การเมืองทั่วไป

ทุ่งศรีเมืองทะลัก! คนเสื้อแดงนับหมื่นร่วมพลังต้อนรับ “อ.เชน-เพื่อไทย” ประกาศกวาด สส.ยกจังหวัด ผุดนโยบายล้างหนี้-รัฐช่วยจ่าย 70%

แชร์ข่าว

ทุ่งศรีเมืองทะลัก! คนเสื้อแดงนับหมื่นร่วมพลังต้อนรับ “อ.เชน-เพื่อไทย” ประกาศกวาด สส.ยกจังหวัด ผุดนโยบายล้างหนี้-รัฐช่วยจ่าย 70% ด้าน “ณัฐวุฒิ” โต้เดือดปมเพื่อไทยทอดทิ้งคนเสื้อแดง ยกตัวอย่างเยียวยาเหตุการณ์ ปี 53 ย้ำเลือกตั้งรอบนี้ต้องกา 2 ใบส่งใจให้ “ทักษิณ” ขณะที่ “สุทิน” ปราศรัยเดือดซัด “อนุทิน” มือไม่ถึงทำชาติทรุด พร้อมเตือนระวังกระสุนดินดำช่วงโค้งสุดท้าย

วันนี้ (22 ม.ค.) บรรยากาศการปราศรัยใหญ่ของพรรคเพื่อไทย ณ ทุ่งศรีเมือง จ.อุดรธานี เป็นไปอย่างคึกคักโดยมีประชาชนร่วมนับหมื่นคน เมื่อเวลา 18.15 น. ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย และแกนนำพรรคเพื่อไทยจำนวนมากร่วมเวที โดยดวทีที่ทุ่งศรีเมืองในวันนี้ ถือว่าเป็นเวทีสุดท้ายของทริปทัวร์อีสานเหนือ 2 วัน 3 จังหวัด 7 เวที ตั้งแต่จังหวัดบึงกาฬ หนองคาย และอุดรธานี มีพี่น้องนำพวงมาลัยดอกดาวเรือง หมูยอ แจ่วบอง ข้าวแต๋นมามอบให้จนเต็มคอ ทั้งนี้ ในช่วงที่ ศ.ดร.ยศชนัน ถ่ายภาพร่วมกันกับผู้สมัคร สส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ประชาชนชาวอุดรธานีได้พร้อมใจกันเปิดแฟลชโทรศัพท์เป็นแบ็กกราวนด์ไปด้วย

จากนั้น ศ.ดร.ยศชนัน ขึ้นปราศรัยระบุว่า วันนี้ขอเรื่องเดียว ขอพี่น้องชาวอุดรธานี "เหมาทั้งจังหวัด" ได้หรือไม่? 8 กุมภาพันธ์นี้ วันแห่งความหวังจะเริ่มขึ้น เราอาสาเปลี่ยนความหวังให้เป็นความจริง เปลี่ยนอุดรธานีไปตลอดกาล วันนี้ผมมาแสดงวิสัยทัศน์ให้เห็นว่า "แดงทั้งแผ่นดิน" เป็นอย่างไร เราจะทำประเทศให้มีรายได้สูง โดยเริ่มที่ "อุดรธานี" เมืองหลวงของเพื่อไทย เพราะหัวใจคือประชาชน วันนี้ผมมีความสุขเหมือนได้กลับบ้าน ขอฝากเนื้อฝากตัวรับ ศ.ดร.ยศชนัน เป็นลูกหลานได้หรือไม่? ถ้าได้เป็นนายกฯ จะมาหาตลอด แต่ผมเดินคนเดียวไม่ได้ จึงต้องขอ ส.ส. ยกทั้ง 10 เขตครับ

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวต่อว่า เราต้องเดินหน้าปรัชญา "ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส" เปลี่ยนอุดรฯ สู่จังหวัดรายได้สูง โดยเริ่ม "รดน้ำที่ราก ไม่ใช่รดที่ใบ" เพราะคนรากหญ้าสำคัญที่สุด รอบนี้เราจะ แก้หนี้ทั้งระบบ: หนี้เสีย 200,000 บาทตัดจบ, ผู้สูงอายุมีหนี้เสียตัดจบทันที, และพักชำระหนี้เกษตรกร ท่านใดรายได้ไม่ถึง 3,000 บาท รัฐบาลพร้อมสมทบคืนศักดิ์ศรีให้ "คนไทยไร้จน" พร้อมแก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้งทั้งระบบ

