วันที่ 29 ม.ค.69 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "Jatuporn Prompan - จตุพร พรหมพันธุ์" ระบุว่า...
ฟาดหน่วยงานรัฐโชว์พฤติกรรมงานรำวง แจงวนรอบ ใช้แต่หัวคิดหาเหตุผลเป็นข้ออ้างซ้ำๆ จำเจ ย้ำทำใหม่ รธน.ไม่ผ่าน สว. แนะแก้รายมาตราง่ายกว่า ฉะ สปส.มือเติบ ถนัดถลุงงบ บี้รื้อใหม่ ปฏิรูปองค์กรเติมทำงานด้วยหัวใจ
เมื่อ 28 ม.ค. 69 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์รายการประเทศไทยต้องมาก่อน ว่า ขณะนี้ 3 หน่วยงานรัฐทั้ง สำนักประกันสังคม (สปส.) ตำรวจไซเบอร์ และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ถูกสังคมวิจารณ์ แต่การชี้แจงกลับมีพฤติกรรมรำวง คือ วนเวียนซ้ำเดิมๆ ไม่ทำให้กระจ่างชัดขึ้นมาเลย
กล่าวเฉพาะ สปส. ถูกสังคมวิจารณ์ตำหนิรุนแรง แม้เป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานฯ แต่มีงบประมาณจากเงินอุดหนุนของผู้ทำงาน-นายจ้าง-รัฐบาล ประมาณ 2.8 ล้านล้านบาท เมื่อการทำงานขาดสำนึก ไร้หัวใจไตร่ตรอง ใช้แต่หัวคิดหาข้ออ้าง สร้างเหตุผลมาแก้ตัว จนถูกวิจารณ์แง่ลบขึ้น ดังนั้น การปฎิบัติหน้าที่ไม่ถูกต้อง รัฐควรสั่งระงับและจัดการรื้อใหม่
อีกทั้งกล่าวว่า การตัดสูทองค์กร 35 ล้านบาทว่า ไม่น่าเป็นภาระของรัฐ ซึ่งเจ้าหน้าที่ควรใช้เงินตัวเอง เพราะสวมใส่เพียงครั้งคราว นอกจากนี้การดูงานต่างประเทศเป็นแค่ประเพณีของหน่วยงานรัฐเพื่อใช้งบประมาณแต่ละปีเท่านั้น ในด้านผลลัพธ์ไม่ได้อะไรขึ้นมา ถ้าได้เนื้องานจริงแล้ว การพัฒนาประเทศคงไม่เป็นกันเหมือนเดิมและซ้ำร้ายกลับด้อยพัฒนาหนักกว่าเดิมเสียอีก
อย่างไรก็ตาม ในประเทศมีเงินจำนวนมากที่กองอยู่ในหน่วยงานรัฐและรัฐวิสาหกิจ อีกอย่างสหกรณ์ออมทรัพย์ สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีงบรวมกันทั้งประเทศเกินกว่า 4 ล้านล้านบาท มากกว่างบของ สปส. ดังนั้นรัฐควรคิดออกกฎเกณฑ์สร้างรายได้ให้มีความโปร่งใส และถ้ารัฐต้องกู้เงินแล้ว แทบไม่จำเป็นต้องกู้จากต่างประเทศเลย
ส่วนการหาเสียงเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธุ์ 2569 นั้น ช่วงโค้งสุดท้ายเริ่มเข้มข้นมากขึ้น ทั้งที่ก่อนหาเสียงพรรคเพื่อไทยมีสภาพย่ำแย่ เป็นรัฐบาลกว่า 2 ปีไม่มีผลงาน และเต็มไปด้วยข้อครหา ทั้งนายกฯ ของพรรคสองคนถูกศาล รธน.ถอดออกจากตำแหน่ง แล้วมีคลิปเสียงอังเคิลมาเล่นงาน ถ้าพรรคคู่แข่งขยี้หนักๆ คงหาเสียงลำบาก
