“บิ๊กใหญ่” วิเคราะห์ภูมิรัฐศาสตร์โลก ชี้บทเรียนสหรัฐฯ–เวเนซุเอลา กระทบความมั่นคงโลกรุนแรง เผยผู้นำ ทบ. ใช้โซเชียลในการสื่อสารยุคใหม่
เมื่อวันที่ 15 ม.ค.69 พลเอกอมฤต บุญสุยา ผช.ผบ.ทบ. เขียนบทความผ่านเฟสบุ๊ก “ใหญ่ อมฤต” เรื่อง ปัญหาในเวเนซุเอลา (ตอนที่ 1) เมื่อ7 มค.2569 ที่ผ่านมา
โดยระบุว่า ข่าวที่โด่งดังที่สุดในปัจจุบันคือ การจับตัวประธานาธิบดีเวเนซุเอลา นายนิโคลัส มาดูโร โมเรส และภรรยา โดยหน่วยรบพิเศษ เดลต้า ฟอร์ซ ของสหรัฐฯ และนำตัวไปขึ้นศาลที่สหรัฐฯ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ถือว่าเป็นเรื่องที่กระทบต่อภูมิรัฐศาสตร์ของโลกในปัจจุบันอย่างรุนแรง
โดยเวเนซุเอลาเป็นประเทศที่มีแหล่งทรัพยากรน้ำมันสูงอันดับต้นๆ ของโลก ซึ่งหากมองจากความเป็นจริงของต้นทุนแหล่งน้ำมัน และนำมันไปขายจะทำให้เวเนซุเอลาเป็นประเทศที่ร่ำรวยอย่างมาก
แต่อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขายน้ำมันไม่ได้นำกลับไปพัฒนาประเทศ อีกทั้งการที่มีระบอบการเมืองการปกครองที่ไม่มั่นคง รวมถึงการใช้นโยบายประชานิยมจนคนในชาติขาดขีดความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งนำไปสู่การเป็นรัฐล้มเหลวในที่สุด
ก่อนที่จะไปพูดถึงปฏิบัติการของสหรัฐ การดำเนินการต่อไป และผลกระทบต่อประชาคมโลก รวมถึงประเทศไทยต่อเหตุการณ์นี้ เราควรไปศึกษาที่จุดเริ่มต้นและต้นตอของปัญหาที่เกิดขึ้นก่อน โดยประเทศเวเนซุเอลาตั้งอยู่ในแถบประเทศละตินอเมริกา ภูมิประเทศทั่วไปเป็นเทือกเขาสูง ที่ราบสูงและมีที่ราบลุ่มแม่น้ำโอริโนโค ป่าทึบเขตร้อนชื้น มีชายทะเล มีสองฤดู คือ ฤดูร้อนและฤดูฝน เมืองหลวงคือกรุงคารากัส ใช้ภาษาสเปนเป็นภาษาราชการ ในประเทศมีภาษาชนเผ่าพื้นเมืองต่างๆ มากกว่า 30 ภาษา มีประชากร 29-30 ล้านคน มีชาวพื้นเมือง 51.6% ชนผิวขาวอพยพมาจากยุโรป โดยเฉพาะสเปนและโปรตุเกส 43.6% ชนผิวดำซึ่งถูกเกณฑ์มาใช้แรงงานจากแอฟริกาในอดีต 3.6% อื่น ๆ 1.2% นับถือศาสนาคริสต์ 92.6% อื่น ๆ 7.4% ปกครองโดยระบอบรัฐสภาแบบอำนาจนิยม ได้รับเอกราชจากสเปนเมื่อ 29 มีนาคม ค.ศ.1845 ก็เกือบ 200 ปีมาแล้ว มีพื้นที่ประมาณเกือบ2เท่าของประเทศไทยคือ 916,445 ตารางกิโลเมตร
หลังจากค้นพบน้ำมันในต้นคริสตศตวรรษที่ 20 เวเนซุเอลา กลายเป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลก และเปลี่ยนจากประเทศเกษตรกรรมที่ส่งออกกาแฟและโกโก้ มาส่งออกน้ำมัน อย่างไรก็ตามในปี 1980 เกิดวิกฤตการณ์ปริมาณน้ำมันสำรองเกินความต้องการ เนื่องจากเศรษฐกิจโลกตกต่ำ นำไปสู่ปัญหาวิกฤตหนี้สิน และเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้น 100 เปอร์เซ็นต์ มีคนยากจนแตะ 66% ของประชากรทั้งประเทศ
อย่างไรก็ตามในปี ค.ศ. 2010 เศรษฐกิจโลกได้กลับมาเติบโตอีกครั้ง ทำให้เวเนซุเอลาสามารถที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจกลับมาเติบโตได้อีกครั้งหนึ่ง แต่เนื่องจากความไม่เข้มแข็งทางการเมืองและการบริหารประเทศที่ผิดพลาดของผู้นำเวเนซุเอลาในอดีตจนถึงปัจจุบัน นำไปสู่ความขัดแย้งกับสหรัฐฯ และเป็นสาเหตุให้สหรัฐฯแทรกแซงและปิดกั้นการส่งออกน้ำมัน ทำให้เศรษฐกิจเลวร้ายลงไปอีก รัฐบาลได้กล่าวโทษประชาชนของตนเอง
โดยเฉพาะภาคเอกชนว่าเป็นต้นเหตุของปัญหา รวมทั้งปัญหาภาวะค่าเงินถดถอยต่อเนื่อง ค่าแรงตกต่ำ และเกิดภาวะขาดดุลงบประมาณ ทำให้ธนาคารกลางของเวเนซุเอลาพิมพ์ธนบัตรเพิ่มขึ้นจนเกิดเงินเฟ้อสูงถึง 2,665 เปอร์เซ็นต์ ในปี ค.ศ.2021 นำไปสู่ปัญหาคอร์รัปชั่น ตลาดมืด และอาชญากรรมข้ามชาติ หมายรวมถึงยาเสพติดและการพนัน จึงจะสามารถหาเงินจำนวนมากนี้มาใช้จ่ายได้ ซึ่งเป็นสาเหตุให้การเมืองที่ไม่เข้มแข็งอยู่แล้วประสบปัญหามากขึ้น อย่างไรก็ตาม ด้วยการสนับสนุนของกองทัพทำให้ประธานาธิบดี มาดูโร ยังคงสามารถปกครองประเทศได้ต่อไป ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ช็อกโลกที่สหรัฐฯ บุกจับตัวเขาไป
ติดตามตอนที่ 2 ในเร็วๆนี้ครับ
ทั้งนี้สำหรับพลเอกอัมฤทธิ์เป็นเตรียมทหารรุ่น 27 และเป็นระดับท็อปไฟล์ผ้าเสือของกองทัพบกและเป็นแคนดิเดตผู้บัญชาการทหารบกในอนาคต เช่นอดีตแม่ทัพภาค1 น้องรักสาย ทหารเสือราชินี ของพลเอกประยุทธ์จันทร์โอชาอดีตนายกรัฐมนตรี








