การเมืองทั่วไป

“บิ๊กดุลย์” เผยยังไม่พบความผิดปกติการเตรียมรบกัมพูชา ยันกองทัพมีกฎการปะทะชัดเจน

แชร์ข่าว

วันที่ 5 ก.พ.69 เมื่อเวลา 10.15 น. ที่ปราสาทตาควาย อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมช.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีประชาชนมีความกังวลว่าการปะทะกันระหว่างชายแดนไทยกัมพูชาจะมีรอบที่ 3 พล.ท.อดุลย์ กล่าวว่า อีก 2 วันเราจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ. 2569 แต่การจะรบหรือไม่รบกันนั้น เรามีรัฐบาลเรามีกองทัพ และมีหน่วยข่าวในพื้นที่ รวมถึงมีเครื่องมือเพียงพออยากรู้อะไรต้องรู้ได้ แต่หน่วยการข่าวพบว่ายังไม่มีอะไรที่ผิดปกติ ในส่วนการเตรียมกำลังของกัมพูชาในการซักซ้อมหรือฝึกมันเป็นเรื่องปกติของทหาร เราก็ฝึกเขาก็ฝึก ฝึกคนฝึกในเรื่องของยุทธโธปกรณ์ ตนเชื่อว่าสิ่งบอกเหตุที่ทำให้เกิดการรบกันนั้นมีปัจจัย คือ เจตนารมย์ของผู้นำประเทศ ตนเชื่อว่าผู้นำประเทศกัมพูชายังมีเจตนารมย์ที่จะรบอยู่ แต่การที่จะรบกันต้องประกอบไปด้วยขีดความสามารถของกำลังพลและยุทโธปกรณ์ ซึ่งการรบครั้งที่ผ่านมาตนเชื่อว่ากัมพูชาสูญเสียไปพอสมควรในเรื่องของความพร้อมด้านยุทโธปกรณ์

พล.ท.อดุลย์ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามเราได้ยึดพื้นที่สำคัญเอาไว้หมดแล้ว เพราะฉะนั้นการที่กัมพูชาจะเปิดการรบกับไทยในรูปแบบการรบที่ใหญ่ขึ้นนั้นต้องใช้ทรัพยากรไม่น้อยกว่า 2-3 เท่า และถึงแม้กัมพูชาจะต้องการทำการรบ ก็จะต้องมีสิ่งบอกเหตุ เช่น ต้องเพิ่มเติมกำลังพลและยุทโธปกรณ์เข้าไปในพื้นที่ซึ่งปัจจุบันสถานการณ์ในพื้นที่ยังไม่มี และตนเชื่อมั่นในผู้บังคับบัญชากองกำลัง และกำลังพลที่อยู่บริเวณชายแดนว่ามีความพร้อม รวมถึงกำลังพลได้มีการเลือกตั้งล่วงหน้าไปแล้วในวันที่ 1 ก.พ. 2569 ในการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. 2569 กำลังพลของเรามีความพร้อมที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในช่วงการเลือกตั้ง โดยขอให้มีความมั่นใจและปลอดภัย ยืนยันว่าจะปกป้องและให้ความปลอดภัยกับประชาชนได้

เมื่อถามอีกว่าในช่วงการเลือกตั้ง กัมพูชาอาจจะใช้โอกาสนี้ในการโจมตีเข้ามาที่ประเทศไทย ซึ่งจะมีโอกาสหรือไม่ พล.ท.อดุลย์ กล่าวว่า มีโอกาสแต่ว่าน้อย อาจเป็นการปะทะกันด้วยกำลังทหารเล็ก เช่น ลาดตระเวนเจอกัน แต่เชื่อว่าคงไม่มีสงครามขนาดใหญ่เกิดขึ้นเหมือนรอบที่ผ่านมา

เมื่อถามย้ำว่ากองทัพได้มีการกำชับหรือขอความร่วมมือ อย่างไรบ้าง หากมีการต้องประชันหน้ากันระหว่างลาดตระเวนหรือหากมีการยั่วยุ พล.ท.อดุลย์ กล่าวว่า ไม่ต้องห่วงกองกำลัง (กกล) สุรนารี มีกฎการปะทะอยู่แล้ว

เมื่อถามเพิ่มเติมว่ากรณีกองทัพบก (ทบ.) พาสื่อมวลชนไทย สื่อมวลชนต่างชาติ และ FBI เข้าไปในพื้นที่โอร์เสม็ด กัมพูชา ที่เป็นแหล่งสแกมเมอร์ ซึ่งต่อมากัมพูชาได้มีการทำหนังสือออกมาโดยระบุว่า ไทยได้เข้าไปในพื้นที่โรงแรมของกัมพูชาโดยที่ยังไม่ได้ขออนุญาต และบอกอีกว่าเป็นสถานที่รังของสแกมเมอร์ พล.ท.อดุลย์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของกัมพูชา เราก็ทำหน้าที่ของเรา อย่าไปสนใจเพราะเป็นเรื่องของกัมพูชา ในเมื่อที่ตั้งเหล่านั้นเป็นที่ตั้งสำหรับปล่อยโดรนในการคุกคามประเทศไทยและเป็นที่ตั้งของพลซุ่มยิง เราก็ต้องยืดและควบคุม หากมีรัฐบาลใหม่ก็ค่อยมาพูดคุยกันในการที่จะยึดถือตามเวลาสถานการณ์ที่เหมาะสม