การเมืองทั่วไป

"ทวี สอดส่อง" ในวันที่การเมืองเดือด กินทุเรียน – ซื้อปลานิล - พิสูจน์เส้นทางสายเปลี่ยว 24 ชม.

แชร์ข่าว

ท่ามกลางอุณหภูมิทางการเมืองที่พุ่งสูงสอดรับกับอากาศในพื้นที่ปลายด้ามขวาน การขับเคี่ยวในสนามเลือกตั้ง เขต 3 จังหวัดยะลา กลายเป็นจุดโฟกัสสำคัญที่ทุกสายตาจับจ้อง โดยเฉพาะภารกิจของ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ที่ลงพื้นที่ปักหลักช่วยลูกทีมอย่าง "นายอับดุลอายี สาแม็ง" หาเสียงอย่างหนัก

แต่สิ่งที่น่าสนใจไปกว่า "ปราศรัยบนเวที" คือ "วิถีข้างถนน" และการใช้ชีวิตแบบติดดินที่กลายเป็นลายเซ็นประจำตัวของอดีตเลขาธิการ ศอ.บต. ผู้นี้

ภาพจำของรัฐมนตรีหรือหัวหน้าพรรคการเมืองใหญ่มักมาพร้อมกับขบวนรถอารักขาและการเดินทางในเวลาทำการ แต่สำหรับ พ.ต.อ.ทวี กลับเลือกใช้ "สปิริต" เป็นเครื่องพิสูจน์นโยบายความมั่นคง

เมื่อช่วงกลางดึก พ.ต.อ.ทวี ตัดสินใจนั่งรถออกจากตัวเมืองยะลาในเวลา เที่ยงคืนตรง มุ่งหน้าสู่ อ.เบตง ผ่านเส้นทางสาย กรงปินัง-ธารโต ซึ่งในอดีตถูกมองว่าเป็นพื้นที่สีแดงเข้มและเสี่ยงอันตรายในช่วงกลางคืน

ก่อนจะถึงช่วงค่ำที่ อ.ธารโต ซึ่งตั้งอยู่ถัดจากเบตง พ.ต.อ.ทวี ยังใช้เวลาว่างจากตารางหาเสียงที่รัดตัว แวะเวียนเข้าไปในชุมชน บ้านปูยุด นั่งพูดคุยแบบ "ชิลๆ" กับชาวบ้านที่ต้องนั่งรถเข้าไปเส้นทางลัดเลาะ ส่วนผลไม้และป่าเขา สองข้างทางเต็มด้วยร่องรอยสภาพของน้ำท่วมเมื่อปลายปีที่ผ่านมา

บรรยากาศเต็มไปด้วยความเรียบง่าย พ.ต.อ.ทวี ร่วมล้อมวงกิน ข้าวเหนียวทุเรียนนอกฤดู ผลไม้เลื่องชื่อของพื้นที่อย่างเป็นกันเอง ไร้พิธีรีตอง ซึ่งภาพเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับคนในพื้นที่ เพราะตั้งแต่สมัยดำรงตำแหน่งเลขาธิการ ศอ.บต. เขาก็ใช้วิธี "เข้าหา-รับฟัง" แบบนี้มาโดยตลอด

เสียงกระซิบจากวงน้ำชา ในพื้นที่สะท้อนความรู้สึกชัดเจนว่า "ไม่มีหัวหน้าพรรคคนไหนที่เข้าถึงชาวบ้านได้เท่านี้ แม้จะเป็นถึงรัฐมนตรี แต่เขาก็ยังเป็นคนเดิมที่พวกเราคุ้นเคย เหมือนเป็นญาติมากกว่านักการเมือง"

ก่อนจบภารกิจและเดินทางกลับ พ.ต.อ.ทวี ยังไม่ลืมที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนด้วยการอุดหนุน "ปลานิลสายน้ำไหล" ของดีขึ้นชื่อจากเบตง เพื่อนำไปฝากผู้ใหญ่ที่เคารพในกรุงเทพฯ สร้างรอยยิ้มและเสียงขอบคุณจากพ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่ห่างไกลไกลกังวล

การเดินทาง แบบคนธรรมดา เช่นนี้ กลายเป็น " Soft Power" ที่ทรงพลังยิ่งกว่าป้ายหาเสียงขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ตามสี่แยก

ศึกเลือกตั้งครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการสู้กันด้วยนโยบาย แต่เป็นการวัดพลังระหว่าง "กระสุน" (ปัจจัยเงินทุน) กับ "กระแสศรัทธา" ที่หยั่งรากลึก

เสียงเชียร์ในชุมชนและวงน้ำชาจะแปรเปลี่ยนเป็นคะแนนเสียงได้หรือไม่? วันที่ 8 นี้ คือ ตัวชี้วัดสำคัญว่า “เงิน 500–3,000 บาท จะสามารถ โน้มน้าวการตัดสินใจของประชาชนด้วยเงิน ได้จริงหรือไม่” หรือ "นักการเมืองในดวงใจ" ที่คลุกคลีตีโมงอยู่กับชาวบ้านมานับสิบปีจะเป็นฝ่ายชนะ คำตอบทั้งหมด... รออยู่ในคูหาเลือกตั้ง

ข่าวแนะนำ

แชร์ข่าว