กลุ่ม สว.สำรองเรียกร้อง กกต.- ดีเอสไอ เร่งดำเนินคดีคัดค้านการเลือก สว. และตรวจสอบ 92 สว.ที่ยื่นเรื่อง ให้ศาล รธน.วินิจฉัย พร้อมขอให้ 138 สว. ที่มีชื่อเกี่ยวข้องกับการฮั๋วลาออก เพื่อแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองและจริยธรรมต่อสังคม
วันที่ 28 ม.ค. กลุ่ม สว.สำรองนำโดย พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว และคณะเดินทางมาสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อยื่นหนังสือ เรียกร้องความรับผิดชอบ ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งและกรมสอบสวนคดีพิเศษ ตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญกรณีการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาโดยมิชอบอันเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่กระทบต่อประเทศชาติ
โดยกลุ่ม สว.สำรอง อ่านแถลงการณ์ ว่าหลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย ว่า นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ไม่ได้กระทำผิดจริยธรรม และไม่ได้แทรกแซงการดำเนินคดีฮั๊วเลือก สว. อีกทั้งศาลยังยืนยันชัดเจนว่าการดำเนินการของกรมสอบสวนคดีพิเศษและคณะกรรมการคดีพิเศษ เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายและสอดคล้องกับหลักนิติรัฐ
คำวินิจฉัยดังกล่าว ไม่ได้เป็นเพียงการยุติข้อพิพาทเฉพาะกรณี แต่เป็นหมุดหมายสำคัญทางรัฐธรรมนูญ ที่ชี้ให้เห็นอย่างไม่อาจโต้แย้งได้ว่า ปัญหาที่แท้จริง ไม่ได้อยู่ที่การใช้อำนาจของฝ่ายบริหาร แต่อยู่ที่กระบวนการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ที่ยังมีข้อกล่าวหาถึงความไม่สุจริตและเที่ยงธรรมและยังมีประเด็นที่จะต้องตรวจสอบให้เกิดความกระจ่างชัดเจน
กลุ่ม สว. สำรอง เป็นผู้ที่ผ่านกระบวนการคัดเลือกตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายได้รับการประกาศรายชื่อในราชกิจจานุเบกษาจัดลำดับเป็นผู้ มีคะแนนลำดับสำรองลำดับที่ 1-5 ในแต่ละกลุ่มอาชีพถึง 20 กลุ่ม แม้เราจะยังไม่ได้เข้าดำรงตำแหน่ง แต่เราคือส่วนหนึ่งของกระบวนการตามรัฐธรรมนูญและมีหน้าที่ทั้งในเชิงศีลธรรมและเชิงประชาธิปไตย ในการปกป้องความสุจริตเที่ยงธรรมและความชอบธรรมของระบบรัฐสภาไทย
กลุ่ม สว.สำรอง จึงขอเรียกร้อง ให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง เร่งดำเนินการและใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างตรงไปตรงมา โปร่งใส เป็นธรรมและไม่ล่าช้า ในการวินิจฉัยและชี้ขาดคดีที่เกี่ยวกับการร้องคัดค้านการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาที่ถูกกล่าวหาว่าไม่สุจริตและเที่ยงธรรม
ขอเรียกร้องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษเร่งรัดการดำเนินคดีอาญาในคดีพิเศษที่ 24 / 2568 โดยเฉพาะความผิดฐานอั่งยี่ และฟอกเงินและความผิดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องและจะต้องดำเนินการกับผู้เกี่ยวข้องในกระบวนการทุกกลุ่ม ตามแนวทางที่ศาลรัฐธรรมนูญได้ยืนยันแล้วว่าการดำเนินการเรื่องนี้เป็นไปโดยชอบด้วยกฏหมาย
และขอเรียกร้องให้สมาชิกวุฒิสภาที่มีชื่อเกี่ยวกับกระบวนการดังกล่าวทั้ง 138 คนแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองและจริยธรรมต่อสังคมด้วยการลาออก เพราะข้อเท็จจริงต่างๆนั้นถูกเผยแพร่ออกสู่สาธารณะชนเป็นจำนวนมาก และทุกคนก็รู้อยู่แก่ใจในการกระทำที่ผ่านมา ทั้งนี้เพื่อมีให้เป็นบาดแผลของสังคมไปมากกว่านี้
และ จากการที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยออกมาเช่นนี้ย่อมชี้ให้เห็นว่าการกระทำ ของนายภูมิธรรม เวชยชัย และ พ.ต.อ.ทวีสอดส่อง ไม่เป็นไปตามข้อกล่าวหา จึงมีเหตุอันควรสงสัย ว่าการกระทำของผู้ถูกร้องที่ประกอบไปด้วยสมาชิกวุฒิสภาทั้ง 92 คน อยู่บนพื้นฐานของความไม่ซื่อสัตย์สุจริต มุ่งหวังหลีกเลี่ยงการตรวจสอบด้วยการใช้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและใช้กลไกต่างๆภายใต้รัฐธรรมนูญจงใจปฏิบัติและใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญอย่างประจักษ์ชัด โดยเฉพาะถือเป็นการละเมิด แทรกแซง ในการปฎิบัติหน้าที่ของฝ่ายบริหาร เพื่อผลประโยชน์แห่งตนหรือหมู่คณะ อันเป็นการละเมิดต่อกฎหมาย จึงขอเรียกร้องให้หน่วยงานหรือองค์กรของรัฐใดๆ รวมทั้งผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้ตรวจสอบการกระทำของกลุ่มผู้ร้องสมาธิวุฒิสภาท่าน 92 คนนั้นมีความผิดสถานใดหรือไม่
กลุ่ม สว.สำรอง ขอยืนยันว่าการเรียกร้องครั้งนี้ไม่ใช่การเมืองของการเอาคืน และไม่ใช่การแสวงหาตำแหน่ง หากแต่เป็นการยืนหยัดเพื่อรักษาหลักนิติรัฐ ความสุจริตของระบบรัฐสภา และอนาคตของประชาธิปไตยไทยและรักษาไว้ซึ่งระเบียบแบบแผนของสังคมไทยต่อไป หากประเทศปล่อยให้กระบวนการได้มาซึ่งอำนาจทางนิติบัญญัติที่บิดเบี้ยวดำรงอยู่ต่อไป ความเสียหายจะไม่ได้เกิดขึ้นกับคนรุ่นใดรุ่นหนึ่งเท่านั้น แต่จะกลายเป็นบาดแผลเชิงโครงสร้าง ที่ฉุดรั้งประเทศทั้งประเทศต่อไปในระยะยาว
#สวสำรอง #กกต #ดีเอสไอ #ฮั้วสว #การเมืองไทย #ข่าวการเมือง #ศาลรัฐธรรมนูญ








