การเมืองทั่วไป

นายกฯ พบ ชรบ.สระแก้ว ขอบคุณ ร่วมปกป้อง ปท. ลั่น ไม่ลืมคุณงามความดี สั่ง มท. เสนอ รบ.หน้า ดูแลเงินค่าตอบแทนให้เป็นธรรม

แชร์ข่าว

เมื่อเวลา 17.50 น. วันที่ 26 ม.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เดินทางต่อไปยังโดมสวนกาญจนาภิเษก ร.9  จ.สระแก้ว เพื่อให้กำลังใจ ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.)ที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน

โดยนายกฯ กล่าวว่า ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณที่ทุกท่านได้มากันอย่างพร้อมเพรียง และได้ให้การต้อนรับด้วยความอบอุ่น เมื่อสักครู่หลังจากที่ตนและคณะได้เดินทางมาถึงอ.ตาพระยาได้พบชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) และกองอาสารักษาดินแดน (อส.) หลังจากนั้นเดินทางไปที่บ้านหนองจาน อ.โคกสูง จ.สระแก้ว และบ้านคลองแผง อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว เพื่อไปตรวจเยี่ยมแนวชายแดน และพี่น้องทหาร ร่วมกับคณะของกองทัพบก รวมถึงตรวจเยี่ยมพี่น้องทหาร ตำรวจตระเวนชายแดนที่ตรึงกำลังเฝ้าชายแดนอยู่

นายกฯ กล่าวว่า และเดินทางมาที่จุดนี้ ต้องขออภัยด้วยที่มีความล่าช้า ซึ่งการที่มาอยู่ในสถานการณ์จริง มาอยู่ในพื้นที่ที่เคยมีการสู้รบ ถึงแม้ว่าเราจะได้ทำการควบคุมพื้นที่ควบคุมสถานการณ์ไว้ได้แล้ว เราก็ยังต้องไปมอบขวัญและกำลังใจซึ่งกันและกันให้กับเจ้าหน้าที่ที่ดูแลชายแดนสถานการณ์ ณ ขณะนี้ความสงบ ความเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติถือว่าน้อยมาก แต่แปลว่าเราไม่สามารถที่จะประมาทได้ ดังนั้นภารกิจในวันนี้ของตนจึงครบถ้วน ตนได้มีโอกาสได้พบกับผู้ที่ทำหน้าที่รักษาแผ่นดินทั้งผู้ที่เป็นทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครองและชาวบ้านซึ่งก็คือพี่น้องชรบ.ทุกคนที่ทำให้ประเทศของเราปลอดภัยมีเกียรติยศ มีศักดิ์ศรีว่า ประเทศไทยของเรานั้นถึงแม้ว่าเราจะรักสงบ เราไม่เคยคิดก้าวล่วงดินแดนของแผ่นดินอื่น แต่ถ้าเราถูกคุกคาม พวกเราก็พร้อมที่จะตอบโต้และไม่มีวันที่จะยอมให้ใครเข้ามารุกรานแผ่นดินของเรา

นายกฯ กล่าวต่อว่า พี่น้องชรบ. ทุกคนวันนี้ตนต้องขอพูดว่าในนามของรัฐบาล และในนามของพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกคน ต้องขอบคุณความเสียสละของท่าน การที่ตนได้มาหน้างานแบบนี้ ทำให้ตนได้เห็นว่ามันไม่ใช่เป็นเพียงกองกำลังที่เรียกตัวเองว่าชรบ. ที่คอยเฝ้าหมู่บ้าน คอยประสานงานอำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนเท่านั้น วันนี้ตนนั่งอยู่ในรถ ได้ฟังถึงความทุ่มเทเสียสละของพวกท่าน แม้กระทั่งความปลอดภัยของตัวเอง เพราะในขณะที่มีสถานการณ์สู้รบ ต้องมีการอพยพประชาชนไปยังศูนย์อพยพ เพื่อความปลอดภัย แต่พี่น้องชรบ. ยังคงอยู่ในหมู่บ้าน เพื่อทำให้พวกเขาได้มั่นใจว่า บ้านเรือนทรัพย์สิน เงินทองของพวกเขาว่ามีคนคอยดูแล  ถ้าไม่ได้พวกท่านคอยดูแล เราจะไม่สามารถทำให้เขาได้สบายใจได้เลย นี่คือความเสียสละความทุ่มเท และการที่ทุกท่านมีจิตอาสาที่จะทำให้พี่น้องประชาชนเกิดความสบายใจ ในขณะที่เขาต้องจากบ้านเรือน เพื่อไปหลบภัยจากการสู้รบจากสงคราม

“ผมขอให้คำยืนยันกับท่านว่า จากการที่ผมไปเห็นการปฎิบัติของชรบ.ทั้งหลาย ผมจะดำเนินการที่จะให้การดูแล ตอบแทน เยียวยาและสร้างขวัญกำลังใจให้กับพวกท่าน ได้มีกำลังใจ และมีจิตวิญญาณแห่งการเป็นผู้เสียสละดูแลประชาชน สิ่งที่ท่านได้ทำ เป็นการแบ่งเบาภาระของพี่น้องทหาร ตำรวจ อส. และฝ่ายปกครองลงไปเป็นจำนวนมาก ทำให้เขาได้ไปสู้รบอย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง ผมเชื่อว่าพี่น้องทหาร ต่างมีญาติอยู่ในชายแดน อยู่ในหมู่บ้าน ถ้าเขาไปรบแล้วยังต้องห่วงว่า ญาติของเขาจะเป็นอันตรายหรือไม่ การรบของเขาคงไม่มีประสิทธิภาพ แต่ด้วยความร่วมมือการสนับสนุนของพี่น้องชรบ. ทำให้ผู้ที่จะปฏิบัติหน้าที่ปกป้องรักษาดินแดนให้กับประเทศสามารถทุ่มเทอย่างเต็มที่ในการปกป้องอธิปไตยของประเทศไทย ผมในฐานะที่เป็นหัวหน้ารัฐบาลไม่อาจละเลยเพิกเฉยิหรือลืมคุณงามความดีของพวกท่านได้เป็นอันขาด“ นายกฯ กล่าว

