19 ม.ค.69 กรุงเทพฯ นายชัชวาลล์ คงอุดม เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ทำงานและสัมผัสปัญหาของพี่น้องประชาชนมาโดยตลอด พบว่าหนึ่งใน 6 ปัญหาใหญ่ของชีวิตคนไทยคือการที่ต้องทำงานเต็มวันแต่เงินกลับหมดไปกับต้นทุนการเดินทางและค่าครองชีพพื้นฐาน ก่อนที่จะถึงค่าอาหารหรือเงินเก็บสำหรับครอบครัว
ตนจึงขอเสนอนโยบาย "น้ำมันราคาที่คนไทยรับไหว" เพื่อแก้โครงสร้างต้นทุนชีวิตอย่างเป็นระบบ โดยมีเป้าหมายรักษาราคาดีเซลให้อยู่ที่ 25–30 บาทต่อลิตร และปรับราคาน้ำมันเบนซินให้สะท้อนต้นทุนจริงโดยไม่บวกภาษีและกำไรเกินความจำเป็น ซึ่งแนวทางที่ผลักดันคือการรื้อโครงสร้างบริหารจัดการน้ำมันใหม่ทั้งระบบ ยกเลิกกองทุนน้ำมันที่สร้างหนี้สะสม ให้รัฐดำเนินการสำรองน้ำมันเองในช่วงที่ราคาตลาดโลกต่ำ พร้อมเปิดนำเข้าน้ำมันเสรีเพื่อเพิ่มการแข่งขัน และควบคุมค่าการกลั่นรวมถึงค่าการตลาดไม่ให้ประชาชนต้องจ่ายแพงเกินจริง เพื่อให้คนทำงานมีเงินเหลือในมือและประเทศเดินหน้าต่อได้อย่างมั่นคง
นอกจากนี้ ยังมุ่งเน้นการลดภาระค่าไฟฟ้าซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายประจำที่ทุกครัวเรือนต้องจ่าย แม้ว่างวดต้นปี 2569 ค่าไฟจะปรับลงมาอยู่ที่ 3.88 บาทต่อหน่วยแล้ว แต่ตนต้องการผลักดันต่อให้ราคาลดลงอีกในระยะยาวให้อยู่ที่ประมาณ 2.50–3.30 บาทต่อหน่วย ผ่านการปรับโครงสร้างราคาพลังงานให้สะท้อนต้นทุนจริง ลดกำไรส่วนเกินและค่าความพร้อมจ่ายของโรงไฟฟ้า พร้อมทั้งสนับสนุนให้ประชาชนสามารถติดตั้งโซลาร์เซลล์เพื่อใช้เองได้ง่ายโดยไม่ต้องขอใบอนุญาต อีกทั้งยังเสนอให้นำรายได้จากก๊าซในอ่าวไทยมาช่วยกดค่าไฟให้ต่ำลง และมีมาตรการช่วยเหลือกลุ่มผู้ใช้ไฟน้อยไม่ให้ถูกตัดไฟได้ง่าย เพื่อสร้างความเป็นธรรมด้านพลังงานและลดรายจ่ายพื้นฐานของชีวิตให้ลดลงอย่างแท้จริง
ในส่วนของภาคการเกษตร นายชัชวาลล์ได้นำเสนอนโยบาย "ปุ๋ยราคาเป็นธรรม" เพื่อลดภาระให้เกษตรกรอย่างตรงจุดและลดความเสี่ยงในทุกฤดูกาลผลิต เนื่องจากปัญหาหลักที่พบคือราคาปุ๋ยที่สูงและควบคุมไม่ได้จนทำให้กำไรหายไปและไม่สามารถวางแผนชีวิตได้ จึงเสนอให้รัฐบาลเข้ามาบริหารจัดการราคาปุ๋ยโดยตรง ด้วยการจัดหาปุ๋ยในปริมาณมากเพื่อลดต้นทุนต่อหน่วย แล้วนำมาจำหน่ายให้เกษตรกรในราคาต้นทุนหรือต่ำกว่าท้องตลาด
พร้อมทั้งมีระบบตรวจสอบโครงสร้างตลาดเพื่อป้องกันการผูกขาดและการบวกราคาเกินจริง รวมถึงการสร้างกลไกราคาถาวรเพื่อให้เกษตรกรสามารถรับรู้ต้นทุนล่วงหน้าก่อนเริ่มลงมือเพาะปลูก ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรสามารถวางแผนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงกับราคาที่ควบคุมไม่ได้อีกต่อไป โดยนโยบายเหล่านี้ถือเป็นแนวทางที่มาจากชีวิตจริงเพื่อเปลี่ยนประเทศอย่างเป็นระบบ








