที่ได้รับเกียรติ ได้ร่วมเดินทางมากับพี่น้องทุกคนในฮอล์แห่งนี้ตั้งแต่สมัยอนาคตใหม่ รู้สึกเป็นเกียรติ ขอบคุณ และภาคภูมิใจไทย ที่เราร่วมเดินทางมาถึงวันนี้ การเมืองของประชาชนเป็นจริงมากขึ้นทุกวัน เมื่อสักครูนายธนาธร มีการพูดถึงกฎหมายที่เราผลักดันได้ร่วมกัน แม้เราจะเป็นพรรคฝ่ายค้าน การเลือกตั้งครั้งนี้ เราได้ผลักดันประเด็นก้าวหน้า ทั้งประกันสังคมโปร่งใส ผลักดันเสรีพลังงาน นี่ใช่หรือไม่อนาคตใหม่ที่พวกเราอยากได้
นอกจากประชาชนช่วยกันสถาปนาการเมืองของประชาชนให้เป็นจริงมากขึ้นทุกวัน อีกด้านหนึ่ง ทุกท่านช่วยกันทลายการเมืองที่ผูกขาดให้มันผุพังลงทุกวันเช่นเดียวกัน ที่ผ่านมา เรามีคนธรรมดามาทำงานการเมือง คนธรรมดาหลายคนที่ไม่ได้มีนามสกุลใหญ่โต ห่างไกลจากคำนิยามว่าเป็นนักการเมืองมุ้งใหญ่ ห่างไกลจากคำว่าคนที่เป็นเจ้าของเงินทุน มาซื้อ มายึดครองพรรคการเมืองได้
อยากบอกว่าการเดินทางของพวกเราที่ผ่านมา ตลอด 8 ปีนี้ เป็นการเดินทางที่สวยงาม ที่บอกว่าสวยงาม เพราะการเดินทางของพวกเราแต่ละคนล้วนมีความหมาย ที่วันนี้หล่อหลอมให้ทุกคนรวมกันในวันนี้ ที่ผ่านมาการเดินทางของพวกเราไม่ง่าย มีอุปสรรคขวากหนามหลายคนโดนเล่นงาน หลายคนโดนข่าวปลอมโจมตี หลายคนโดนดำเนินคดีฟ้องร้องปิดปาก ไม่ว่าพวกเรามีบาดแผลสักเท่าไหร่ เกิดเป็นส้มมันต้องอดทน ความอดทน ความมั่นคงในหลักการ ความเชื่อในการเมืองของประชาชน นี่แหละทำให้พวกเรารัก และศรัทธากันและกันมาถึงทุกวันนี้
ก่อนไปถึงสถานีปลายทางที่เราเรียกว่าสถานีประชาชนนั้น เรายังต้องเดินทางผ่านอีกหลายสถานี ยกตัวอย่าง การจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ การจัดการทุจริต การทลายทุนผูกขาด การพัฒนาหัวเมืองรอง การแก้ปัญหารัฐพันลึก เอาทหารออกจากการเมือง เอาตั๋วออกจากตำรวจ ทุกสถานีที่ตนบอกเมื่อสักครู่นี้ ไม่ง่าย แต่เชื่อว่าพวกเราทำได้ ทำได้ด้วยเสียงของประชาชนทุกคน
กาให้ถึง 20 ล้านเสียง ให้พวกเขาปฏิเสธอำนาจ ปชช.ไม่ได้
ก่อนที่เราจะมีโอกาสมุ่งหน้าสู่สถานีถัดไป สถานีแรกที่เรามีนัดหมายกันคือ 8 ก.พ.ใช่หรือไม่ สถานีต่อไปที่พวกเราต้องช่วยกันเปลี่ยน กาเพื่อเปลี่ยน จาก 14 ล้านเสียง เป็น 20 ล้านเสียง กาให้ถล่มทลาย กาให้ถึง 20 ล้านเสียง ให้พวกเขาปฏิเสธอำนาจของประชาชนไม่ได้อีก
