วันที่ 4 ก.พ. ที่หน้าว่าการอำเภอกันทรลักษ์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่ศรีสะเกษว่า ศรีสะเกษเป็นพื้นที่ที่คุ้นเคย ช่วงที่มีการสู้รบตนมาที่นี่บ่อยมาก และเป็นบ้านเกิดของน.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกฯ การมาที่นี่เป็นการสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่าพรรคภูมิใจไทยพร้อมรับใช้ชาวศรีสะเกษอย่างเต็มที่
เมื่อถามว่า การเน้นย้ำเรื่องปัญหาชายแดนบนเวทีปราศรัย แสดงว่าพรรคภูมิใจไทยมุ่งใช้เรื่องชายแดนมาหาเสียง นายอนุทิน กล่าวว่า ตั้งแต่ตนเป็นรมว.สาธารณสุข รมว. มหาดไทย และมาเป็นนายกฯน.ส.ไตรศุลี ช่วยงานตนอย่าางใกล้ชิดได้รับความไว้วางใจให้ทำงานตนในหลายด้าน และเป็นคนศรีสะเกษ จึงต้องมาทำให้คนที่นี่เชื่อใจ ไว้วางใจและมั่นใจว่าเราจะทำงานต่อไป ไม่เกี่ยวกับเรื่องของชายแดนหรือใดๆทั้งสิ้น
เมื่อถามว่า วันนี้พรรคเพื่อไทยเปิดเวทีปราศรัยที่ จ.ศรีสะเกษเช่นเดียวกันเป็นการประจันหน้ากันหรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า อย่าไปเทียบกับคนอื่น อาจเป็นเหตุบังเอิญที่มาวันเดียวกันเพราะเหลือเวลาไม่กี่วันก่อนวันเลือกตั้งและศรีสะเกษเป็นจังหวัดใหญ่มีสส.ถึง 9 คน พรรคที่ตั้งเป้าหมายได้สส.ก็ต้องมาพบประชาชน ส่วนที่มีการมองว่าวัดพลังกัน มีแต่คนที่ชอบเสี้ยม พรรคภูมิใจไทยไม่เคยคิดวัดพลังกับใคร เรามานำเสนอนโยบายและขอคะแนนเสียงไม่ไปข้องแวะกับพรรคคู่แข่งหรือฝ่ายตรงข้าม เพราะคนเหล่านั้นยังไงก็ไม่เลือกเราอยู่แล้ว เรามาหาคนที่เลือกเราดีกว่า
เมื่อถามอีกว่า นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย มีวาทกรรมใหม่บอกว่าจะนำเสนอเมนูผัดเผ็ดงูเห่า นายอนุทิน ตอบว่า ก็ไม่เป็นไร ตนทำให้พี่น้องชาวศรีสะเกษไม่ต้องรับเมนู BM21 พอแล้วใครจะเสิร์ฟอะไรก็เสิร์ฟไปเถอะ ตนไม่ต้องมาเสิร์ฟสิ่งที่ชาวศรีสะเกษและคนไทยไม่ต้องการ
เมื่อถามว่า ในพื้นที่อ.กันทรลักษ์ คะแนนของพรรคภูมิใจไทยจะทิ้งห่างที่สุดในประเทศเลยหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า ขอให้ไปถาม น.ส. ไตรศุลี ไตรสรณกุล
เมื่อถามว่า ที่ปราศรัยบนเวทีเน้นไปที่การปิดด่าน ทำให้พืชผลการเกษตรราคาดีขึ้นและจะเดินหน้าโครงการคนละครึ่งพลัส ช่วงก่อนการเลือกตั้งพรรคภูมิใจไทย จะมีนโยบายอะไรออกมาเรียกคะแนนนิยมอีกหรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า เรื่องนี้ทำให้เห็นชัดเจนว่าเราสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ เพราะพื้นที่อีสานใต้ เรื่องข้าวสำคัญมาก การทำให้ข้าวหอมมะลิที่เป็นสินค้าพรีเมี่ยมเป็นที่ต้องการของตลาดโลกแล้วราคาสูงขึ้น จะทำให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น และเราจะผลักดันโครงการคนละครึ่งพลัสมาให้ประชาชนเขาก็ยินดีไปจับจ่ายใช้สอยทำให้เศรษฐกิจเติบโต และคงมีนโยบายอื่นๆอีกมาก หากเราเข้าไปเป็นรัฐบาลก็ต้องเร่งทำงบประมาณปี 70 ให้สมบูรณ์และสอดคล้องกับนโยบายของเราให้เกิดประโยชน์สูงสุดมีวินัยการเงินการคลัง เพื่อรักษาความเชื่อถือของประเทศ จะเห็นได้จากช่วงที่พรรคภูมิใจไทยเข้ามาปรับเรตติ้ง
