การเมืองทั่วไป

“นิกร” สวนหมัด “สมคิด” ซัดโจมตีไร้วุฒิภาวะ ยัน “อนุทิน” ไม่เคยหลอกเด็ก ชูธงแก้ รธน. ใหม่แต่ไม่แตะหมวด 1-2

แชร์ข่าว

การเมืองปี 69 เริ่มเดือด! “นิกร จำนง” ออกโรงป้อง "นายกฯ อนุทิน" หลังถูกเพื่อไทยกล่าวหาหลอกเด็กปมแก้รัฐธรรมนูญ ยันรัฐบาลจริงใจเดินหน้าประชามติเต็มสูบ พร้อมย้ำจุดยืนแข็งแกร่ง "พูดแล้วทำ" แก้ได้ทั้งฉบับยกเว้นหมวดสถาบันฯ ก่อนย้อนถามแคนดิเดตเพื่อไทย ชัดเจนพอหรือยัง

วันที่ 20 มกราคม 2569 นายนิกร จำนง ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมืใจไทย ในฐานะผู้ได้รับมอบหมายให้ดูแลชี้แจงประเด็นนโยบายเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงกรณีที่นายสมคิด เชื้อคง ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อดีตรองเลขาธิการนายกรัฐฒนตรี ได้กล่าวโจมตีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยระบุไม่ให้ความสำคัญกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นการกระทำหลอกเด็ก ว่า การที่นายสมคิดกล่าวหาว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ไม่ให้ความสำคัญกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นการกระทำหลอกเด็กนั้น ถือเป็นการโจมตีทางการเมืองที่ไม่มีวุฒิภาวะเพียงพอ คนที่เคยอยู่ในทำเนียบรัฐบาลเช่นนายสมคิด ย่อมทราบว่าคำถามที่มาจากรัฐสภาเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญนั้นช้าไปกว่าที่ พรบ.ประชามติกำหนดไปแล้ว การที่ครม.โดยนายกฯอนุทินได้ใช้อำนาจตามมาตรา 9 (2)การออกเสียงกรณีเมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นว่ามีเหตุอันสมควร และได้ตั้งคำถามที่ 1 ไปตามที่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่า "เห็นชอบว่าสมควรจะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่" แบบไม่ขาดและไม่เกินส่งไปยัง กกต.ให้ประชาชนออกเสียงประชามติ โดยอนุมัติงบประมาณให้พร้อมข้อมูลทัั้งหมดโดยให้ประสานจากรัฐสภา นี่ต่างหากคือความจริงใจ และตามกฏหมาย พรบ.ประชามติแล้ว ผู้ที่มีหน้าที่ส่งผ่านข้อมูลไปยังประชาชนและประชาสัมพันธ์นั้นคือ กกต.มิใช่รัฐบาลแต่อย่างใดเลย เพื่อความเป็นกลาง ตรงนี้ก็เป็นความจริงใจข้อกล่าวหาต่อรัฐบาลว่าละเลยที่ไม่เป็นธรรมอีกเช่นกัน

“ผมยืนยันว่านายอนุทินนั้นได้กล่าวอย่างชัดเจน อย่างต่อเนื่องมาตลอดหลายปีว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญใดๆ ต้องไม่ไปแตะในหมวด 1 และหมวด 2 ซึ่งสำหรับพรรคภูมิใจไทยแล้ว หลักการนี้เคยมีมาตลอดในอดีต ปัจจุบันก็ยึดถือซึ่งเห็นได้จากการเป็นผู้ลงนามเสนอแก้ไขมาตรา 256 ในหมวด 15/1 ของพรรคภูมิใจไทยที่ผ่านมาก็บัญญัติไว้ชัดเจนว่าไม่ให้มีการแก้ไข และเพิ่งได้ยืนยันไปอีกครั้งว่า ในอนาคตพรรคภูมิใจไทยก็จะยึดมั่นในการที่จะไม่ให้กระทบกระเทือนใดๆต่อความเป็นชาติ และต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ตลอดไปชั่วอายุขัยของพรรคภูมิใจไทย ดังนั้นประเด็นนี้ก็ขอให้ประชาชนมีความมั่นใจต่อคำมั่นทางการเมืองดังกล่าวนี้ได้ โดยไม่ต้องเป็นกังวล”นายนิกร กล่าว

นายนิกร กล่าวว่า ตนนั้นทำหน้าที่เป็นตัวแทนพรรค ประสานกับภาคีเพื่อรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย เพื่อรณรงค์ประชามติ "เห็นชอบ" รัฐธรรมนูญใหม่มาตลอด และเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2569 ก็เพิ่งร่วมแถลงเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนไปร่วมออกเสียงประชามติ และชี้ให้เห็นว่าการแก้รายมาตรานั้นสิ้นเปลือง ยุ่งยากกว่าการทำใหม่ทั้งฉบับมาก ที่สำคัญคือเรียกร้องให้ กกต.ย้ำขั้นตอนต่อประชาชน ให้เห็นขั้นตอนที่ชัดเจนโดยตลอด และที่สำคัญว่าการเห็นชอบในคำถามที่ 1 ในครั้งนี้มิใช่เป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญในมาตราใดๆเลย ขั้นตอนต่อไปจึงจะเสนอกรอบวิธีการ และคณะกรรมการในการแก้ไข ซึ่งขั้นตอนนี้ทางพรรคถึงจะได้กำหนดให้ชัดเจนอีกครั้งว่าไม่ให้แก้ไขในหมวด 1 และหมวด 2 เหมือนที่เคยทำมา จากนั้นก็ต้องทำประชามติอีกเป็นครั้งที่ 2 ถ้าผ่านถึงจะมีการยกร่างรัฐธรรมนูญเกิดขึ้น ซึ่งเมื่อเสร็จแล้วก็จะกลับมาที่รัฐสภาให้ความเห็นชอบจากนั้นก็ต้องขออนุญาตประชาชนออกเสียงประชามติเป็นครั้งที่ 3 ถึงจะเกิดรัฐธรรมนูญขึ้นได้ อีกหลายขั้นตอนที่ต้องผ่านรัฐสภาและประชาชน

“เท่าที่ดำเนินการมาตอนนี้ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยนายอนุทินแคนดิแดตเบอร์หนึ่งของพรรคภูมิใจไทย ออกมายืนยันชัดเจนแล้วต่อแนวนโยบายเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญทั้งการได้พูดแล้วได้ทำแล้ว และการพูดอีกว่าจะทำอย่างไรซึ่งจะกระทำตามที่พูด แต่ยังไม่เห็นแคนดิแดตเบอร์หนึ่งของพรรคนายสมคิดว่าจะพูดแนวทางต่อรัฐธรรมนูญนี้ว่าจะเห็นชอบหรือไม่ และดำเนินการอย่างไร ขอให้นายสมคิดไปสอบถามแล้วมาแถลงต่อสาธารณะให้ชดเจนตรงไปตรงมาด้วย“ นายนิกรกล่าว

ข่าวแนะนำ