การที่เราเดินหน้าสู่ 20 ล้านเสียง พวกเราต้องสื่อสารถึงคนทุกกลุ่มในประเทศนี้ ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นคนรุ่นพ่อ รุ่นแม่ รุ่นปู่ รุ่นย่า รุ่นตา รุ่นยาย หรือคนในวัยเกษียณ อยากให้พวกท่านเหล่านี้กาเพื่อจุดไฟในตัวลูกหลานพวกเขาอีกหนึ่งครั้ง จุดไฟแห่งความหวังของพวกเขา ให้กลับมาลุกโชนอีกหนึ่งครั้ง เหมือนที่ไฟของพวกเขาเคยลุกโชนด้วยความหวัง เมื่อไทยเคยอยู่ในสถานะเสือตัวที่ 5 ของเอเชีย อยากฝากคนวัยทำงาน หรือรุ่นเดียวกับตน ให้กาเพื่อลูกหลาน ให้สังคมไทยดีกว่านี้ ให้ทุกคนเกิดและเติบโตมาในประเทศนี้ มีโอกาสประสบความสำเร็จเท่า ๆ กัน ไม่ต้องจ่ายส่วย สินบน เงินใต้โต๊ะ หรือไม่ต้องเกิดในครอบครัวที่รวยกว่า ถึงประสบความสำเร็จในชีวิตได้
อยากขอคะแนนเสียงจากวัยรุ่น เยาวชนทุกคน หลายคนมีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรกในชีวิต อยากขอแรงสนับสนุน จากคนที่เป็นเยาวชนทุกคน กาเพื่ออนาคตของตัวท่านเอง ช่วยกันบอกต่อไปยังคุณพ่อ คุณแม่ ปู่ย่าตายายของพวกเรา ให้ช่วยกันสร้างความเปลี่ยนแปลง
มีแค่ 2 ตัวเลือก กา 1 ใบได้แบบเดิม หรือกาส้ม 2 ใบเพื่อเปลี่ยน
การเลือกตั้งครั้งนี้หมดเวลาแล้วสำหรับการเมืองแบบอดีต แบ่งการเมืองเป็นกลุ่มก้อน ถึงเวลารวมพลังประชาชนให้เป็นหนึ่ง สถาปนาการเมืองประชาชนขึ้นมาใหม่ มีตัวเลือก 2 แบบ ในการเลือกตั้ง 8 ก.พ. แบบแรก ถ้าภารกิจเราไม่สำเร็จ ประชาชนบางกลุ่มบางก้อน ยังรู้สึกลังเล หวาดระแวงในการเมืองแบบที่พวกเราอยากทำ เขาตัดสินใจกาพวกเราให้แค่ครึ่งใจ นั่นคือลงคะแนนบัญชีรายชื่อให้ ปชน. แล้วบัตรแบ่งเขตเลือกแบบเดิม ๆ ถ้าเป็นแบบนี้ บอกได้เลย ว่าหลังวันที่ 8 ก.พ. เราก็คงได้หน้าตารัฐบาลแบบเดิม ๆ ไม่ต่างกับ 2 ปี 8 เดือนที่ผ่านมา แบบนี้เอาหรือไม่ กับตัวเลือกอีกแบบ เทคะแนนเสียงให้กับพวกเราหมดใจ ให้เรามี สส.เกินครึ่งสภาฯ ให้พวกเขาปฏิเสธการตั้งรัฐบาลประชาชนไม่ได้อีกใช่หรือไม่
ไม่เขินถูกเรียกนายกฯ ถ้า 8 ก.พ.ได้เป็น
นายณัฐพงษ์ กล่าวด้วยว่า ในทุกเวทีปราศรัย ต้องบอกตามตรง เคอะเขินเวลาเรียกนายกฯ ไม่ใช่ว่าไม่พร้อมนะ พร้อมเป็นนายกฯ เพียงแต่ว่าความเชื่อมั่น เครดิตที่ทุกคนมอบให้ในวันนี้ สร้างมาด้วยตัวคนเดียวไม่ได้ อยากขอเสียงปรบมือให้ทุกคนนิดหนึ่ง ขอปรบมือให้อดีตตัวแทนของพวกเรา พร้อมกรรมการบริหารพรรคก่อนหน้านี้ทุก ๆ คน สัญญาว่าจะไม่เขิน ถ้า 8 ก.พ.ได้เป็นนายกฯ จะไม่เขินอีกเลย
วันนี้ไม่ใช่แค่ตนมีความพร้อม พรรค ปชน.เรามีความพร้อมอย่างยิ่งในการตั้งรัฐบาลประชาชน ไม่ว่าจะเป็นความพร้อมในเรื่องจุดยืนและหลักการ ความพร้อมในส่วนผู้สมัคร และทีมบริหาร รวมถึงความพร้อมในส่วนนโยบาย ที่เปรียบเสมือนเป็นพิมพ์เขียวของไทย ความพร้อมเรื่องจุดยืนและหลักการ เราจะไม่เอารัฐมนตรีทุจริต เราจะไม่เอาการเมืองแบบเดิม ๆ ที่ไปแบ่งโควตา แบ่งงบประมาณกันกิน เราจะไม่เอาวิธีการบริหารราชการแผ่นดิน ที่ต่างคนต่างทำ แต่เราจะเอาภารกิจนำ แก้ไขปัญหาให้กับประชาชน
