วันที่ 2 ก.พ.69 เมื่อเวลา 19.30 น. ที่อาคารอเนกประสงค์ สำนักงานเทศบาลตำบลท่าระหัด อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี พรรคภูมิใจไทย (ภท.) จัดปราศรัยใหญ่ ช่วยผู้สมัคร สส.สุพรรณบุรี พรรค ภท. หาเสียง นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ภท.และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายวราวุธ ศิลปอาชา ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ นางศุภจี สุธรรมพันธ์ ผู้ช่วยหาเสียง นายศุภชัย ใจสมุทร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ น.ส.สุจิตรา ทรงมัจฉา สมาชิกพรรค ภท. พร้อมด้วยผู้สมัคร สส.แบบแบ่งเขต จ.สุพรรณบุรี ทั้ง 5 เขต ประกอบด้วย นายสรชัด สุจิตต์ ผู้สมัคร สส.เขต 1 นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ผู้สมัคร สส.เขต 2 นายนพดล มาตรศรี ผู้สมัคร สส.เขต 3 นายเสมอกัน เที่ยงธรรม ผู้สมัคร สส.เขต 4 และนายประภัตร โพธสุธน ผู้สมัคร สส.เขต 5 โดยมีประชาชนร่วมฟังปราศรัยจำนวนมาก
โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ภท.และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ปราศรัยว่า พวกเรามารวมกันในวันนี้เพื่อนำชัยชนะ นำความรุ่งเรือง นำความร่ำรวยให้กับชาวสุพรรณบุรี โดยเมื่อเดือน ธ.ค.ปีที่แล้ว ตนเดินทางมาที่นี่ ครั้งนั้นตนก็ได้ไปกราบอนุสาวรีย์ของคุณอาบรรหาร ศิลปอาชา จริง ๆ แล้วต้องเรียกคุณลุง แต่ท่านบอกว่าเรียกลุงแก่ไป เรียกอาก็พอ 20 กว่าปีก่อนประมาณปี 2547-2548 ท่านบรรหาร ได้กรุณาเรียกให้ตนไปพบ เหมือนกับท่านมองการณ์ไกลว่า วันหนึ่ง หลานคนนี้ จะมีโอกาสได้มาฝากเนื้อฝากตัวทำงานให้กับชาวสุพรรณบุรีสืบต่อเจตนารมณ์ของท่าน
“ท่านเรียกไปพบ 2 ต่อ 2 ฟังตอนนี้ คุณบรรหารโทรหา ปกติ ท่านก็โทรหาใครเยอะแยะ แต่ให้พี่น้องกดกรอเทปกลับไป 20 ปีก่อน นักการเมืองหน้าใหม่ มาเป็นรัฐมนตรีช่วย ได้รับโทรศัพท์จากบรรหาร โทรศัพท์แทบหล่น ตื่นเต้น นับเวลารอเลยว่า เมื่อไหร่จะถึงวันเวลานัด พอไปพบท่าน ท่านไม่เคยเรียกผมว่าหนู ท่านเรียกอนุทินตลอด ท่านบอก อนุทิน ดูแลไอ้ท็อปมันด้วย อาฝาก ผมบอกจะไปมีปัญญาดูแลได้อย่างไร อาเป็นมังกร ผมเป็นไส้เดือน อาจะฝากไส้เดือน ให้ดูแลมังกรได้อย่างไร ลูกมังกร