วันที่ 28 ม.ค.69 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "Jatuporn Prompan - จตุพร พรหมพันธุ์" ระบุว่า...
จับตา พท.เบียดเข้าโค้ง เร่งสุ่มเงินล้านโกยเสียง ซัดนโยบายทำ ปท.วังเวง เสียหายยับเยิน ฉะพิรุธหมายจับนักการเมืองเทา ประโคมบอกให้รู้ตัวล่วงหน้า ตลกคุยโตมาแถลงหนีไปแล้ว
เมื่อ 27 ม.ค. 2569 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์รายการประเทศไทยต้องมาก่อน ว่า ถ้าไทยนำข้อมูลของเฉิน จื้อ ให้รายชื่อนักสแกมเมอร์ไทยกับจีนมาปราบปราม จะเปลี่ยนแปลงประเทศไทยได้ เพราะมีแต่ตัวเป้งๆ อย่างคาดไม่ถึงกันหลายคน ที่ทำความเสียหายให้บ้านเมือง แต่สร้างความมั่งคั่งให้กับตัวเอง
ส่วนหมายจับ สจ.เงินเทาเกี่ยวข้องกับพนันออนไลน์นั้น เป็นเรื่องตลกและไม่สมราคาคุย เพราะหนีไป จับไม่ได้ กลับแถลงข่าวใหญ่โต แล้วยังประกาศจะจับตัวการใหญ่เป็นนักการเมืองดังภาคอีสานที่อยู่เบื้องหลังอีก ย่อมสะท้อนถึงพฤติกรรมการเมืองไม่ตรงไปตรงมา
"การปราบพวกสร้างความเสียหายให้ประเทศจะนำมาล่อเล่นกับประชาชนไม่ได้ ซึ่งต้องดูน้ำหน้าวันพรุ่งนี้ (28 ม.ค.) ที่จะแถลงได้ขยายผลไปถึงไหน ยิ่งตอนจับ สส.พรรคประชาชนเงียบกริบ แต่กรณีจับคนอื่น (พรรคอื่น) กลับประโคมจนให้เขาได้ตั้งหลัก"
พร้อมทั้งกล่าวว่า ประชาชนหวังว่า การปราบปรามสแกมเมอร์ที่ทำความเดือดร้อนให้คนไทยจะนำพาบ้านเมืองไปสู่สิ่งที่ดี หากตำรวจยังประมาทแล้ว จะหาดีไม่ได้เลยในบ้านเมืองนี้ ดังนั้น อย่าทำให้ประชาชนผิดหวังมากกว่านี้
ส่วนการหาเสียงแจกคนละล้าน 9 คนต่อวันนั้น คงไม่แตกต่างจากกาสิโน ซึ่ง กกต.ต้องทักท้วงเข้าข่ายการพนัน โดยประชาชนจะเสี่ยงโชคได้รับเงินล้านครบทุกคนต้องรอนานกว่า 2 หมื่นปี
อีกทั้งกล่าวว่า การคิดนโยบายฉาบฉวยขณะที่ประชาชนเดือดร้อนถ้วนหน้ากับการบริหารประเทศในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา จึงมาจุดประกายความหวัง ซึ่งเป็นไปได้ยากกว่าเสี่ยงโชคถูกรางวัลเลขท้ายสองตัวเสียอีก
“เคยพูดไว้ไม่ใช่เหรอ การแจกเงินเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจเป็นวิธีการปัญญาอ่อน แต่นี่ (สุ่มแจกคนละล้านเก้าคนต่อวัน) โคตรปัญญาอ่อน แล้วท่าทางประกาศขายนโยบายยังมีลีลาสร้างความตื่นเต้นเข้าไว้ ซึ่งไม่แตกต่างจากโครงการดิจิทัลวอลเล็ต แล้วสุดท้ายทำไม่ตรงปก"
นายจตุพร กล่าวว่า การประกาศนโยบายหาเสียง เมื่อได้เป็นรัฐบาลยังนำมาเป็นนโยบายของรัฐ แต่ไม่ทำ ทั้งการหาเสียงค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาทต่อวัน เงินเดือนปรีญญาตรี 25,000 บาทต่อเดือน รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย สิ่งเหล่านี้เท่ากับหาเสียงหลอกลวงประชาชน และ กกต.ไม่ทำอะไรเลย จะปล่อยให้บ้านเมืองจะอยู่กันแบบนี้ไม่ไหว
อย่างไรก็ตาม การหาเสียงด้วยนโยบายเศรษฐีเงินล้าน ดูเหมือนต้องการทำให้คนความจำสั้นกับเรื่องตัวเองที่บริหารมาสองปี ขณะเดียวกันถ้ามีพรรคการเมืองเสนอนโนบายแจกคนละล้านทุกนาทีแล้วจะทำอย่างไร บ้านเมืองยิ่งเสียหาย ดังนั้น การแก้ปัญหาเศรษฐกิจต้องแก้ทุกข์ประชาชน มุ่งทำให้ทุกคนได้ประโยชน์พร้อมกัน ไม่ใช่ทำให้มีคนสุขวันละ 9 คน
สิ่งสำคัญการหาเสียงเลือกตั้งขณะนี้ยังไม่ถึงโค้งสุดท้าย ดังนั้น การจัดการและสร้างกระแสทางการเมืองจึงประเมินชนะหรือแพ้จากโพลได้น้อยมาก เพราะต้องพิจารณาปัจจัยอื่นมาประกอบด้วย แต่สถานการณ์การเมืองหลังเลือกตั้งคงเป็นแบบเดิมอีก








