วันที่ 30 ม.ค.2569 เวลา 18.54 น. ที่สวนลุมพินี นำโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี, นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย, นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้ช่วยหาเสียง พรรคภูมิใจไทย, นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียง พรรคภูมิใจไทย, นางสาวศุภมาส อิศรภักดี แม่ทัพหาเสียงกทม., นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ แม่ทัพหาเสียง กทม., นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ, นายวราวุธ ศิลปอาชา ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ, พร้อมด้วยผู้สมัคร สส.กรุงเทพมหานคร ทั้ง 33 เขต ร่วมขึ้นเวทีนำเสนอนโยบายหลักของพรรคภูมิใจไทย ในการรับมือปัญหาเศรษฐกิจ ความมั่นคง ภัยธรรมชาติ และปัญหาสังคม
โดยนายอนุทิน ปราศรัยว่า สาเหตุที่ประชาชนมาวันนี้ เพราะรู้จักพรรคภูมิใจไทยมากขึ้น วันนี้ตนพูดในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยไม่ใช่นายกรัฐมนตรีจะได้ไม่มีความสงสัยอะไรหากไปกระทบกระแทกใส่ใครเข้า พรรคภูมิใจไทยขอร้องให้ประชาชนทุกคนให้ความสนใจบ้านเมืองของเรามากกว่าการเมือง ในช่วงหาเสียงตนได้ฟังเสียงประชาชนทั่วประเทศ รับฟังด้วยตัวเอง ทั้งในฐานะนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ซึ่งสิ่งที่ได้รับฟังมา สามารถประมวลคำสั่งของประชาชนที่มีต่อตัวเอง ดังนี้ อย่าให้ใครมารุกรานเอาแผ่นดินไทยไป และที่สำคัญอย่า เปิดด่าน เสียงนี้ดังก้องทั่วแผ่นดินไทย ตนรับปากประชาชนว่าจะรักษาแผ่นดินไทย ยังไม่เปิดด่านจนกว่าคนไทยจะเปลี่ยนแปลงคำสั่งที่มอบไว้ให้ และไม่มีวันยอมตกอยู่ใต้อาณัติของใครที่ทำให้ตนไม่รับฟังความประสงค์ของคนไทย
"ผมกับหลานอังเคิลรักษาอธิปไตยของชาติคนละแนวทางกัน ผมถือว่าผมโชคดีที่ไม่ได้เป็นหลานอังเคิล แม้จะไม่เท่ห์ เพราะว่าผมไม่ใช่หลานอังเคิล ผมจึงไม่มีวันที่จะทำตามความต้องการของอังเคิลที่อยู่นอกประเทศ อย่าว่าแต่อังเคิลที่อยู่นอกประเทศเลย แด๊ดดี้ที่อยู่ในประเทศก็ไม่ทำตาม ถ้าประชาชนไม่ได้รับประโยชน์ ถ้าประโยชน์นั้นไม่ได้เกิดขึ้นกับประเทศไทยและประชาชน"นายอนุทิน กล่าว
นายอนุทิน กล่าวว่า รัฐมนตรีประเทศกัมพูชาลงเฟซบุ๊คโพสต์ข่มขู่ ว่าถ้าไม่อยากให้มีสงครามรอบสามต้องเลือกตนและพรรคภูมิใจไทย แค่บอกไม่ให้เลือกตนไม่พอยังทำตัวเป็นหัวคะแนนแนะนำให้คนไทยไปเลือกอีก 2 พรรค ซึ่งหากพี่น้องคนไทยอยากได้รัฐบาลและอยากได้นายกรัฐมนตรีที่เขมรเลือกให้ ก็ไปเลือกสองพรรคนู้น เพราะรัฐบาลภูมิใจไทยคือรัฐบาลของคนไทย 100% เป็นรัฐบาลที่ไม่ติดหนี้คนต่างชาติและจะไม่มีวันเห็นอกเห็นใจ ไม่มีวันเป็นพวกเดียวกันกับเขาและยินดีที่จะเป็นฝั่งตรงข้าม