ศ.ดร.ยศชนัน เน้นย้ำเศรษฐกิจว่า เราจะช่วย SME ให้ค้าขายดีขึ้น ส่วนโครงการคนละครึ่ง ในยามลำบากพี่น้องจ่าย 50 ไม่ไหว เพื่อไทยจึงขอกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ด้วยสูตร "รัฐบาล 70 พี่น้อง 30" เอาหรือไม่? นอกจากนี้ จะปั้นอุดรฯ ทำเกษตรมูลค่าสูงแปรรูปเป็น "เมืองหลวงสมุนไพร" สร้างโรงเรียนกีฬาปั้นอาชีพ และปักหมุดเป็นศูนย์กลางท่องเที่ยวที่ทั่วโลกต้องมาเยือน

ในช่วงท้าย ศ.ดร.ยศชนัน สรุปว่า "อุดรธานีต้องค้าขายดี เป็นศูนย์กลางการลงทุนของอีสาน เอาหรือไม่? แต่ทุกอย่างจะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าอุดรฯ ไม่ใช่อุดรฯ ของพรรคเพื่อไทย ดังนั้น... ขออุดรฯ 10 เขตไปเลยได้หรือไม่ครับ!"

ด้าน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย ได้กล่าวเปรียบเปรยพื้นที่แห่งนี้ว่าเป็นเสมือน "สนามกีฬาทั้งชาติของคนเสื้อแดง" และหากจะนับอุดรธานีเป็นเมืองหลวงของจิตวิญญาณนักต่อสู้ก็คงไม่ผิดนัก โดยนายณัฐวุฒิได้เริ่มต้นด้วยการส่งความคิดถึงถึงพี่น้องประชาชนหลังจากห่างหายจากเวทีใหญ่ไปกว่า 2 ปี

พร้อมกันนี้ยังได้ตอบโต้กระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่ว่าคนเสื้อแดงทิ้งพรรคเพื่อไทยหรือพรรคกำลังจะสูญพันธุ์ โดยท้าให้ผู้ที่สบประมาทมาฟังเสียงตะโกนและดูพลังที่หนาแน่นในวันนี้ เพื่อเป็นหลักฐานว่าความผูกพันยังคงแข็งแกร่งไม่เปลี่ยนแปลง

ในส่วนของการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ นายณัฐวุฒิระบุว่านี่คือโอกาสสำคัญที่ประชาชนต้องตัดสินใจอย่างเด็ดขาดด้วยการเลือกพรรคเพื่อไทยทั้ง 2 ใบ เพื่อผลักดันให้พรรคเป็นรัฐบาลเข้าไปแก้ปัญหาหนี้สิน ลดรายจ่าย และเพิ่มรายได้

นอกจากนี้นายณัฐวุฒิยังได้ให้ความสำคัญเชิงสัญลักษณ์ว่า การเลือกตั้งครั้งนี้คือครั้งแรกที่ประชาชนจะหย่อนบัตรในขณะที่ "ดร.ทักษิณ ชินวัตร" ยังอยู่ในเรือนจำ ดังนั้นการเลือกพรรคเพื่อไทยจึงเปรียบเสมือนการยืนยันว่าคนอุดรธานียังไม่ลืมผลงานและนโยบายในอดีต โดยระบุว่า "กาเพื่อไทย 2 ใบ เพื่อประกาศว่าคนอุดรธานียังมีทักษิณอยู่ในหัวใจ"

นายณัฐวุฒิยังได้เปิดใจถึงการยืนหยัดอยู่กับพรรคเพื่อไทยว่า สำหรับตนที่นี่คือ "บ้าน" ที่เติบโตและต่อสู้มา ตราบใดที่คนเสื้อแดงส่วนใหญ่ยังอยู่ ตนก็ไม่อาจทิ้งไปไหนได้ พร้อมยืนยันว่าตนคือคนเสื้อแดงแท้จริงที่อยู่ด้วยหัวใจ ไม่ใช่อามิสสินจ้าง โดยยกตัวอย่าง "ขวัญชัย ไพรพนา" ที่แม้ร่างกายจะบอบช้ำแต่ก็ยังมาร่วมเวทีด้วยจิตวิญญาณ