ยังไงก็เป็นมังกร อาเขาบอกว่า อารู้สึกว่าเอ็ง 2 คน มันน่าจะไปกันได้ ดูแล้วคุยกันรู้เรื่อง ดูแล้วน่าจะมีความรักกันดี เอาอย่างนี้ รับปากอา อย่าทิ้งกัน เอ็งใหญ่ เอ็งเอาไอ้ท็อปไปดู ไอ้ท็อปใหญ่อาจะสั่งให้มันเอาเอ็งไปดู นี่คือวิสัยทัศน์อันยาวไกลของ ฯพณฯบรรหาร ผู้ซึ่งรักสุพรรณบุรียิ่งกว่ารักตัวเอง” นายอนุทิน ระบุ
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า แล้วก็ถึงวันตนต้องตัดสินใจหาวิธีการว่าทำอย่างไร ที่จะชวนนายวราวุธ และทีมจากพรรคชาติไทยพัฒนา มารวมกับพรรค ภท.ของตน ไม่ใช่ถึงขนาดว่าพ่อฝากไว้ ไม่ได้ เพราะวันนี้นายวราวุธไม่ใช่ธรรมดา เขาเป็นรัฐมนตรีกี่กระทรวงแล้ว เขาเป็นหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ใหญ่ไม่ใหญ่ไม่รู้ พ่อตนก็เคยอาศัยพรรคนี้อยู่ เมื่อสักครู่นายประภัตร พูดถึงนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด นายเนวินก็เคยเป็นลูกพรรคชาติไทยพัฒนา ตอนตนเรียนจบใหม่ๆ เดินตามนักการเมือง อยากเห็นคนดัง ไปไหนไม่ได้ ก็ไปได้แค่ซอยราชครู ซึ่งเป็นที่ตั้งของพรรคชาติไทย เพราะฉะนั้น รากเหง้ายังมีอยู่ เมื่อถึงวันหนึ่ง มันแยกสายออกไป ต่างคนต่างไปทำความเจริญก้าวหน้าให้กับชีวิต ไม่มีใครสักคนที่แยกไปแล้วตกต่ำ สุพรรณบุรียังมีความแข็งแรงเช่นเดิม แล้ววันนี้บุรีรัมย์ก็แข็งแรง ทำไมไม่เอาความแข็งแรงของ 2 จังหวัดมาทำให้ไทยทั้งประเทศแข็งแรงเล่า
“คุณประภัตร เล่าให้ฟังแล้วว่า วันที่ชักชวนนายวราวุธ ผมก็บอกเขาตรงๆ ว่า นายวราวุธการเมืองจากนี้ไป พี่ก็ต้องการน้อง น้องก็น่าจะต้องการพี่ เรา 2 ศรีพี่น้องเดินไปด้วยกัน ตามคำสั่งของพ่อเรา มึงจะให้กูจุดธูปอาบรรหารมาแล้วเข้าทรงกูเหรอ มึงจะเอาขนาดนั้นเหรอ กูต้องเขียนตาราง ก. ถึง ฮ. แล้วบอกอาครับขอท็อปมาได้หรือไม่ แล้วแก้วเดินไปว่า ได้ อาเขาอยู่บนสวรรค์แล้ว มึงจะให้กูเรียกมาอยู่ในถ้วยนี้เหรอ ท็อปบอกไม่ต้องแล้วพี่ ไปแล้ว ๆ เดี๋ยวเกิดพ่อมาก็เผ่นกันหมด ไม่ได้คุยธุระกันพอดี” นายอนุทิน กล่าว
