วันที่ 4 ก.พ.2569 คณะกรรมการรณรงค์สื่อสารประชามติและรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน พรรคเพื่อไทย นำโดย นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานคณะกรรมการฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการและผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทย อาทิ นายกฤช เอื้อวงศ์, นายจำนงค์ ไชยมงคล, นายวิโชติ วัณโณ, นายอุเมส ปานเดย์, รศ.นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์, นายไพโจน์ อิสระเสรีพงษ์ และนายวิชาญ มีนชัยนันท์ ร่วมเดินรณรงค์ “เห็นชอบ” การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่จะมีขึ้นพร้อมกันในวันเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ.นี้ โดยเริ่มต้นเคลื่อนขบวนจากอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา 16 มุ่งหน้าไปยังอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเพื่อสมทบกับภาคประชาสังคมที่ได้จัดงาน “ขบวนสุดท้ายปล่อยท่าไม้ตายประชาชน”
ทั้งนี้ เมื่อขบวนเดินทางถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย คณะกรรมการฯ และผู้ร่วมกิจกรรมได้ร่วมถ่ายภาพเป็นที่ระลึกบริเวณหน้าอนุสาวรีย์ฯ จากนั้น ขบวนเคลื่อนต่อไปยังหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร โดยมีระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร เพื่อร่วมกิจกรรมกับภาคประชาสังคมและเข้าร่วมเวทีปราศรัยในช่วงค่ำ
ในปราศรัยบนเวทีที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครนายจาตุรนต์ระบุว่า พรรคเพื่อไทยเห็นปัญหาของรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตั้งแต่กระบวนการยกร่าง และเคยรณรงค์ไม่ให้ร่างดังกล่าวผ่านประชามติเมื่อปี 2560 เพราะมองว่าการทำประชามติครั้งนั้น “ไม่เป็นเสรี ไม่เที่ยงธรรม” และไม่เปิดโอกาสให้ฝ่ายที่เห็นต่าง รวมถึงพรรคการเมืองที่ไม่เห็นด้วย ได้แสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่ จนนำไปสู่รัฐธรรมนูญที่กลายเป็นปัญหาต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน
นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา ปัญหาของรัฐธรรมนูญปี 2560 ปรากฏชัด โดยเฉพาะการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของประชาชน รวมถึงการทำให้สิทธิด้านต่าง ๆ เช่น การศึกษา สาธารณสุข และการคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ถูกลดทอนหรือถูกจำกัด ขณะเดียวกันยังชี้ว่า สถานการณ์การปราบปรามทุจริตคอร์รัปชันของไทยมีแนวโน้มแย่ลง เพราะองค์กรอิสระซึ่งเป็นกลไกหลักในการตรวจสอบ “ขาดความเป็นอิสระ” และถูกตั้งคำถามเรื่องที่มาและความเชื่อมโยงทางการเมือง ส่งผลให้การตรวจสอบไม่เป็นที่เชื่อมั่นของประชาชน
นายจาตุรนต์ย้ำว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้ประเทศปรับตัวได้และเป็นประโยชน์ต่อประชาชน โดยเฉพาะเยาวชนและคนรุ่นใหม่ พร้อมยืนยันจุดยืนของพรรคเพื่อไทยในการผลักดันการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ “เชื่อมโยงกับประชาชนมากที่สุด” เปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมกำหนดกติกา ขณะที่พรรคการเมืองทำหน้าที่เสนอความเห็นได้ แต่ต้องยืนยันว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนอย่างแท้จริง
ทั้งนี้ นายจาตุรนต์เชิญชวนประชาชนใช้สิทธิออกเสียงประชามติ “เห็นชอบ” เพื่อเปิดทางสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยระบุว่าประชามติครั้งนี้เป็นโอกาสให้ประชาชนทั้งประเทศร่วมตัดสินอนาคตของประเทศ และร่วมกันเดินไปสู่ประชาธิปไตยอย่างมั่นคงต่อไป.