หากพี่น้องทำตามรัฐมนตรีคนนั้นเย็นวันที่ 8 กุมภาพันธ์พวกเราก็คงได้ยินเสียงเฉลิมฉลองมาจากกัมพูชา ที่น่าจะมีการฉลองใหญ่เพราะคนที่เป็นอุปสรรคกับเขาไม่ได้เป็นรัฐบาลแล้ว เขาคงจะมีส่วนร่วมกับชัยชนะที่ประเทศไทยมีรัฐบาลใหม่ที่เขามีส่วนร่วมด้วย แต่หากพี่น้องอยากได้รัฐบาลของคนไทย ร้อยเปอร์เซ็นต์และหัวหน้ารัฐบาล นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีที่ทำให้ประเทศอื่นและศัตรูไม่กล้าข่มขู่ไม่กล้าสู้รุกรานประเทศไทยอีกก็ขอให้พี่น้องทำสิ่งที่ง่ายนิดเดียวคือการกาเบอร์ 37 เลือกพรรคภูมิใจไทยให้เป็น สส. ให้มากที่สุดทั่วประเทศ
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาสามถึงสี่เดือนถึงแม้ว่ารัฐบาลของตนจะเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยแต่ได้ทำในสิ่งที่รัฐบาลเสียงข้างมากไม่สามารถทำได้ในเวลาที่เขาบริหารประเทศมากกว่าตน การเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยตนถูกขู่อภิปรายไม่ไว้วางใจทุกวัน พร้อมมาขู่คนยุบสภาเลย แม้ตนจะรัฐบาลรักษาไม่ได้ ไม่เป็นไรแต่ต้องรักษาแผ่นดินไทยไว้ให้ได้ ดังนั้น ในเรื่องนี้ขอให้พี่น้องประชาชนสบายสบายใจได้ ไม่ต้องให้รัฐบาลทำประชามติถามประชาชนแต่หากกา 37 ทั้งประเทศนั่นคือประชามติที่คนไทยไม่ให้เปิดด่านเท่ากับจบ
หากมีสิ่งรบกวนตลอดเวลาว่าอาจจะยังมีภัยคุกคามก็ขอให้ประชาชนวางใจขอให้เลือกพรรคภูมิใจไทยไปเฝ้าบ้านรักษาแผ่นดินไทยให้คนไทยทุกคน นอกจากนี้ ยังมีอีกเรื่องที่ตนรับคำสั่งที่ 2 จากพี่น้องประชาชนคนไทยคือ “ไอ้หนู ต้องปกป้องรักษาสถาบันของชาติอย่าให้ใครคิดร้ายทำลาย ซึ่งตนสามารถรับปากได้ว่าจะร่วมกันปกป้องสถาบันสำคัญของชาติด้วยชีวิต พร้อมยืนยัน ว่าการแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 จะไม่มีวันเกิดขึ้นได้และไม่มีวันสำเร็จ ไม่มีทางสำเร็จเพราะมี 37
“มาตรา 112 คุณจะไปแก้ทำไม เวลาคนพูดหมิ่นประมาทพวกคุณ คุณยังฟ้องคุณยังเอาผิด คนพูดว่านายคุณ คุณยังเดือดร้อนออกมาแก้แทนนายคุณมากกว่านายคุณแก้อีก จะเอาติดคุกติดตาราง แต่เวลาคนหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ อาฆาตมาดร้าย ใส่ร้ายให้เสื่อมเสียด้วยความเท็จ ยุยงปลุกปั่นให้เกียรติชังสถาบันฯ พวกคุณบอกว่าไม่เป็นไร เป็นสิทธิ สิทธิมีได้ แต่ต้องไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นประชาชน หรือองค์พระประมุขของชาติ คุณจะมาออกกฎหมายว่าจะมาแก้กฎหมายไม่ต้องรับโทษ ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ “ไม่ได้ ไม่ 37 ขอโทษทีครับ พูดไม่ชัดไม่สำเร็จ ดันเผลอไปพูด 37 เพราะ 37 กับสำเร็จเปรียบเสมือนเป็นเลขเดียวกัน” ฉะนั้นเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 1-2 ที่เกี่ยวข้องกับความเป็นรัฐไทย ที่เกี่ยวข้องพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ และกฎหมายมาตรา 112 จะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง”หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าว