แต่พรรคคู่แข่งกลับประมาท เมื่อมองพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคนอกสายตาเท่ากับปล่อยให้หาเสียงได้สะดวก จนดึงเสียงนิยมกระเตื้องขึ้นมาเป็นพรรคคู่แข่งสำคัญ ขณะนี้ประเมินว่าพรรคเพื่อไทยมีเสียงแรงขึ้น ขยับแซงมาเป็นพรรคอันดับสอง เพราะไม่ตกอยู่ในสภาพถูกกล่าวหา แต่ใช้กลยุทธ์ชิงกล่าวหาพรรคคู่แข่งเสียก่อน
นายจตุพร กล่าวถึงกรณ๊ตำรวจไซเบอร์แถลงจับแก๊งทุนพนันออนไลน์ ว่า ไม่ได้จับกุมนักการเมืองอยู่เบื้องหลังตามข่าวที่ปล่อยออกมา ได้แต่ชี้แจงออกหมายจับ สจ.กาฬสิทธุ์ ซึ่งหลบหนีไปต่างประเทศแล้ว อย่างไรก็ตาม แม้บุคคลเหล่านี้ไม่มีหมายจับ แต่เป็นบุคคลเฝ้าระวัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) สามารถแจ้งการออกนอกประเทศต่อตำรวจไซเบอร์ได้ โดยไม่จำเป็นต้องรอหมายจับ
"ที่น่าประหลาดมาก หมายจับแก๊งทุนพนันออนไลน์ กลับแถลงข่าวในวันที่เขาไม่อยู่ ซึ่งแตกต่างจากตอนจับนักการเมืองพรรคประชาชนและไม่ให้ประกันตัว ส่งเข้าเรือนจำเลย แต่รายนี้ตำรวจแถลงแบบรำวงถึง 2 รอบ จึงดูไม่ปกติ ดังนั้นบอกจะจับ 10 นักการเมืองเทาแทบหาความเป็นไปไม่ได้ จึงอย่าคิดเรื่องการปราบสีเทาทั้งหลาย และจะจัดการระดับบิ๊กๆ หลายคนได้เลย”
ส่วนการลงประชามติจัดทำ รธน.ฉบับใหม่ โดย กกต. จัดให้ใช้สิทธิ์ในวันเลือกตั้ง แต่แยกการแสดงตัวใหม่อีกรอบ รวมทั้งทำประชามติล่วงหน้าไม่ได้ แต่ใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าได้ ดังนั้น การใช้สิทธิ์ทำประชามติจะหายไป โดยคาดว่า มีประมาณ 6 แสนเสียง ซึ่ง กกต.ไม่ได้รณรงค์หรือแจ้งให้รับรู้กับการเสียสิทธิ์ทางการเมือง
สิ่งสำคัญ การลงประชามติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบจัดร่าง รธน.นั้น ตนเชื่อด้วยประสบการณ์เคยรณรงค์แก้ รธน. มาก่อน ว่า ไม่มีวันจะจัดทำ รธน.หรือแก้ รธน. ได้สำเร็จ เพราะฝ่ายที่ต้องการจัดทำ รธน.ใหม่ ไม่ได้อธิบายว่า ต้องการทำอะไรบ้าง ขณะที่ฝ่ายไม่ให้จัดทำ รธน.ใหม่ ก็ไม่ได้คัดค้านการแก้ไขรายมาตรา และไม่แก้หมวด 1 กับ 2
"ถ้ายังดึงดันทำ รธน.ใหม่ แม้ผ่านประชามติเห็นชอบ แต่ในการพิจารณาของสภาแล้ว สว.เห็นชัดว่า ไม่ยอมเอาด้วย อย่างไงคงหาความสำเร็จไม่ได้ ดังนั้น ขณะที่สังคมขัดแย้งกัน จึงไม่มีเหตุผลใดต้องไปจัดทำ รธน.ใหม่ให้เกิดปัญหาขึ้นอีก แต่ควรแก้ไขเป็นรายมาตราและจะผ่าน สว.ได้ง่ายกว่า"
#จตุพร #การเมืองไทย #แก้รัฐธรรมนูญ #สว #ประกันสังคม #ปฏิรูปองค์กร #ข่าวการเมือง #ข่าววันนี้







