ส้มรักพ่อ...พ่อก็คิดถึงประชาชน! "พิธา ลิ้มเจริญรัตน์" ปักธงปราศรัยเวทีแรกกลางสามย่าน ปลุกพลังด้อมส้มชำระความค้างคาปี 66 ย้ำต้องเลือกเบอร์ 46 ให้ถล่มทลายจนพรรคอันดับ 2 ไม่กล้าตั้งรัฐบาลแข่ง วางโรดแมป "เท้ง ณัฐพงษ์" นายกฯ 2 สมัย 8 ปีเต็ม รอกลุ่มแกนนำที่ถูกตัดสิทธิ์พ้นโทษแบนกลับมาผนึกกำลังเป็น Super Team ในอนาคต ชี้ชะตาประเทศอยู่ที่ 25 ล้านเสียงที่ยังไม่ตัดสินใจ
วันที่ 25 ม.ค.2569 ที่ลานหน้าห้างสรรพสินค้าสามย่านมิตรทาวน์ พรรคประชาชน จัดเวทีปราศรัยใหญ่ “เชื่อในประชาชน” นำโดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และแกนนำคณะก้าวหน้า นายปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำคณะก้าวหน้า น.ส.พรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า และ น.ส.รักชนก ศรีนอก ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน
ผู้สื่อบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนผู้สนับสนุนพรรคประชาชน เดินทางมาจับจองพื้นที่ฟังปราศรัยตั้งแต่ช่วงบ่าย เพื่อรับฟังการปราศรัยจากแกนนำพรรคประชาชน คณะก้าวหน้า และผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน ที่สลับสับเปลี่ยนกันขึ้นปราศรัยในประเด็นต่างๆ
จากนั้นนายพิธา ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ขึ้นปราศรัยเวทีแรกหลังเดินทางกลับประเทศไทย ตอนหนึ่ง ว่า ตนกลับมาแล้ว ซึ่งตนกลับมาเพราะเหตุผลเดียวเท่านั้น นั่นคือการชักชวนให้ทุกท่านเลือกหมายเลข 46 ส่งนายกฯ เท้ง เข้าทำเนียบรัฐบาล พี่น้องทั้งหลาย ตนอยู่ต่อหน้าพวกท่าน ณ วันนี้ด้วยความคิดถึง ด้วยความคุ้นเคย และมีเรื่องที่ค้างคาที่เราต้องชำระกัน ในความคิดถึงนั้น ตนโดนเขาตัดสิทธิทางการเมืองไป แต่เขาตัดสิทธิความคิดถึงที่ตนมีต่อประชาชนไปไม่ได้ ตัดความคิดถึงที่ตนมีต่อนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และสมาชิกพรรคทุกคนไปไม่ได้ บรรยากาศแบบนี้ที่สามย่านคุ้นเคยกันดี เราเคยมารวมกันที่นี่ เราบอกว่าเอาความกลัวไว้ข้างหลัง เอาความหวังไว้ข้างหน้า จะกลัวจะกล้าอยู่ที่ใจ เราเคยมารวมกันบอกว่าเอาให้การเมืองดี ปากท้องดี มีอนาคต เราคุ้นเคยกับการเมืองเป็นเรื่องสนุก เราคุ้นเคยกับการเมืองเป็นเรื่องความเป็นไปได้ เราคุ้นเคยกับการเมืองที่ทำให้ประชาชนทุกคนมีส่วนร่วม แบบที่เราเห็นที่สามย่านมิตรทาวน์นี้ เดี๋ยวต่อไปจะไปทำให้ปราการที่สมุทรปราการแตกต่อ เสร็จแล้วเดี๋ยวเราเจอกันที่บางแสน จ.ชลบุรี ต่ออีก
นายพิธา กล่าวต่อว่า ขอให้บรรยากาศที่เราเคยคุ้นเคยตอนนั้น จับมือกับตนเดินไปข้างหน้าด้วยกัน ทำให้การเมืองเป็นเรื่องสนุก ไม่ได้มีแต่ความทุกข์อย่างที่เขาพยายามอยากจะให้เป็นอยู่ในตอนนี้ได้หรือไม่ แล้วก็มาถึงเรื่องสุดท้าย เรื่องที่เรายังค้างคากันอยู่ คราวที่แล้วพี่น้องประชาชนกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ทั่วประเทศไทย เทคะแนนให้กับพวกเราอดีตพรรคก้าวไกล 14 ล้านเสียงมาเป็นอันดับหนึ่ง ทิ้งอันดับสอง 40 เปอร์เซ็นต์ เขาไม่ยอมให้เราบริหารเพื่อพี่น้องประชาชน ครั้งนี้พี่น้องประชาชนจะยอมหรือไม่ยอม เอาให้เสียงดังไปถึงทำเนียบว่าจะยอมหรือไม่ยอม เราต้องไม่ยอมอีกต่อไป และวิธีการเดียวที่เราจะทำแบบนั้นได้คือเราต้องชนะให้เยอะ ชนะให้ยิ่งใหญ่ และชนะให้ยาวกว่าเดิม