ที่สถาบันเรตติ้งระดับโลกยกระดับเราขึ้นมา และจะคงระดับนี้เอาไว้ ให้ประเทศไทยไม่อยู่ในหมวดประเทศไทยไม่น่าลงทุนและมีความเสี่ยงทางการเงิน
เมื่อถามว่า ช่วงโค้งสุดท้ายจะมีอะไรทำให้หวั่นไหวหรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า ไม่ได้หวั่นไหวอะไร หากหวั่นไหวก็คงไม่มาสมัครแล้ว เชื่อมั่นว่าเวลาแข่งขันไม่มีใครที่แข่งไปแล้วคิดว่าจะแพ้ ต้องแข่งเพื่อหวังชนะ อยู่ที่ว่าเราจะเอาอะไรมาทำให้เราชนะ เราก็หวังที่จะชนะในพื้นที่เป้าหมายด้วยความขาวสะอาดโปร่งใสยุติธรรม ไม่ทำสิ่งที่มันไม่ชอบ
ส่วนที่ตนบอกบนเวทีปราศรัยว่า หากชนะเลือกตั้ง สามารถทำงานได้เลย ไม่ต้องตั้งรัฐบาลใหม่นั้น เพราะพวกเราทำงานได้เลยหากพรรคภูมิใจไทยมีเสียงมากพอสามารถเชื่อใจได้เลยว่าพรรคภูมิใจไทยวันนี้ไม่เหมือนในอดีต วันนี้เรามีบุคลากรที่พร้อม ทั้งวัยวุฒิ คุณวุฒิ การศึกษาประสบการที่ทำงานได้เลยไม่ต้องทดลองงาน หรือไปขอให้ใครลองใช้ดูเพราะประเทศไทยของเราไม่ใช่สนามทดลองงาน
เมื่อถามว่า กระแสในช่วงโค้งสุดท้าย ที่มีแต่คนคาดการณ์ว่านายอนุทินจะได้กลับมาเป็นนายกฯ แน่นอน นายอนุทินตอบว่า ตนไม่เคยหลงใหลได้ปลื้มกับคำนี้เลย เที่ยวนี้ตนหาเสียงหนักกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะพรรคภูมิใจไทยเปลี่ยนผ่านจากพรรคระดับกลาง ตอนนี้คาดว่าเป็นพรรคระดับใหญ่ เป้าหมายจึงมีมากขึ้น
เมื่อถามว่า มีหลายกระแสมองว่า หากพรรคประชาชนชนะได้ที่ 1 ก็ไม่ได้เป็นรัฐบาลแน่นอน จะกระทบบรรยากาศการเลือกตั้งหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไว้มาถามหลังรู้ผลเลือกตั้ง ช่วงคํ่าวันที่ 8 ก.พ. ตนจะบอกว่าอยู่ที่ไหน ส่วนจะเห็นหน้าตารัฐบาลเลยหรือไม่นั้น ต้องเห็นผลการเลือกตั้งก่อน
เมื่อถามว่า ในช่วงโค้งสุดท้ายมั่นใจขึ้นกว่าเดิมหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ก็มั่นใจ เพราะทุกที่ที่ตนไป ก็ได้รับการตอบรับอย่างดี
เมื่อถามถึง กรณีศาลรัฐธรรมนูญยกคำร้องคดีอนุญาตให้มีการใช้ถนนสาธารณะเป็นทางขึ้น-ลงสำหรับอากาศยาน เพื่อกิจกรรมทางธุรกิจของบริษัทเอกชน ว่า ตนยังไม่ทราบเลยว่าใครไปยื่นคำร้อง ต้องขอบคุณศาลรัฐธรรมนูญที่อำนาวยความยุติธรรม ตนเพิ่งทราบข่าวจากสื่อมวลชนว่ามีคนมายื่นเรื่องนี้ด้วย เรื่องนี้ไม่ได้ถูกส่งมาให้ตนรับทราบ
เมื่อถามว่า ถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยจะฟ้องนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รมช.มหาดไทย กรณีคลิปเสียงคล้ายนายศักดิ์ดาว่า ยังไม่ได้พูดคุยกับนายศักดิ์ดาในเรื่องนี้ ช่วงเย็นวันนี้ตนอยู่ที่อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เวลา 19.30 น. จะเดินทางไปที่หาดใหญ่จังหวัดสงขลา จึงยังไม่มีเวลาได้พูดคุยกัน แต่ได้มีการพูดคุยกันในวันปฐมนิเทศผู้สมัคร สส. พรรคภูมิใจไทย และได้พูดชัดเจนแล้วเรื่อง Do and Don't สิ่งที่พึงกระทำและห้ามกระทำ ดังนั้นต่อไปนี้ทุกคนต้องรับผิดชอบตัวเอง รับผิดชอบพื้นที่ตัวเอง พบกันอีกทีในสภา ได้พูดกันชัดเจนแล้ว จึงไม่รู้สึกว่าจะต้องไปพูดอะไรกันอีก ดังนั้นส่วนที่บุคคลต้องรับผิดชอบ ไม่มีส่วนใดที่พรรคจะต้องเข้าไปร่วมรับผิดชอบ ขอให้ทุกคนโชคดีและส่วนตัวไม่ได้กังวลอะไร