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า เวลาเราคุยกัน ไม่มีเงื่อนไขกันมากมาย ผู้ใหญ่ของพรรคอยู่หมด คุยกันด้วยความชื่นมื่น มีคำหนึ่งที่เราพูดกันเล่นๆ แล้วก็มาพูดให้พี่น้องชาวสุพรรณบุรีได้ฟัง ในวันฝากเนื้อฝากตัว หลังปราศรัยเยอะแยะ ๆ จบสุดท้ายด้วยคำว่า รวมกันอยู่ ภท. ชาติไทยจะพัฒนา แปลว่าทุกคนชนะหมด พรรค ภท.ยุคนี้ใช้คำว่าพลัส เพราะฉะนั้น สุพรรณบุรีเมื่อมีพรรค ภท.มารวมกับชาติไทยพัฒนา ก็กลายเป็นสุพรรณบุรีจะพัฒนา ชาติไทยจะพัฒนา พลัส พลัส พลัส
นายอนุทิน กล่าวว่า ตนมีโอกาสมาสุพรรณบุรีอีก 2-3 ครั้ง ได้มาพบกับพี่ชายอีกคนหนึ่ง ให้ความมั่นใจตนว่า สุพรรณบุรีต้องเป็นปึกแผ่น หัวหน้าแบ่งแยกไม่ได้ คนเดียวก็ไม่ได้ ถ้ามาต้องมา 5 คน คนที่เตือนสติตนคือ นายก อบจ.สุพรรณบุรีของท่าน นายอุดม โปร่งฟ้า เห็นหรือไม่ว่า ความผูกพันกับสุพรรณบุรี ตนฟังเพลงเกี่ยวข้องกับสุพรรณบุรีคึก ฟังตั้งแต่แม่ขวัญจิต ศรีประจันทร์ ศิลปินสุพรรณบุรี ความเป็นสุพรรณบุรีมันรู้สึกผูกพันตั้งแต่เด็ก ชอบเสียงเหน่อ ๆ ตอนเด็ก ๆ ดูกันหรือเปล่า ผู้กองยอดรัก นี่ พลทหารหนู บุรีรัมย์ ขอองค์พระวัดป่าเลย์ไลเป็นพยาน วันนี้หนูรักสุพรรณบุรีสุดใจขาดดิ้น ในคอยังห้อยพระผงสุพรรณฯเลย ห้อยได้แค่พระผงสุพรรณฯ ขุนแผนห้อยไม่ได้ หูมันจะไม่เท่ากัน
“ที่กล้ามาพูดบ้า ๆ บอ ๆ แบบนี้ เพราะคิดอย่างอื่นไม่ออกแล้ว ร้องเพลงเมืองสุพรรณดีกว่า หนุ่มบุรีรัมย์ฝันหวาน สงสารหนูบ้างเถอะแม่ ยอดจริงพี่ชาย จริงใจฝันใฝ่รักจริง ขอแอบอิงพรรค ภท. 37 ให้คนสุพรรณฯ ดูซิว่าสุพรรณบุรีมีอิทธิพลแค่ไหนกับตน นโยบายพรรคตอนนี้จำไม่ได้แล้ว จำได้แต่เพลงแม่แตงร่มใบ 30 ยังแจ๋ว ไม่ต้องพูดนโยบายพรรคแล้ว วันที่ 8 กา 37 จบ” นายอนุทิน กล่าว
นายอนุทิน กล่าวว่า ทั้งหมดที่อยู่บนเวทีนี้ คือคนที่พวกเราตัดสินใจตกล่องปล่องชิ้นกันแล้วว่า จะมาทำหน้าที่ผู้แทนให้กับพ่อแม่พี่น้องชาวสุพรรณฯ นี่คือสาเหตุที่นายวราวุธ ต้องได้เบอร์ 3 ในปาร์ตี้ลิสต์ เขารู้ว่าเขาได้แน่ ๆ เพราะวันนั้นถ้านายวราวุธบอกว่า จะเอาเบอร์ 1 ตนก็ให้ จะมีปัญหาอะไร เบอร์ 1-20 มันได้อยู่แล้ว ยังไงเขาก็เรียกเราว่าพี่ แล้วพรรค ภท.มาจะทำอะไรกับพ่อแม่พี่น้อง 4 เดือนยังทำให้ขนาดนี้ ถ้าให้เวลา 4 ปีจะทำได้ขนาดไหน