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า คำสั่งที่ 3 ที่พ่อแม่พี่น้องคนไทยได้สั่งการตนไว้ คือ “คุณอนุทิน และไอ้หนู” ก่อนจะบอกผู้ฟังปราศรัยว่า “เรียกได้เลยนายกฯ คนนี้เรียกได้ ให้เรียกไอ้หนู“ เป็นสิริมงคลแก่หูตนโดยแท้ พร้อมให้ประชาชนตะโกนเรียกว่า “ไอ้หนู” อีกครั้ง ก่อนจะบอกว่า “นี่สิถึงจะเรียกว่ารักกันจริง” ตนต้องนำประเทศไทยกลับไปอยู่บนเวทีโลกอย่างมีเกียรติ มีอำนาจในการต่อรอง และไม่ทำให้คนไทยรู้สึกเสียหน้าต่อประเทศใดๆ ในโลกนี้ ”สามเดือนที่ผ่านมา ไอ้หนู ไอ้เอก พี่แต๋ม และพี่อ้วน (สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว) ตนเชื่อว่าพวกเขาทำให้เราได้ทำให้กับท่านเห็นแล้วว่าพวกเราปกป้องเกียรติภูมิศักดิ์ศรีของประเทศไทย ไม่เคยกลัวใครและรู้ว่าจะต้องต่อรองกับพวกเขาอย่างไรเพื่อให้ประเทศไทยของเรามีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ทำให้คนไทยของเรามีหน้ามีตาอยู่บนเวทีโลกได้จนถึงปัจจุบัน และอนาคตด้วย
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า มี สส.คนนึงบอกตนแกว่งปากหาเสี้ยน มันไม่มีหรอกแกว่งปากมีแต่แกว่งเท้าหาเสี้ยน ไปทะเลาะกับประเทศโน้นประเทศนี้ทำไม นั่นคือคนที่ไม่รู้จักคำว่าอำนาจต่อรอง ตนเชื่อว่าที่ผ่านมามีแต่คนแกว่งเท้าหาเสี้ยนมาที่ประเทศไทย แล้วก็เจอเสี้ยนตำเท้าทุกราย บ่มไม่ออก ต้องไปหาหมอผ่าตัด ซึ่งคำพูดต่างๆ นานาที่บอกว่าตนไม่รู้ตัวเอง ไม่รู้จักประเทศไทย เอาประเทศไปเสี่ยง ซึ่งไม่มีทางที่ตนจะเอาประเทศไปเสี่ยง ไม่มีแม้กระทั่งนิดเดียวหรือส่วนเดียว
ในการทำงานในการตัดสินใจของรัฐบาลชุดนี้ที่ทำให้ประเทศไทยเกิดความเสี่ยง การตัดสินใจทุกอย่างทุกเรื่องทุกนโยบายทุกการดำเนินงาน ตัดสินใจบนพื้นฐานบนประเทศไทยต้องชนะและได้เปรียบเพียงอย่างเดียว เพราะคนไทยต้องยืนได้ด้วยลำแข้งตัวเอง ไม่ใช่ขอทาน ไม่ต้องนำเงินมาให้แต่ให้นำเงินมาให้ ไม่ต้องแจกเงินเดือนละ 3,000 เพราะมีปัญญาหาเองได้ อย่ามองคนไทยแค่เป็นคนแบมือขออย่างเดียว เปิดโอกาสอย่านำแผ่นดินไทยไปให้ต่างชาติแค่คนไทยก็อยู่ได้แล้ว
หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวอีกว่า นักการเมืองประเทศไทยสร้างความแตกแยก นักการเมืองเรียกว่าเป็นผู้แทนประชาชน เมื่อทะเลาะกันก็เปรียบเสมือนกับประชาชนทะเลาะกัน แล้วไปสู้กับใครได้ ไทยหันมาฆ่ากันเองจะร้องเพลงชาติไทยให้ใครฟังเล่า เพราะตอนนี้เพลงชาติทุก 8 โมงเช้าไพเราะที่สุดแล้ว “ เขมรบอกว่าผมมาปราศรัยยั่วยุให้คนไทยคลั่งชาติ แต่ถ้าคลั่งชาติไทยก็คลั่งให้บ้าไปเลย” และขอย้ำว่า หากภูมิใจไทยได้ สส.เขตเยอะ “ไอ้หนู” ของท่านจะเป็นนายกรัฐมนตรีของท่านด้วย อีกทั้งขณะนี้ได้วางตัวคณะรัฐมนตรีไว้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งให้คำสัญญาว่าจะกำกับดูแลให้การทำงานบริหารราชการแผ่นดินให้เป็นที่ไว้วางใจ ภาคภูมิใจของประชาชน