นอกจากนี้ยังได้ชี้แจงข้อครหาเรื่องการเยียวยาคนเสื้อแดงในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าได้ดำเนินการอย่างเต็มที่ใน 3 ด้านหลักภายใน 7 เดือนแรก คือ 1. การประสานสภาทนายความประกันตัวผู้ต้องขังการเมือง 2.การจัดตั้งเรือนจำชั่วคราวหลักสี่เพื่อแยกนักโทษการเมือง 3.การอนุมัติเงินเยียวยาทุกสีเสื้อรายละ 7.75 ล้านบาท

ส่วนความล่าช้าในคดีความอื่นๆ นั้นเกิดจากขั้นตอนกฎหมาย ไม่ใช่การละเลยของพรรค

ทางด้าน นายสุทิน คลังแสง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ขึ้นปราศรัยเน้นย้ำถึงปัญหายาเสพติด โดยระบุว่านอกจากนโยบายเพื่อไทยจะทำให้ประชาชน "กินอิ่มและนอนอุ่น" แล้ว เรายังใส่ใจปัญหายาเสพติดที่กำลังระบาด เราจะบำบัดผู้ติดยาเสพติดด้วยการตั้งศูนย์บำบัดยาเสพติดประจำจังหวัดทุกแห่ง เพื่อนำลูกหลานกลับคืนสู่ครอบครัว

นอกจากนี้ยังได้แจ้งเตือนประชาชนเกี่ยวกับ "เงินสีเทา" และขบวนการซื้อเสียงที่กำลังระบาด โดยระบุว่ามีรายงานการซื้อเสียงใน กทม. สูงถึงหัวละ 7,500 บาท แต่มาถึงอุดรฯ กลับเหลือเพียง 2,500 บาท พร้อมแนะวิธีรับมือว่า "ถ้าเขาเอาเงินมาให้ก็รับไว้ แต่เวลาเข้าคูหาให้กาเพื่อไทย"

นายสุทินยังได้วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน โดยระบุว่าแม้จะเป็นคนเก่งแต่ "มือไม่ถึง" ในการจัดการวิกฤต เห็นได้จากเหตุการณ์ถนนสามเสนทรุด น้ำท่วมหาดใหญ่ และเหตุการณ์เครนตกทับรถไฟ ซึ่งสะท้อนถึงความล้มเหลวในการบริหารจัดการ

ในขณะที่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย คือ ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถระดับโลก มีผลงานวิจัยมากมาย และเป็นผู้บริหารระดับรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยชั้นนำ มีวิสัยทัศน์ในการนำเทคโนโลยีมาแก้ปัญหาชาติ จึงขอแรงสนับสนุนจากพี่น้องชาวอุดรธานีในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ให้กาพรรคเพื่อไทยทั้ง 2 ใบ เพื่อส่งต่อความหวังให้ ดร.ยศชนัน เข้าไปทำงานในฐานะนายกรัฐมนตรี

ทั้งนี้ สำหรับผู้สมัคร สส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทยทั้ง 10 เขต ประกอบด้วย นายโกเมนทร์ ทีฑธนานนท์ ผู้สมัครสส.เขต1 เบอร์2 นางหทัยรัตน์ เพชรพนมพร ผู้สมัครสส.เขต2 เบอร์1 นายสมัคร บุญปก ผู้สมัครสส.เขต3 เบอร์2 นายไตรภพ คำเพชร ผู้สมัครสส.เขต4 เบอร์3 นายกรวีร์ สาราคำ ผู้สมัครสส.เขต5 เบอร์2 นายประชาชาติ แสนแก้ว ผู้สมัครสส.เขต6 เบอร์2 นายธีระชัย แสนแก้ว ผู้สมัครสส.เขต7 เบอร์6 นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม ผู้สมัครสส.เขต8 เบอร์8 นายวัชรพล ขาวขำ ผู้สมัครสส.เขต9 เบอร์6 และนางเทียบจุฑา ขาวขำ ผู้สมัครสส.เขต10 เบอร์5