ให้คำมั่น 1 สมัย 4 ปี ปราบโกง-ทุนเทา เอาเงินแสนล.กลับมาทำสวัสดิการ
หัวหน้าพรรค ปชน. กล่าวด้วยว่า ผู้สมัคร สส.ของเราก็มีความพร้อม ทั้ง 498 คน พร้อมกับทีมบริหารพรรค ความพร้อมด้านนโยบายที่เปรียบเสมือนพิมพ์เขียวของประเทศ 200 กว่านโยบาย ภายใน 1 ปีแรก ต้องเห็นผลลัพธ์ เราจะเริ่มทำตั้งแต่ 3 เดือนแรก ที่ส่งมอบนโยบายต่าง ๆ และภายใน 4 ปี ภายใน 1 สมัยขอให้คำมั่นสัญญา ว่าเราจะมุ่งปราบปรามทุจริตคอร์รัปชัน กู้คืนเงินของพี่น้องประชาชนกว่าแสนล้านบาท มาทำสวัสดิการที่ก้าวหน้า คืนคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับทุกคน นอกจากกาส้มทั้ง 2 ใบ อย่าลืมเรายังเหลือบัตรอีก 1 ใบ กาเห็นชอบในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อป้องกันไม่ให้ศาลรัฐธรรมนูญ กกต. องค์กรอิสระ ปล้นอำนาจของประชาชนไปอีก
“8 ก.พ.ย้ำอีกครั้ง อำนาจในปลายปากกาของทุกคน เป็นตัวกำหนดว่าคุณจะอยู่ในไทยที่มีอนาคตแบบไหน อนาคตที่การเมืองถูกผูกขาด เศรษฐกิจถูกผูกขาด และโอกาสลูกหลานของพวกเราถูกผูกขาด หรือการเมืองที่เป็นของประชาชน เศรษฐกิจ เพื่อคนตัวเล็กตัวน้อย โอกาสเท่าเทียมกันของทุกคน อนาคตที่ดีต่าง ๆ เหล่านี้ ไม่ใช่แค่ตนกำหนด อยู่ที่ตัวพวกคุณทุกคนกำหนด อยากให้วันที่ 8 ก.พ. ทุกคนกาพรรค ปชน. 2 ใบ กาเห็นชอบกับการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ เพื่อเปลี่ยนอนาคตในวันที่ 9 ก.พ. 2569 ให้เป็นอนาคตใหม่ที่ดีของลูกหลาน สร้างประเทศไทยที่ก้าวหน้า ก้าวไกล กว่าเดิม” นายณัฐพงษ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจบการปราศรัย หัวหน้าพรรค ปชน. พร้อมด้วยกรรมการบริหารพรรคทั้งปัจจุบัน และในอดีต ตัวแทนประชาชนทุกรุ่น ไม่ว่าจะเป็นพรรคอนาคตใหม่ ก้าวไกล ปชน. ร่วมกันสาบาน ก่อนเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้ง ขอให้พี่น้องประชาชนไว้วางใจให้พวกเราเข้าสู่ชัยชนะจัดตั้งรัฐบาล พวกเราทุกคนสาบานต่อหน้าประชาชน สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในไทย สาบานว่าจะซื่อสัตย์ ไม่เป็นตัวแทนของใคร ไม่เป็นรัฐบาลของคน 1% จะเป็นรัฐบาลของคน 99% จะเป็นรัฐบาลที่รับใช้ประชาชนทุกคน นี่คือที่มาของคำว่า รัฐบาลประชาชน นี่คือแสงสว่างจะนำพาประเทศไทยไปข้างหน้า นำพารัฐบาลประชาชนเข้าสู่ทำเนียบรัฐบาล