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า สำหรับพี่น้องชาติพันธุ์ ก่อนเดินขึ้นเวทีมา พี่น้องชาติพันธุ์ทั้งหลาย นายก อบจ.ของท่านบอกว่า ถ้าวันนี้หัวหน้าไม่พูดถึงพี่น้องชาติพันธุ์อันงดงามของสุพรรณบุรี คะแนนหายไป 1 แสนคะแนน เพราะฉะนั้นตนพูดแล้ว พี่น้องคือชาติพันธุ์เฉย ๆ แต่สัญชาติไทยเหมือนกัน เราเป็นคนไทยด้วยกัน สิทธิประโยชน์เหมือนกัน นอกจากนี้พี่น้องยังดำรงรักษาวัฒนธรรมอันงดงาม ทำให้สุพรรณบุรีไม่มีวันขาดความเป็นวัฒนธรรม เมืองที่มีประเพณีงดงาม โบราณกาล ตนพูดแล้ว 1 แสนคะแนนยังอยู่หรือไม่
นายอนุทิน กล่าวว่า หลังวันที่ 8 ก.พ. นี่คือ สิ่งเล็กที่สุดที่สุพรรณบุรีจะต้องได้จากการตัดสินใจ ให้พวกเรามาอยู่ด้วยกัน ประตูน้ำต้องมีประสิทธิภาพ ระบบระบายน้ำต้องมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่น้ำท่วมแล้วล้น เวลาน้ำแล้งมันก็ขาด เราอยู่อย่างนี้ไม่ได้แล้ว ไม่ต้องกังวล งบประมาณมาจากไหน ตนก็จะผันมาทุกวันนี้ น้ำท่วมเกิน 3 วัน ก็เข้าข่ายที่จะได้ค่าเยียวยา 9 พันบาท มีสัก 3 หมื่นครัวเรือน ปีหนึ่ง 300 ล้านบาท ท่วมมาเป็น 10 ปีแล้ว เสียเงินเยียวยาพี่น้อง 9 พันบาทต่อหลังคาเรือน 10 ปี พี่น้องเพิ่งได้ 9 หมื่นบาท แต่ทุกทรมานทุกปี ให้ 5 แสนบาทยังไม่เอาเลย ถ้าแลกกับน้ำไม่ท่วม
หัวหน้าพรรค ภท. กล่าวว่า เงินงบประมาณเหล่านี้เราถึงต้องผันมา แล้วคิดระยะยาว ทำโครงการเป็นประโยชน์ บริหารจัดการน้ำได้ น้ำไม่มากวนประชาชน ก็มีน้ำไปดูแลเกษตรกรรมได้ ข้าว พืชต่าง ๆ เจริญงอกงาม ตนก็ไม่กลัว พูดจริง ๆ ต่อให้นายวราวุธ และเพื่อนไม่มารวมกับ ภท. ถ้านายวราวุธเดินมาบอกตน ที่คุมงบกลางอยู่ ถ้าบอกว่าชาวสุพรรณบุรีเดือดร้อน ขอคนอื่นไม่เคยได้ ตนจัดการให้เลย ไม่ต้องมาร่วมกับตน เพราะความสบายใจความลำบากของชาวสุพรรณบุรี อยู่แค่ปลายปากกาคนมีอำนาจ ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้
“ที่เราพูดคุยกันได้ ไม่ใช่ญาติเลย ชวนมาร่วมแรงกันทำ คำแรกเขาบอกตนซาบซึ้งใจ ภท.ว่า ตั้งแต่พ่อบรรหารอยู่ ตั้งแต่ท่านสิ้นไป 10 ปีที่ผ่านมา ให้เกียรติทีมสุพรรณบุรีตลอด ไม่เคยเข้ามาวุ่นวายในสุพรรณบุรีเลย ตนจะมาทำไม เราต้องอยู่กันด้วยความเข้าใจกัน ให้เกียรติกัน ก็พ่อใครเรียกไปบอกว่าอย่าทิ้งกันนะ วันนี้คนสุพรรณบุรีชนะ เพราะว่ามาอยู่ด้วยกันแล้ว”
