29 ม.ค.69 กรุงเทพฯ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยแนวทางแก้ไขปัญหาปากท้องและต้นทุนการผลิตของเกษตรกรไทย โดยชี้ให้เห็นถึงความย้อนแย้งของการเป็นประเทศเกษตรกรรมแต่กลับต้องนำเข้าปัจจัยการผลิตหลักจากต่างประเทศ
"ความเห็นเรื่องนี้มาจากตอนที่ผมเป็นรัฐมนตรีพลังงานแล้วไปเยือนซาอุดิอาระเบีย เมื่อมองออกไปนอกหน้าต่างเครื่องบินจะเห็นแต่ทะเลทราย แต่เขากลับเป็นผู้ส่งออกปุ๋ย ซึ่งเป็นเรื่องตลกที่ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรมแต่ไม่มีปุ๋ยใช้เองจนต้องนำเข้า ทั้งที่ส่วนผสมหลักของปุ๋ยคือ NPK นั้น เรามีโพแทสเซียมปริมาณมหาศาลและคุณภาพระดับโลกอยู่ที่ภาคอีสาน เช่น ชัยภูมิ และโคราช ส่วนยูเรียเราก็ได้จากผลพลอยได้ของการผลิตน้ำมัน ซึ่งเราผลิตน้ำมันได้วันละประมาณ 1 ล้านบาร์เรล หรือ 150 ล้านลิตรต่อวัน หากรัฐลงทุนทำระบบนี้เอง ผมคำนวณแล้วว่าราคาขายควรจะอยู่ที่ 500 บาท แต่ปัจจุบันที่เคยได้ยินคือถูกที่สุด 800 บาท ซึ่งถือว่าต่างกันเกือบครึ่งหนึ่ง"
นอกจากประเด็นเรื่องปุ๋ยแล้ว นายพีระพันธุ์ยังได้เสนอแนวทางการใช้เทคโนโลยีเพื่อลดต้นทุนพลังงานให้กับเกษตรกร โดยตั้งคำถามถึงความจำเป็นที่เครื่องจักรกลการเกษตรต้องใช้น้ำมันมาตรฐานยูโร 5 ที่มีราคาสูงจากปั๊มน้ำมันทั่วไป พร้อมเสนอให้นำระบบ "ไพโรไลซิส" (Pyrolysis) มาใช้อย่างจริงจังเพื่อผลิตน้ำมันจากขยะพลาสติก ยางรถยนต์ หรือเศษยางพาราที่นำมาทำหมอน ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการผลิตน้ำมันลงมาอยู่ที่ประมาณ 15-18 บาทต่อลิตรเท่านั้น ซึ่งนอกจากจะช่วยเกษตรกรลดต้นทุนแล้ว ยังเป็นการช่วยกำจัดขยะและทำให้สังคมดีขึ้นอีกด้วย ขณะเดียวกันยังเน้นย้ำเรื่องการนำระบบแอปพลิเคชันมาใช้เพื่อให้เกษตรกรสามารถขายสินค้าโดยตรงถึงผู้บริโภค ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรได้ราคาที่เพิ่มขึ้นและประชาชนซื้อของได้ถูกลง
ในส่วนของปัญหาที่ทำกิน นายพีระพันธุ์ระบุว่าต้องจัดสรรให้ประชาชนทุกคนมีที่ดินทำกินอย่างทั่วถึง โดยมองว่าระบบบริหารจัดการที่ดินในปัจจุบันล่าช้าและมีการดึงเรื่องเพื่อเอื้อประโยชน์ให้นายทุน โดยยกตัวอย่างกรณีการแก้ปัญหาที่ดินที่อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี ที่ต้องใช้เวลาถึง 2 ปี เพียงเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติ ซึ่งสะท้อนถึงความไม่อยากทำของเจ้าหน้าที่
ด้วยเหตุนี้ตนจึงเสนอให้มีการจัดตั้ง "ศาลที่ดินพิเศษ" ขึ้นมาโดยเฉพาะ โดยเน้นให้เป็นระบบที่เข้าถึงง่าย ชาวบ้านสามารถเดินเข้าไปแจ้งปัญหาต่อศาลได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องใช้ทนายความ เพื่อให้ศาลใช้ระบบไต่สวนเรียกพยานหลักฐานและคู่กรณีมาพิจารณา แล้วออกคำพิพากษาเป็นคำวินิจฉัยให้จบกระบวนการอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องรอคอยอย่างไร้จุดหมายอีกต่อไป







