วันที่ 1 ก.พ.69 กรุงเทพฯ พรรครวมไทยสร้างชาติจัดเวทีปราศรัยใหญ่ภายใต้แนวคิด "เด็ดขาด แก้วิกฤต พลิกโฉมประเทศ" ที่ตลาดคงอุดม (ชุมทางสยามยิปซี) เพื่อนำเสนอแนวคิดและนโยบายในการแก้ปัญหาประเทศให้แก่พี่น้องชาวบางซื่อ–ดุสิต
โดยมีแกนนำคนสำคัญเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง นำโดยนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายชัชวาลล์ คงอุดม เลขาธิการพรรค และนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรค ร่วมด้วยนายธนกร คงอุดม ผู้สมัคร สส. กทม. เขต 33 (บางพลัด–บางกอกน้อย) หมายเลข 13 และนายชื่นชอบ คงอุดม รองหัวหน้าพรรค ในฐานะลูกหลานคนพื้นที่บางซื่อ–ดุสิต ซึ่งลงสมัครรับเลือกตั้งในเขตบางซื่อ-ดุสิต (แขวงนครไชยศรี) หมายเลข 4
นายชัชวาลล์ คงอุดม เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดเผยถึงจุดยืนทางการเมืองโดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการก้าวข้ามความขัดแย้งและการแบ่งสีแบ่งข้าง โดยระบุว่าปัจจุบันสถานการณ์ความขัดแย้งทวีความรุนแรงจนถึงเวลาที่คนไทยต้องยุติการแบ่งฝ่าย ซึ่งตลอดชีวิตที่ผ่านมาตนเองไม่เคยแบ่งแยกสีหรือฝ่ายใด และที่ตัดสินใจก้าวเข้าสู่เส้นทางการเมืองเพราะต้องการป้องกันไม่ให้คนไทยต้องออกมาเข่นฆ่ากันเอง พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่าหากประชาชนเห็นถึงความสามารถและความตรงไปตรงมาของพรรค การแบ่งสีแบ่งข้างก็จะหมดไปในที่สุด
ทั้งนี้ได้เรียกร้องให้ผู้ที่รักประเทศชาติอย่างแท้จริงหยุดแย่งชิงอำนาจ และหันมาให้ความสำคัญกับการนำพาประเทศให้เดินหน้าต่อไปได้ นอกจากนี้ยังได้กล่าวถึงแนวคิด "การเมืองสีขาว" โดยยกย่องนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค ว่าเป็นบุคคลที่มีความสะอาด ไม่เคยแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัวและไม่ยอมก้มหัวให้กลุ่มนายทุน
นายชัชวาลล์ ยังได้ชี้แจงประเด็นการดำเนินนโยบายด้านพลังงาน โดยระบุว่าในอดีตเคยมีนโยบายลดราคาน้ำมันและค่าไฟฟ้าที่ผ่านการเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไว้แล้ว แต่หากไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง นโยบายการลดราคาพลังงานเพื่อช่วยเหลือประชาชนก็จะสามารถดำเนินการต่อได้ เพื่อให้ประชาชนได้ใช้พลังงานในราคาถูกลง ซึ่งจะช่วยให้เศรษฐกิจในระดับครัวเรือนดีขึ้นตามลำดับ โดยพรรคยืนยันเดินหน้าสานต่อสิ่งที่ทำค้างไว้ให้เสร็จสิ้นต่อไป
สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหายาเสพติดและคุณภาพชีวิตในชุมชน นายชัชวาลล์ได้ถ่ายทอดประสบการณ์การทำงานในพื้นที่ว่า "ยาเสพติดต้องหมดไป เพราะผมทำเรื่องนี้มาตั้งแต่อายุ 19 ปี ในบ้านและชุมชนของผมไม่มีปัญหายาเสพติด เพราะคนในชุมชนรู้ดีว่าใครทำอะไร และเรามีวิธีการจัดการที่ตรงไปตรงมา บ้านผมไม่มีปัญหาขโมยเพราะทุกคนมีอะไรก็มาบอกกัน ผมดูแลคนจนอยู่ 200 ครอบครัว ทั้งส่งเด็กเรียนหนังสือและสนับสนุนข้าวสารอาหารแห้งจนทุกคนเกรงใจกัน เราขอร้องว่าอย่ามาขายยาที่นี่ ให้ไปที่อื่นซะ ซึ่งหากพรรคมีโอกาสเข้าไปทำงานในระดับประเทศ เราจะนำประสบการณ์ที่ทำสำเร็จมาแล้วนี้ไปใช้แก้ปัญหาให้กับประเทศชาติ"
ในด้านนโยบายการศึกษานั้น นายชัชวาลล์ กล่าวว่า เจตนารมณ์ที่จะผลักดันให้เด็กไทยได้เรียนฟรีตั้งแต่อนุบาลไปจนถึงระดับปริญญาตรี เพื่อขจัดอุปสรรคทางการเงินสำหรับเด็กที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยยกตัวอย่างค่าใช้จ่ายจริงที่สูงมากในปัจจุบัน เช่น คณะแพทยศาสตร์ที่มีค่าเทอมตั้งแต่ 30,000 บาท 50,000 บาท ไปจนถึง 150,000 บาท หรือคณะวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่มีค่าเทอมสูงถึง 75,000 บาท ซึ่งตนเองต้องช่วยเหลือสนับสนุนค่าเทอมให้เด็กๆ ในปัจจุบันถึงเทอมละ 400,000 - 500,000 บาท ดังนั้นหากพรรคได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จะบรรจุนโยบายเรียนฟรีนี้ไว้อย่างแน่นอน โดยมั่นใจว่าจะสามารถจัดหางบประมาณมาสนับสนุนส่วนนี้ได้ พร้อมทั้งฝากถึงประชาชนให้ตั้งสติและพิจารณาเลือกพรรคการเมืองที่สร้างประโยชน์ให้แก่ส่วนรวมอย่างแท้จริง