“ชนะให้เยอะ ต้องชนะแค่ไหนนั้น ก็ชนะให้พรรคอันดับสอง มันไม่กล้าจัดตั้งรัฐบาลแข่ง เลือกพรรคประชาชนให้ขาด เอาให้พรรคอันดับสอง มันไม่กล้าตั้งรัฐบาลแข่งกับเรา ชนะครั้งนี้ต้องชนะอย่างยิ่งใหญ่ ไม่ซื้อสิทธิขายเสียงให้สมศักดิ์ศรีพวกเราตั้งแต่อนาคตใหม่เป็นต้นมา และชนะครั้งนี้ต้องชนะกันแบบยาวๆ ยาวแค่ไหนก็ไม่มากไม่มายเอานายกฯ เท้ง 2 สมัย 8 ปี ให้พิธา ชัยธวัช ก้าวไกลกลับมาพอดี ชนะครั้งนี้เอาให้ใหญ่ เอาให้เยอะ และเอาให้ยาว ยาวพอให้ลูกสาวผมกลับมาเลือกผมได้ แล้วคนอย่างผมมันอยู่เป็น เย็นพอ รอได้ ตอนนี้โลกคือเวทีของผม ไม่ใช่ที่นี่ ปล่อยให้นายกฯ เท้งอีก 2 สมัยเต็มๆ ไปเลย ได้ไม่ได้ครับพี่น้อง อันนี้มันงานเยอะ ต้องให้น้องชายของผมทำ อีก 8 ปี ค่อยเพิ่มขึ้นมาอีก 8 ล้านเสียง 10 ขวบตอนนี้จะเป็น 18 อันนั้นงานง่าย เดี๋ยวผมทำเอง ก็ไม่รู้ว่าเขาจะรั้งเหนี่ยวอนาคตไว้ทำไม พอครบ 10 ปี มันก็แป๊บเดียว ธนาธร ปิยบุตร อนาคตใหม่ กลับมา สมัยที่ 2 ของนายกฯ เท้ง พิธา ชัยธวัช ก้าวไกล กลับมาฟูลทีมแน่นอน” นายพิธา กล่าว
อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวต่อว่า สิ่งที่ตนอยากจะใช้เวทีนี้ในการสื่อสารกับพี่น้องประชาชนกว่า 25 เปอร์เซ็นต์ ของจำนวน 50 ล้านคนในประเทศนี้ จะไม่ไปใช้สิทธิในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้เป็นเรื่องปกติ ตนยังสื่อสารไปยังพวกท่าน ว่าตนเข้าใจดี ว่ามันมีต้นทุนในการไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ท่านต้องปิดร้านอาหาร ท่านต้องปิดร้านโรตี ท่านลางานออกมาจากโรงงานไม่ได้ ท่านเดินทางกลับมาจากต่างจังหวัดไม่ทัน ท่านเดินทางกลับจากต่างประเทศไม่ได้ ตนเข้าใจ แต่การเลือกตั้งครั้งนี้ สำคัญกว่าครั้งไหน ไม่มี สว.แล้ว 25 เปอร์เซ็นต์คือ 12 ล้านคน ท่านไม่เคยเลือกตั้งครั้งไหนมาก่อน ครั้งนี้ควรจะเป็นครั้งแรกของท่าน กลุ่มคนที่สองที่ตนอยากสื่อสารด้วย ตอนอยู่สหรัฐอเมริกาดูโพลมาเรื่อยๆ กว่า 10-15 เปอร์เซ็นต์ ท่านยังไม่ตัดสินใจว่าใครควรจะเป็นรัฐบาล ยังมีเวลาอีก 2 อาทิตย์ ให้พิธาช่วยบอกว่าท่านควรจะเลือกพรรคประชาชน เลือกหมายเลข 46 ส่งนายกฯ เท้งเข้าทำเนียบได้หรือไม่ กว่า 7 ล้านคน คิดดูดีๆ ว่ามันไม่มีนักการเมืองพรรคไหนสมบูรณ์แบบไปครบทุกอย่าง แต่ใครที่จะตื่นเช้ามาและสู้เพื่อประชาชนอย่างพวกท่านทุกเช้าเหมือนอย่างนายรังสิมันต์ โรม นักการเมืองพรรคไหนที่จะตื่นเช้ามาแล้วสู้เรื่องประกันสังคมเหมือนอย่างน.ส.รักชนก ศรีนอก ถ้าท่านยังตัดสินใจไม่ได้ 8 ก.พ.กาหมายเลข 46 และหมายเลข 46 เท่านั้น
นายพิธา กล่าวว่า กลุ่มคนสุดท้ายคือผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรกอีก 2.4 ล้านคน ขออย่าเพิ่งหมดหวังกับประเทศไทย ผิดหวังได้ แต่อย่าหมดหวังเด็ดขาด ซึ่งกลุ่มคนทั้งหมดนี้หากออกมาใช้สิทธิ เราชนะแน่นอน วันนี้จะเป็นการเมืองแบบเป็นไปได้ หรือเป็นไปไม่ได้ ขึ้นอยู่กับประชาชนทุกคนแล้ว เพราะฉะนั้นเรามาร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชนไปด้วยกัน