นายกฯ กล่าวต่อว่า  ตนไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใดก็แล้วแต่ ตนได้มอบหมายเป็นข้อสั่งการให้ทางปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดีกรมการปกครองได้ถือเป็นนโยบายที่จะต้องให้การดูแลพี่น้องชรบ. ให้มีความเป็นธรรมมากที่สุด ถ้าตนมีวาสนากลับมาทำงานร่วมกับท่านอีก จะทำอย่างเต็มที่ที่จะให้ความสำคัญและกำหนดนโยบายที่สร้างขวัญกำลังใจและเป็นนโยบายที่สามารถทดแทนพระคุณของท่านที่ท่าน ได้มอบให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งเปรียบเสมือนท่านได้มอบให้กับแผ่นดินของเราเหมือนกัน

“ผมขอแสดงความชื่นชม และขอเรียกว่าเซอร์ ชรบ. ที่เสียสละไม่ไปอยู่ศูนย์อพยพ เสียสละสิทธิ์ที่จะไม่ได้เงินเยียวยา ค่าตอบแทน ผมขอให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยได้พิจารณาเรื่องนี้เป็นพิเศษ ไม่ว่าใครจะเป็นรัฐบาลกระทรวงมหาดไทยจะต้องนำเสนอเพื่อให้ชรบ. พวกเราไม่มีวันลืมท่าน  ผมฟังแล้วรับไม่ได้เหมือนกัน เพราะท่านก็คือชาวบ้านคนหนึ่ง แต่ท่านทำหน้าที่มากกว่านั้นคือ ช่วยให้ชาวบ้านมาอยู่ที่ที่ปลอดภัยแล้วท่านยอมอยู่ในที่ที่อันตราย แต่ท่านไม่ได้สิทธิ์ของการเป็นผู้อพยพ อันนี้ไม่มีเหตุผล ผมจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างเต็มที่ หวังว่าจะดำเนินไปสู่การปฎิบัติให้เร็วที่สุด เพื่อตอบแทนบุญคุณงามความดี ขอขอบพระคุณในนามของประชาชนคนไทยทุกคนที่ท่านทั้งหลายได้ปกป้องบ้านเมืองให้กับเรา รวมทั้งมีกำลังใจและอุดมการณ์ มีจิตอาสาที่จะช่วยปกป้องคุ้มครองดูแลพี่น้องประชาชนเพื่อร่วมชาติของเรา ให้มีความปลอดภัยสมดังเจตนารมณ์ที่ท่านเป็น ชรบ.“นายกฯ กล่าว

นายกฯ ยังได้ขอบคุณผู้ว่าฯจังหวัดสระแก้ว ตนได้ติดตามการทำงานมาตลอด ที่ทุ่มเทเสียสละ รายงานสถานการณ์ให้ตนรับทราบตลอดเวลา และมีความพึงพอใจอย่างยิ่งในผลงานที่ผู้ว่าได้ร่วมกับฝ่ายปกครองตำรวจและทหาร บริหารพื้นที่บริหารสถานการณ์ ให้ประเทศไทยของเรา ถ้าพูดภาษาระหว่างเราคือ ”พวกเราทุกคนในที่นี้ทำให้ประเทศไทยชนะ นี่คือการนำความภาคภูมิใจมาให้กับคนไทยทุกคน ขอถือโอกาสสดุดีคุณงามความดีของพวกท่าน ในฐานะที่เป็นหัวหน้ารัฐบาล ที่มีส่วนร่วมอยู่ในการตัดสินใจในสถานการณ์ต่างๆ และมีส่วนร่วมในการตัดสินใจที่ทำให้เกิดปฏิบัติการปกป้องแผ่นดินของเรา และได้รับความสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีตามเป้าหมาย“

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ นายอนุทิน ได้พบปะกับ ชรบ.มีสมาคมชาวไร่อ้อย ได้มายื่นหนังสือร้องเรียน โดยน.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกฯ เป็นตัวแทนรับหนังสือ เพื่อขอให้นำแรงงานชาวกัมพูชากลับมาทำการเกษตรในไร่อ้อย ทั้งนี้ตามมติครม. ประกาศให้ผู้ลี้ภัยสู้รบการสู้รบเมียนมา ได้สิทธิ์ทำงานในไทย แต่แรงงานก็ยังไม่เพียงพอ และเกรงว่าในฤดูเก็บเกี่ยวอ้อยในปีนี้จะทำไม่เสร็จ จึงขอความกรุณาให้นำแรงงานชาวกัมพูชากลับมา  รวมถึงราคาอ้อย ที่ต้องการให้เพิ่มขึ้น เนื่องจากต้นทุนในปัจจุบันสูง แต่ราคาขายออกของอ้อยตกต่ำลง อยากให้ นายกฯหาเงินมาชดเชย เร่งเจรจากับ คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย ให้เพิ่มราคาอ้อยสด  โดยในวันที่ 3 ก.พ.สมาคมชาวไร่อ้อย จะไปยื่นหนังสือถึงนายกฯ ที่ทำเนียบรัฐบาลอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ ได้มีชาวบ้าน รอทักทายให้กำลังใจและขอถ่ายภาพร่วมกับนายกฯ โดยนายกฯ บอกว่า ขอบคุณครับ อยู่กันให้เป็นปกตินะครับ