นายอนุทิน กล่าวว่า แล้วลูกทุกคนที่เกิดมากลายเป็นอภิชาตบุตรทั้งนั้น เขาเป็นลูกผู้ยิ่งใหญ่ ถ้าเขายังอยู่ใต้ร่มเงาผู้ยิ่งใหญ่ทั้งชีวิต เขาก็เซ็ง วันนี้เป็นวันที่ชาวสุพรรณบุรี ทำให้คนสุพรรณบุรีที่เป็น สส.ของท่าน ได้เกิดเป็นอภิชาตบุตรทุกคน ตนไม่มีปัญญามาทำอะไรให้ชาวสุพรรณฯ แต่จะทำให้คนสุพรรณฯ ทำให้ชาวสุพรรณฯเจริญยิ่งขึ้นไป ในเมื่อรากฐานดีและมั่นคงอยู่แล้ว ก็ให้มั่นคงแข็งแกร่งขึ้นไปอีก เคยเกิดที่สุพรรณบุรี ไม่เคยขาดความเจริญ ดังนั้น สุพรรณบุรีขาดความเจริญไม่ได้ ต้องเจริญยิ่งขึ้นไปโดยมี ภท.มาทำให้พวกเราทุกคนเจริญรุ่งเรืองทุก ๆ มิติ
หัวหน้าพรรค ภท. กล่าวว่า เรื่องราคาข้าว น้ำดี ผลผลิตดี ราคามันก็ดีขึ้นเอง แล้วตอนนี้มีตัวช่วยด้วย ปิดด่านไง ตั้งแต่เราปิดด่านมา ราคาข้าวขึ้นทุกอย่างเลย ข้าวขาว ข้าวเหนียว ข้าวหอมมะลิ ข้าวขาวทั่วไปราคาขึ้น ราคาอ้อยก็จะขึ้น สิ่งเหล่านี้อย่าคิดว่าเกิดขึ้นไม่ได้ อะไรที่มีพื้นฐานดีอยู่แล้ว และมีเทรนด์ที่ค่อย ๆ ขยับขึ้นไป ตัวแรกดึงตัวที่สองดึงไปทอด ๆ ขึ้นไปทุกอย่าง ถ้ารู้จักวิธีทำการตลาดให้เป็น
นายอนุทิน กล่าวถึงการปราบปรามสแกมเมอร์ด้วยว่า พรรค ภท.ต้องไม่มีสแกมเมอร์ ต้องไม่มีอาชญากรรมออนไลน์ ไม่มีคอลเซ็นเตอร์มารังแกคนของประเทศอื่น และมารังแกคนประเทศเรา 3 เดือนกว่าที่เราเข้ามาทำงานตรงนี้ ยึดทรัพย์ไปแล้ว 2 หมื่นกว่าล้านบาท ถอนสัญชาติห้ามเข้าประเทศ ยึดพาสปอร์ต ไม่ให้เขาเข้ามา ทำความเดือดร้อนให้กับไทย ตัวมันรวยอยู่คนเดียวกับกลุ่มมัน แต่คนไทยทั้งประเทศต้องล่มจม รัฐบาลตนไม่มีวันยอม หลังวันที่ 8 ก.พ.ถ้าเลือกทีมตนเข้าไปทำงาน รับรองได้ว่าพวกเราทุกคนเกลียดสิ่งที่ไม่ถูกต้อง และพร้อมทำสิ่งถูกต้องเพื่อคนสุพรรณบุรี และเพื่อประชาชนคนไทยทุกคน
“ตอนนี้เห็นเมืองไทยถูกคุกคาม รังแก อยากให้ลูกหลานไปช่วยรบ ให้รู้สึกหวงแหนประเทศชาติ พรรค ภท.เปิดโครงการทหารอาสา 4 ปี คนละครึ่งพลัส เฟส 2 มาแน่นอน ถ้าทำได้ดีก็มีเฟสอื่น ๆ พลัส ๆ ไปเรื่อย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ นี่คือความตั้งใจ นี่คือความเป็นพี่น้องที่เราสถาปนาขึ้นแล้วระหว่างคนสุพรรณบุรีกับพรรค ภท.” นายอนุทิน กล่าว
นายอนุทิน กล่าวทิ้งท้ายว่า พวกเราที่อยู่กันตรงนี้ก็หมากันหมด เป็นหมารับใช้คนสุพรรณบุรี เป็นเกียรติเป็นศักดิ์ศรีของพวกเรา ถ้าพวกเรามาขนาดนี้ อังเคิลก็ไม่หมา ถ้าไม่อยากให้อังเคิลหมา ก็เลือกพวกเราให้หมากันให้ครบ








